ISO ออกชุด ISO 22002 ใหม่เมื่อ กรกฎาคม 2025 โดยไม่ได้แค่ปรับข้อความ แต่เปลี่ยนวิธีจัดโครงสร้างทั้งตระกูล และ FSSC 22000 Version 7 ที่ประกาศใช้เมื่อ พฤษภาคม 2026 อ้างอิงชุดใหม่นี้ โรงงานที่ถือใบรับรอง FSSC 22000 จึงมีเส้นตายจริงแล้ว — ตรวจตาม V6 ได้ถึง 30 เมษายน 2027 เท่านั้น
เกิดอะไรขึ้นกับ ISO 22002
เดิม ISO/TS 22002-1:2009 เป็นเอกสารเดี่ยวที่จบในตัว โรงงานอาหารเปิดเล่มเดียวก็ได้ข้อกำหนดโปรแกรมพื้นฐาน (PRPs) ครบ และมีสถานะเป็นเพียงข้อกำหนดทางเทคนิค (Technical Specification) ไม่ใช่มาตรฐานสากลเต็มตัว
ฉบับปี 2025 เปลี่ยนสองเรื่องพร้อมกัน
- ยกสถานะเป็นมาตรฐานสากลเต็มตัว (International Standard) จึงนับเป็น “ฉบับที่ 1” ของการเป็น IS ไม่ใช่ฉบับที่ 2 ของ TS เดิม
- แยกออกเป็นสองชั้น โดยดึงข้อกำหนดที่ทุกสาขาใช้ร่วมกันออกมาไว้ที่เดียว
โครงสร้างใหม่: แกนกลางหนึ่งเล่ม + ภาคเฉพาะสาขา
| เอกสาร | บทบาท | ความหนา |
|---|---|---|
| ISO 22002-100:2025 ข้อกำหนดสำหรับห่วงโซ่อาหาร อาหารสัตว์ และบรรจุภัณฑ์ (Requirements for the food, feed and packaging supply chain) |
แกนกลาง รวมข้อกำหนด PRP ที่ทุกสาขาใช้ร่วมกัน มีเนื้อข้อกำหนดเต็ม ข้อ 4 ถึง 16 พร้อมภาคผนวก A และ B | 32 หน้า |
| ISO 22002-1:2025 การผลิตอาหาร (Food manufacturing) |
ภาคของโรงงานผลิตอาหาร ข้อส่วนใหญ่ระบุให้ใช้ข้อกำหนดใน Part 100 แล้วเติมเฉพาะเรื่องของโรงงานอาหาร | 16 หน้า (เนื้อหา 9 หน้า) |
| ISO 22002-4:2025 การผลิตบรรจุภัณฑ์อาหาร (Food packaging manufacturing) |
ภาคของโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์อาหาร หลักการเดียวกัน | 14 หน้า |
ในบทนำของ Part 100 ISO อธิบายเหตุผลไว้ตรง ๆ ว่า ข้อกำหนดที่ซ้ำกันในภาคต่าง ๆ (Part 1, 2, 4, 5, 6 และภาคใหม่ Part 7) ถูกดึงออกมารวมไว้ที่ Part 100 เพื่อให้เข้าใจ PRP ตรงกันทุกสาขา และเพื่อลดภาระขององค์กรที่ทำหลายสาขาพร้อมกัน
ISO 22002-1:2025 อ้าง ISO 22002-100 ไว้เป็น เอกสารอ้างอิงที่ต้องใช้ร่วม (normative reference) แปลว่าถือ Part 1 เล่มเดียวใช้ไม่ได้ ต้องมี Part 100 ด้วย นี่คือค่าใช้จ่ายและงานเอกสารที่ต้องวางแผนไว้ตั้งแต่ตอนนี้
ไทม์ไลน์จริงจาก FSSC ไม่ใช่การคาดเดา
FSSC ประกาศ Version 7 เมื่อพฤษภาคม 2026 และกำหนดขั้นตอนการเปลี่ยนผ่านไว้ในเอกสารขั้นตอนการอัปเกรดเป็น Version 7 (Version 7 Upgrade Process) ดังนี้
| วันที่ | เกิดอะไรขึ้น |
|---|---|
| พฤษภาคม 2026 | FSSC 22000 Version 7 ประกาศใช้ |
| 30 เมษายน 2027 | วันสุดท้ายที่ตรวจตาม Version 6 ได้ |
| 1 พฤษภาคม 2027 | เริ่มตรวจตาม Version 7 |
| 1 พ.ค. 2027 – 30 เม.ย. 2028 | ช่วงที่ต้องเข้ารับการตรวจเพื่ออัปเกรด |
| 30 มิถุนายน 2028 | เส้นตายอัปโหลดใบรับรอง (ภายใน 2 เดือนหลังตรวจเสร็จ) |
| หลัง 30 มิถุนายน 2028 | ใบรับรอง Version 6 ที่เหลือถูกเพิกถอนอัตโนมัติ |
นับจากวันนี้ เหลือเวลาไม่ถึง 9 เดือนก่อนวันสุดท้ายที่ตรวจตาม V6 ได้ และเอกสารของ FSSC ยังกำหนดให้ผู้ตรวจต้องผ่านการอบรมและสอบเรื่อง ISO 22002-100:2025 กับภาคเฉพาะสาขาที่ตนได้รับอนุมัติด้วย
ของใหม่ที่เห็นชัดที่สุด 2 เรื่อง
1. ข้อ 8 เพิ่มเรื่อง FLW และการรีไซเคิลเข้ามาใน PRP
ชื่อข้อเปลี่ยนจากเรื่องของเสียล้วน ๆ เป็น การจัดการของเสีย การจัดการ FLW และการรีไซเคิล (Waste, FLW management and recycling) โดย FLW ย่อมาจาก Food Loss and Waste ซึ่ง Part 100 นิยามไว้ในข้อ 3 ว่าหมายถึงอาหารและส่วนที่กินไม่ได้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถูกนำออกจากห่วงโซ่อาหาร
สิ่งที่ต้องทำเพิ่มในทางปฏิบัติ
- ต้องมีพื้นที่จัดเก็บแยกต่างหากสำหรับของเสีย และแยกสำหรับ FLW ตามความเหมาะสม โดยพื้นที่เก็บ FLW ต้องออกแบบและดูแลไม่ให้เกิดการปนเปื้อน
- ระบบกำจัดต้องรองรับปริมาณได้จริงและได้รับการบำรุงรักษา
- วัสดุหรือบรรจุภัณฑ์พิมพ์ที่ทิ้งเป็นของเสีย ต้องทำลายเครื่องหมายการค้าไม่ให้นำกลับไปใช้ได้ และให้ผู้รับกำจัดที่ได้รับอนุมัติเป็นผู้ดำเนินการ
- ข้อ 8.2 การรีไซเคิลและ/หรือนำวัสดุกลับมาใช้ เป็นข้อย่อยใหม่ ระบบต้องออกแบบไม่ให้ปนเปื้อนผลิตภัณฑ์สุดท้าย และวัสดุที่จะนำกลับมาใช้ต้องชี้บ่งและเก็บแยกจากผลิตภัณฑ์ วัสดุอื่น และของเสีย
นี่เป็นครั้งแรกที่มิติความยั่งยืนถูกเขียนเข้ามาในข้อกำหนด PRP โดยตรง ไม่ใช่แค่เรื่องสุขลักษณะอย่างเดียว
2. ข้อ 16 แยกการป้องกันการปนเปื้อนโดยเจตนา (Food Defence) กับการฉ้อฉลอาหาร (Food Fraud) ออกจากกันชัดเจน
ฉบับใหม่แยกเรื่องการป้องกันการกระทำโดยเจตนาออกเป็นสองส่วนชัดเจน คือ 16.2 Food defence และ 16.3 Food fraud prevention โดยแต่ละข้อกำหนดขั้นตอนไว้เหมือนกัน 4 ขั้น
- กำหนดหรือเลือกวิธีการที่จะใช้ประเมินนัยสำคัญ
- ประเมิน — ฝั่ง Food defence ประเมินภัยคุกคาม (threat) ฝั่ง Food fraud ประเมินความเปราะบาง (vulnerability) แล้วเลือกมาตรการลดที่ได้สัดส่วน
- จัดทำเป็นแผนที่เป็นเอกสาร พร้อมมาตรการและวิธีทวนสอบ
- นำแผนไปใช้จริง รวมถึงการฝึกอบรม การสื่อสาร และการทบทวนตามรอบ
และมีภาคผนวก A ให้ตัวอย่างมาตรการ Food defence กับภาคผนวก B ให้ตัวอย่างมาตรการลด Food fraud ซึ่งเป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่ข้อกำหนด แต่ใช้เป็นจุดตั้งต้นได้ดีสำหรับโรงงานที่ยังไม่เคยทำสองแผนนี้แยกกัน
Part 1 มีอะไรที่ Part 100 ไม่มี
ถ้าไล่อ่าน Part 1 จะเห็นว่าข้อส่วนใหญ่เขียนสั้นมากว่าให้ใช้ข้อกำหนดใน Part 100 ส่วนที่เป็นเนื้อเฉพาะของโรงงานอาหารจริง ๆ มีดังนี้
| ข้อ | เรื่องที่ Part 1 เติมเข้ามา |
|---|---|
| 3 | นิยาม CIP (cleaning in place) |
| 4.3 | ท่อระบายน้ำห้ามพาดผ่านเหนือสายการผลิต และทิศทางการไหลห้ามไหลจากพื้นที่ปนเปื้อนไปพื้นที่สะอาด |
| 6.2 | คุณภาพน้ำ น้ำแข็ง ไอน้ำ รวมถึงการตรวจคลอรีนตกค้าง ณ จุดใช้งาน |
| 6.6 | สารเคมีหม้อไอน้ำ |
| 10 | จุดรับวัตถุดิบเทกอง ต้องชี้บ่ง ปิดฝา และล็อก ปล่อยเข้าระบบได้หลังอนุมัติและทวนสอบแล้วเท่านั้น |
| 12.2 | แผนแบ่งโซน (zoning) ป้องกันการปนเปื้อนข้ามทางจุลชีววิทยา 5 ประเด็นที่ต้องพิจารณา |
| 12.3 | การควบคุมสารก่อภูมิแพ้ รวมถึงเงื่อนไขการใช้ของที่นำกลับไปแก้ไข (rework) ที่มีสารก่อภูมิแพ้ และการควบคุมโรงอาหาร/ตู้กดในโรงงาน |
| 12.4 / 12.5 | การปนเปื้อนทางกายภาพ (รวมวัสดุเปราะแตก) และทางเคมี |
| 13.4 | ระบบ CIP ต้องแยกจากสายการผลิตที่กำลังทำงาน และต้องกำหนดกับเฝ้าระวังพารามิเตอร์ |
| 17 | การใช้ของที่นำกลับไปแก้ไข (rework) |
ข้อ 12.3 คือข้อที่ควรอ่านเองทั้งข้อ เพราะมีทั้งประเด็นการทำความสะอาดเปลี่ยนไลน์ ลำดับการผลิต การควบคุมทิศทางลม ชุดป้องกันเพิ่ม อุปกรณ์เฉพาะ และเรื่องการแสดงฉลากสารก่อภูมิแพ้ที่ต้องประเมินว่าจำเป็นหรือไม่
โรงงานบรรจุภัณฑ์: ข้อ 12.4 Migration
ISO 22002-4:2025 มีข้อที่โรงงานอาหารไม่มี คือ 12.4 การเคลื่อนย้ายสาร (Migration) ว่าด้วยการเคลื่อนย้ายสารจากวัสดุสู่อาหาร ถ้ามีอันตรายด้านความปลอดภัยอาหารที่อาจเกิดจากการเคลื่อนย้ายสาร (migration) หรือกลไกการถ่ายเทอื่น ต้องมีการควบคุมเพื่อป้องกันหรือควบคุมอันตรายนั้น และวัสดุที่ใช้ห่อหุ้มหรือรองรับ เช่น พาเลท ฟิล์ม ภาชนะ ต้องเหมาะสมและสะอาด ไม่ทำให้บรรจุภัณฑ์อาหารปนเปื้อน
สำหรับโรงงานที่ทำ BRCGS Packaging ควบด้วย ข้อนี้เป็นจุดที่สองมาตรฐานพูดเรื่องเดียวกัน ควรออกแบบหลักฐานให้ใช้ตอบได้ทั้งคู่
ผลกระทบต่อเอกสารระบบของโรงงาน
- ทุกจุดที่อ้าง “ISO/TS 22002-1:2009” ต้องแก้ ทั้งคู่มือระบบ ขั้นตอนปฏิบัติงาน ทะเบียนเอกสารภายนอก และแบบฟอร์มตรวจติดตามภายใน
- เลขข้อเปลี่ยน การอ้างอิงไขว้ในเอกสารเดิมจะชี้ผิดข้อ ต้องไล่ทำตารางเทียบเลขข้อเก่า–ใหม่
- ต้องระบุให้ชัดว่าข้อไหนอ้าง Part 100 ข้อไหนอ้างภาคเฉพาะสาขา ความชัดเจนตรงนี้คือสิ่งที่ต้องอธิบายได้ในรอบตรวจ
- รายการตรวจติดตามภายใน (checklist) ต้องเขียนใหม่ โดยเฉพาะข้อ 8 และข้อ 16 ที่โครงสร้างเปลี่ยน
- แผน Food defence กับ Food fraud ต้องเป็นคนละแผน ถ้าเดิมรวมเป็นฉบับเดียว ต้องแยกและมีวิธีประเมินของตัวเอง
ควรเริ่มทำอะไรตอนนี้
- จัดหาตัวมาตรฐานให้ครบ อย่างน้อย Part 100 กับภาคเฉพาะสาขาของโรงงาน เพราะถือภาคเดียวใช้ไม่ได้
- ทำตารางเทียบเลขข้อ จาก ISO/TS 22002-1:2009 มายังโครงสร้างใหม่ แล้วไล่หาว่าเอกสารภายในอ้างข้อไหนบ้าง
- เริ่มจากข้อ 8 และข้อ 16 เพราะเป็นสองข้อที่โครงสร้างเปลี่ยนมากที่สุดและต้องสร้างของใหม่จริง
- คุยกับหน่วยรับรองเรื่องคิว ช่วงตรวจอัปเกรดมีแค่ 12 เดือน คือ 1 พ.ค. 2027 ถึง 30 เม.ย. 2028 ทุกโรงงานอยู่ในกรอบเวลาเดียวกันหมด จึงควรนัดคิวไว้ล่วงหน้า
- อบรมทีมภายในก่อนถึงรอบตรวจ อย่างน้อยผู้จัดการระบบ ผู้ตรวจติดตามภายใน และหัวหน้าฝ่ายผลิต
คำถามที่พบบ่อย
ยังใช้ ISO/TS 22002-1:2009 ได้อยู่ไหม
ใช้ได้สำหรับการตรวจตาม FSSC 22000 Version 6 ซึ่งตรวจได้ถึง 30 เมษายน 2027 หลังจากนั้นการตรวจจะเป็น Version 7 ซึ่งอ้างอิงชุดปี 2025
ถ้าโรงงานทำทั้งผลิตอาหารและผลิตบรรจุภัณฑ์
ถือ Part 100 หนึ่งเล่ม แล้วเพิ่มภาคเฉพาะสาขาที่เกี่ยวข้อง นี่คือเหตุผลที่ ISO รื้อโครงสร้าง เพื่อไม่ให้ต้องอ่านข้อกำหนดซ้ำกันหลายเล่ม
ต้องรื้อระบบใหม่ทั้งหมดไหม
ไม่ต้อง แนวคิด PRP ยังเหมือนเดิม สิ่งที่ต้องทำคือแก้การอ้างอิง ปรับรายการตรวจ และสร้างของใหม่เฉพาะข้อ 8 กับข้อ 16 เป็นหลัก
ผู้ตรวจจากหน่วยรับรองต้องอบรมใหม่ไหม
ต้อง เอกสารขั้นตอนอัปเกรดของ FSSC ระบุให้ผู้ตรวจผ่านการอบรมและสอบเรื่อง ISO 22002-100:2025 กับภาคเฉพาะสาขาที่ตนได้รับอนุมัติ
สรุป
การเปลี่ยนแปลงรอบนี้ไม่ได้ยากที่เนื้อหา แต่ยากที่งานเอกสารและจังหวะเวลา โครงสร้างสองชั้นทำให้ทุกการอ้างอิงในระบบต้องรื้อ และช่วงตรวจอัปเกรดมีแค่ 12 เดือน และเป็นกรอบเวลาเดียวกันสำหรับทุกโรงงาน
โรงงานที่เริ่มทำตารางเทียบเลขข้อและลงมือกับข้อ 8 กับข้อ 16 ตั้งแต่ปีนี้ จะเข้ารอบตรวจแบบมีหลักฐานสะสมครบ ต่างจากโรงงานที่รอถึงต้นปี 2027 แล้วต้องทำทุกอย่างพร้อมกัน
ภาพรวม — ISO 22002 ฉบับปี 2025 รื้อใหม่ทั้งตระกูล และเส้นตาย FSSC 22000 V7 — บทความนี้
ข้อ 8 — FLW และการรีไซเคิล เข้ามาอยู่ในโปรแกรมสุขลักษณะ
ข้อ 16 — Food Defence กับ Food Fraud แยกกันชัด และภาคผนวก A/B ใช้อย่างไร
ภาคบรรจุภัณฑ์ — ISO 22002-4:2025 มีแค่ 5 ข้อที่เป็นของภาคนี้เอง
ลงมือ — ต้องแก้เอกสารระบบอะไรบ้างเมื่อการอ้างอิงเปลี่ยน
เตรียมทีมให้พร้อมก่อนรอบตรวจ FSSC 22000 V7
Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตร FSSC 22000 และ ISO 22000 ตามฉบับปัจจุบัน ทั้งแบบ Public และ In-house
ปรับปรุงล่าสุด 6 สิงหาคม 2026 · เรียบเรียงจากตัวมาตรฐาน ISO 22002-100:2025, ISO 22002-1:2025 และ ISO 22002-4:2025 ฉบับที่บริษัทมีสิทธิ์ใช้งาน ร่วมกับเอกสารขั้นตอนการอัปเกรดเป็น Version 7 (Version 7 Upgrade Process) ของ FSSC บทความนี้เป็นการอธิบายด้วยถ้อยคำของผู้เขียน ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำตัวมาตรฐาน การนำไปปฏิบัติให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก

ISO 22000 ข้อ 7.2 และ 7.3 ความสามารถกับความตระหนัก ต่างกันอย่างไร
GHPs การออกแบบสถานประกอบการและสิ่งอำนวยความสะดวก — ผังที่วางถูกคือมาตรการที่ถูกที่สุด
ISO 22000 ข้อ 5.1 ภาวะผู้นำและความมุ่งมั่น — หลักฐานอยู่ในบันทึกการตัดสินใจทางธุรกิจ
ISO 22000:2018 ข้อ 8.1 การวางแผนและควบคุมการปฏิบัติงาน — ร่มที่คลุมทั้งหมวด 8
ISO 22000 ข้อ 5.2 นโยบายความปลอดภัยอาหาร อธิบายและตีความ