การปนเปื้อนทางกายภาพ ตาม ISO 22002-1:2025 ข้อ 12.4 เครื่องตรวจจับโลหะอย่างเดียวไม่พอ

ภาพปกบทความ การปนเปื้อนทางกายภาพ ตาม ISO 22002-1:2025 ข้อ 12.4
สรุปสั้นก่อน
ข้อ 12.4 ของ ISO 22002-1:2025 ว่าด้วยการปนเปื้อนทางกายภาพ จุดที่ควรอ่านให้ครบคือข้อกำหนดใช้คำว่า ป้องกัน ควบคุม หรือตรวจจับ ซึ่งเรียงจากมาตรการที่ดีที่สุดไปหามาตรการปลายทาง องค์กรที่ตอบเรื่องนี้ด้วยเครื่องตรวจจับโลหะเพียงอย่างเดียวจึงตอบได้แค่คำสุดท้าย และยังไม่ได้แสดงว่าได้พิจารณาสองคำแรกแล้ว

สามชั้นของการจัดการ

มาตรฐานให้พิจารณาแนวทางประกอบกันหลายด้าน ได้แก่ การมีฝาปิดที่เพียงพอสำหรับเครื่องมือหรือภาชนะที่บรรจุวัสดุหรือผลิตภัณฑ์ที่เปิดโล่ง การใช้ตะแกรง แม่เหล็ก ตะแกรงร่อน หรือตัวกรอง และการใช้อุปกรณ์ตรวจจับหรือคัดแยก เช่น เครื่องตรวจจับโลหะหรือเครื่องเอกซเรย์

เรียงลำดับตามเจตนาแล้วจะได้ภาพนี้ ฝาปิดคือการป้องกันไม่ให้สิ่งแปลกปลอมตกลงไปตั้งแต่ต้น ตะแกรงและแม่เหล็กคือการควบคุมระหว่างทาง ส่วนเครื่องตรวจจับคือการจับสิ่งที่หลุดรอดมาถึงปลายทาง สามชั้นนี้ทำงานเสริมกัน และการมีชั้นสุดท้ายไม่ได้ทดแทนสองชั้นแรก

แหล่งของสิ่งแปลกปลอมที่มักถูกลืม

หมายเหตุในมาตรฐานระบุแหล่งที่อาจก่อให้เกิดการปนเปื้อนไว้ ซึ่งรวมถึงพาเลทและเครื่องมือที่ทำจากไม้ ซีลยาง และชุดกับอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล

สามอย่างนี้มีจุดร่วมคือเป็นของที่อยู่ในโรงงานทุกวันจนคนมองข้าม พาเลทไม้แตกเป็นเสี้ยน ซีลยางเสื่อมสภาพแล้วหลุดเป็นชิ้น และอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลอย่างถุงมือหรือที่อุดหูที่หลุดลงไปในสายการผลิต ล้วนเป็นสิ่งแปลกปลอมที่เครื่องตรวจจับโลหะจับไม่ได้

กรณีสมมติ โรงงานผลิตเครื่องดื่มแห่งหนึ่งในนครปฐม (กรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย) ติดตั้งเครื่องตรวจจับโลหะที่ปลายสายและสอบเทียบตามรอบอย่างเคร่งครัด

เมื่อมีข้อร้องเรียนจากลูกค้าว่าพบเศษยางสีดำในขวด การสอบสวนพบว่ามาจากซีลยางของวาล์วที่เสื่อมสภาพ

เครื่องตรวจจับโลหะไม่มีทางจับได้เพราะไม่ใช่โลหะ สิ่งที่ขาดคือชั้นการป้องกันและควบคุม เช่น การกำหนดรอบเปลี่ยนซีลตามอายุการใช้งาน และการตรวจสภาพซีลเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจก่อนเริ่มผลิต

วัสดุเปราะแตกได้ ต้องมีขั้นตอนรองรับ

ข้อกำหนดแยกเรื่องวัสดุเปราะออกมาเขียนไว้ต่างหาก โดยระบุว่าหากมีการใช้วัสดุเปราะ ต้องกำหนดข้อกำหนดการตรวจสอบตามรอบเวลา และมีขั้นตอนที่กำหนดไว้สำหรับกรณีที่เกิดการแตก พร้อมทั้งต้องคงไว้ซึ่งสารสนเทศที่จัดทำเป็นเอกสารเกี่ยวกับการแตกนั้น

นอกจากนี้ยังมีข้อแนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงวัสดุเปราะ เช่น แก้วและชิ้นส่วนพลาสติกแข็งในเครื่องมือ เท่าที่ทำได้ ซึ่งหมายความว่าทะเบียนวัสดุเปราะไม่ใช่เป้าหมายปลายทาง แต่เป็นเครื่องมือระหว่างทางในการลดจำนวนวัสดุเปราะลง

สิ่งที่ต้องมี สิ่งที่ผู้ตรวจประเมินมองหา
ทะเบียนวัสดุเปราะ ครอบคลุมทั้งพื้นที่ผลิต พื้นที่จัดเก็บ และเส้นทางลำเลียง
รอบการตรวจสอบ ความถี่ที่กำหนดไว้ และบันทึกการตรวจตามรอบจริง
ขั้นตอนกรณีแตก ระบุการกันพื้นที่ การจัดการผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และผู้มีอำนาจสั่งเดินเครื่องต่อ
บันทึกเหตุการณ์แตก เก็บไว้เป็นสารสนเทศที่จัดทำเป็นเอกสาร รวมถึงกรณีที่ไม่กระทบผลิตภัณฑ์
แผนลดวัสดุเปราะ หลักฐานว่าได้พิจารณาเปลี่ยนไปใช้วัสดุอื่นเท่าที่ทำได้
การจัดการอุปกรณ์ป้องกัน ควบคุมถุงมือ ที่อุดหู และของใช้ส่วนตัวไม่ให้หลุดเข้าสายการผลิต

จุดที่ควรตรวจในระบบของตัวเอง

เรื่องแรกคือบันทึกการแตก ให้ตรวจว่ามีการบันทึกเฉพาะกรณีที่กระทบผลิตภัณฑ์หรือบันทึกทุกกรณี เพราะข้อกำหนดไม่ได้จำกัดเฉพาะกรณีที่กระทบ เรื่องที่สองคือความครบถ้วนของทะเบียน ให้เดินสำรวจจริงแล้วเทียบกับทะเบียน มักพบรายการที่ตกหล่นอยู่เสมอ เช่น หน้าปัดเกจ หลอดไฟในตู้ควบคุม หรือกระจกหน้าต่างระหว่างห้อง

เรื่องที่สามคือความสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง เมื่อมีการติดตั้งเครื่องใหม่หรือดัดแปลงเครื่องเดิม ทะเบียนวัสดุเปราะควรถูกทบทวนในรอบเดียวกัน ไม่ใช่รอทบทวนประจำปี

อ่านต่อเรื่องการควบคุมสารก่อภูมิแพ้ในมาตรฐานเดียวกันได้ที่บทความ การควบคุมสารก่อภูมิแพ้ ตาม ISO 22002-1:2025 ข้อ 12.3

คำถามที่ควรตอบได้

  • องค์กรมีมาตรการครบทั้งการป้องกัน การควบคุม และการตรวจจับหรือไม่ (ที่มา ข้อ 12.4)
  • แหล่งอย่างพาเลทไม้ ซีลยาง และอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล ถูกนำมาพิจารณาหรือไม่ (ที่มา ข้อ 12.4 หมายเหตุ)
  • ทะเบียนวัสดุเปราะครบถ้วนและมีรอบการตรวจสอบที่ทำจริงหรือไม่ (ที่มา ข้อ 12.4)
  • ขั้นตอนกรณีวัสดุเปราะแตกระบุไว้ชัดเจนหรือไม่ และบันทึกครบทุกเหตุการณ์หรือไม่ (ที่มา ข้อ 12.4)
  • มีหลักฐานว่าได้พยายามลดหรือเลี่ยงการใช้วัสดุเปราะเท่าที่ทำได้หรือไม่ (ที่มา ข้อ 12.4)

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก

หลักสูตรฝึกอบรม ISO 22002-1:2025 และโปรแกรมพื้นฐาน

Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ดูตารางอบรม   สอบถามรายละเอียด

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand