ISO 22002-4:2025 สำหรับโรงงานบรรจุภัณฑ์อาหาร — มีแค่ 5 ข้อที่เป็นของภาคนี้เอง และข้อ 12.4 การเคลื่อนย้ายสาร (Migration) คืออะไร

ภาพปกบทความ ISO 22002-4:2025 สำหรับโรงงานบรรจุภัณฑ์อาหาร แสดงข้อ 10 วัสดุจัดซื้อ ข้อ 12 การปนเปื้อน และข้อ 17 การนำกลับไปใช้
สรุปสั้นก่อน
ผมไล่อ่าน ISO 22002-4:2025 ทีละข้อแล้วนับได้ว่า จากทั้งหมด 17 ข้อ มีเพียง 5 ข้อที่เขียนข้อกำหนดของตัวเอง คือข้อ 10 · 12.2 · 12.3 · 12.4 · 17 ที่เหลือระบุให้ใช้ข้อกำหนดใน ISO 22002-100 ทั้งหมด แปลว่าโรงงานบรรจุภัณฑ์อาหารต้องถือสองเล่ม และงานจริงของภาคนี้กระจุกอยู่ที่เรื่องการปนเปื้อนกับการนำของกลับไปแก้ไข

ขอบข่ายของ Part 4 ครอบคลุมใคร

ข้อ 1 ระบุว่าเอกสารนี้ใช้ร่วมกับ ISO 22002-100 เพื่อวางโปรแกรมพื้นฐาน (PRPs) สำหรับการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารและอาหารสัตว์ ใช้ได้กับทุกองค์กรไม่ว่าขนาดหรือความซับซ้อนเท่าใด และไม่ใช้กับส่วนอื่นของห่วงโซ่อาหาร

จุดที่ควรอ่านให้ดีคือประโยคเรื่องการยกเว้นข้อกำหนด ซึ่งทำได้ก็ต่อเมื่อมีเหตุผลรองรับเพียงพอที่ยืนยันว่าการยกเว้นนั้นไม่กระทบความปลอดภัยอาหาร เหตุผลนั้นต้องเขียนไว้ ไม่ใช่ตัดสินในใจ

ข้อ 2 การอ้างอิงเชิงบรรทัดฐาน (Normative references) มีรายการเดียว คือ ISO 22002-100 ซึ่งเป็นการยืนยันโครงสร้างสองชั้นด้วยตัวมันเอง

สนใจอบรม BRCGS (Approved Training Partner)?
เรียนออนไลน์ผ่าน ZOOM · รับใบประกาศนียบัตร
ดูรอบ & ราคา →

5 ข้อที่เป็นของภาคนี้จริง ๆ

ผมไล่ทีละข้อย่อยทั้งเล่ม ผลออกมาดังนี้

ข้อ ชื่อข้อ เขียนเองหรืออ้าง Part 100
4–9, 11, 13–16 โครงสร้างอาคาร · ผังพื้นที่ · สาธารณูปโภค · การควบคุมสัตว์พาหะ · ของเสียและ FLW · เครื่องจักร · การจัดเก็บและขนส่ง · การทำความสะอาด · สุขลักษณะบุคคล · ข้อมูลผลิตภัณฑ์ · การป้องกันการปนเปื้อนโดยเจตนาและการฉ้อฉลอาหาร อ้าง ISO 22002-100 ทั้งหมด
10 การจัดการวัสดุที่จัดซื้อ (Management of purchased materials) อ้าง Part 100 แล้วเพิ่มของตัวเอง
12.2 การปนเปื้อนทางเคมี (Chemical contamination) เขียนเอง
12.3 การปนเปื้อนทางกายภาพ (Physical contamination) เขียนเอง
12.4 การเคลื่อนย้ายสาร (Migration) เขียนเอง — ไม่มีใน Part 1
17 การนำของที่แก้ไขแล้วไปใช้ (Rework usage) เขียนเอง

ประโยชน์ของตารางนี้คือใช้วางลำดับงานได้ทันที ข้อที่อ้าง Part 100 ให้ไปทำตาม Part 100 เล่มเดียวจบ ส่วน 5 ข้อที่เหลือคือจุดที่ต้องเปิดสองเล่มพร้อมกัน

คำสี่คำในข้อ 3 ที่ต้องแยกให้ออก

Part 4 เพิ่มนิยามของตัวเองไว้ 4 คำในข้อ 3 และสองคำแรกทำให้คนอ่านสับสนกันได้ง่ายมาก

คำ ใจความ
การเคลื่อนย้ายสาร
(migration) ข้อ 3.1
การถ่ายเทสารจากแหล่งภายนอกเข้าสู่อาหาร โดยหมายเหตุยกตัวอย่างแหล่งภายนอกไว้ว่าคือวัสดุบรรจุภัณฑ์และสภาพแวดล้อม
บรรจุภัณฑ์ขนส่ง
(packaging) ข้อ 3.2
ผลิตภัณฑ์หรือวัสดุที่ใช้รองรับและปกป้องตัวบรรจุภัณฑ์อาหารระหว่างการส่ง การขนส่ง และการจัดเก็บ
ข้อกำหนดคุณลักษณะ
(specification) ข้อ 3.3
คำอธิบายรายละเอียดของคุณสมบัติและข้อกำหนดของวัสดุ ทั้งด้านเทคนิค ด้านกฎหมาย และความเหมาะสมเฉพาะงาน
การถ่ายเทจากผิวสัมผัส
(set-off) ข้อ 3.4
การถ่ายเทสารจากผิวหนึ่งของวัสดุ หรือจากผิวที่วางประกบกัน มายังด้านที่สัมผัสอาหาร โดยเกิดจากการที่วัสดุวางซ้อนกันหรือม้วนเก็บ
บรรจุภัณฑ์ขนส่ง (packaging) กับบรรจุภัณฑ์อาหาร (food packaging) ไม่ใช่คำเดียวกัน
ในโรงงานบรรจุภัณฑ์อาหาร สิ่งที่เราผลิตคือบรรจุภัณฑ์อาหาร (food packaging) ซึ่ง ISO 22002-100 นิยามไว้ในข้อ 3.8 ส่วน packaging ตามข้อ 3.2 ของ Part 4 คือของที่เราใช้ห่อและขนของที่เราผลิตออกไป เช่น พาเลท ฟิล์มพันพาเลท ลังรวม

ถ้าเขียนขั้นตอนปฏิบัติงานโดยใช้คำว่าบรรจุภัณฑ์คำเดียวปนกัน จะอธิบายไม่ได้ว่าข้อ 12.4 กำลังคุมอะไร

ข้อ 12.4 การเคลื่อนย้ายสาร (Migration) ว่าอย่างไร

ข้อนี้เป็นข้อที่โรงงานผลิตอาหารไม่มี และสั้นมาก แต่ผูกกับสองนิยามข้างบนโดยตรง สาระมีสองชั้น

  1. ชั้นแรก ถ้ามีอันตรายด้านความปลอดภัยอาหารที่อาจเกิดจากการเคลื่อนย้ายสารหรือกลไกการถ่ายเทอื่น ต้องมีการควบคุมเพื่อป้องกันหรือควบคุมอันตรายนั้น จุดสำคัญคือคำว่า อาจเกิด ซึ่งแปลว่าต้องผ่านการวิเคราะห์อันตรายก่อน ไม่ใช่รอให้เกิดแล้วค่อยคุม
  2. ชั้นที่สอง เจาะจงลงไปที่บรรจุภัณฑ์ขนส่งตามนิยามข้อ 3.2 โดยยกตัวอย่างไว้ว่าพาเลท ฟิล์ม และภาชนะบรรจุ ต้องทำจากวัสดุที่เหมาะสมและสะอาด และต้องไม่ทำให้ตัวบรรจุภัณฑ์อาหารที่เราผลิตปนเปื้อน

ท้ายข้อมีหมายเหตุที่ควรอ่านให้ดี ว่าบางกรณีพาเลทอาจผ่านการใช้สารเคมี เช่น สารกำจัดแมลง สารกำจัดเชื้อรา หรือสารกำจัดศัตรูพืช เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายหรือของลูกค้า

สองเรื่องนี้รวมกันแปลว่า พาเลทที่ผ่านการรมสารและฟิล์มพันพาเลทกลายเป็นสิ่งที่ต้องมีข้อกำหนดคุณลักษณะและมีการควบคุม ไม่ใช่ของสิ้นเปลืองที่ซื้อจากใครก็ได้ นี่คือจุดที่แผนควบคุมของโรงงานบรรจุภัณฑ์ต่างจากโรงงานอาหารชัดที่สุด

ข้อ 12.2 การปนเปื้อนทางเคมี — เรื่องการถ่ายเทจากผิวสัมผัส (set-off)

หัวใจของข้อนี้คือวัสดุที่พิมพ์และเคลือบ ทั้งตอนเป็นงานระหว่างทำและตอนเป็นงานสำเร็จ ต้องจัดการและจัดเก็บในลักษณะที่ทำให้การถ่ายเทสารมาสู่ด้านที่สัมผัสอาหารผ่านการถ่ายเทจากผิวสัมผัส (set-off) หรือกลไกอื่น ลดลงมาอยู่ในระดับที่ปลอดภัยตามที่การวิเคราะห์อันตรายกำหนดไว้

ประโยคสุดท้ายนั้นสำคัญ เพราะหมายความว่าระดับที่ปลอดภัยไม่ใช่ตัวเลขสำเร็จรูป แต่มาจากการวิเคราะห์อันตรายของโรงงานเอง งานที่ต้องมีจึงเป็นการเชื่อมผลวิเคราะห์อันตรายเข้ากับวิธีวางม้วนและวิธีวางซ้อนของจริงในคลัง

ข้อนี้ยังพูดถึงสารเคมีที่ใช้ในโรงงานรวมถึงสารทำความสะอาดและสารหล่อลื่น โดยสารหล่อลื่นที่ตั้งใจให้สัมผัสผลิตภัณฑ์ต้องเป็นเกรดที่เหมาะกับการใช้งานนั้น

ข้อ 12.3 การปนเปื้อนทางกายภาพ — สองเรื่องที่ต้องมีขั้นตอนเป็นเอกสาร

ข้อนี้พูดถึงสองกลุ่มความเสี่ยงที่ต้องมีขั้นตอนรองรับ

  • แก้วและวัสดุเปราะ โดยมีวงเล็บสำคัญว่านับเฉพาะการใช้งานอื่นที่ไม่ใช่ตัวการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารเอง ซึ่งเป็นข้อยกเว้นที่สมเหตุสมผลสำหรับโรงงานที่ผลิตขวดแก้ว ที่เหลือต้องมีการตรวจตามรอบและมีขั้นตอนเมื่อเกิดการแตก และให้หลีกเลี่ยงการใช้วัสดุเปราะเท่าที่ทำได้
  • ของมีคม (sharps) ต้องมีขั้นตอนอย่างเป็นทางการ และข้อนี้มีข้อห้ามที่ชัดเจนข้อหนึ่งคือห้ามใช้คัตเตอร์แบบหักใบมีด

นอกจากนี้ยังกำหนดว่าพื้นผิวที่ตั้งใจให้สัมผัสผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ผลิตและพื้นที่จัดเก็บ ต้องไม่มีเสี้ยนหรือแหล่งปนเปื้อนอื่น และทำความสะอาดได้ง่ายและได้ผล รวมถึงเรื่องการทำความสะอาดอาคารและเครื่องจักรให้ปราศจากฝุ่น ใยแมงมุม สะเก็ด และเศษวัสดุ

ข้อ 10 การจัดการวัสดุที่จัดซื้อ — ของใหม่ที่ควรสังเกต

ข้อ 10 เป็นข้อเดียวที่ใช้รูปแบบ อ้าง Part 100 แล้วเพิ่มของตัวเอง สิ่งที่เพิ่มมามีสี่เรื่อง และเรื่องที่สองน่าสนใจที่สุด

  • ถ้าใช้ซีลแสดงร่องรอยการเปิด ต้องมีกระบวนการทวนสอบว่าเป็นไปตามข้อกำหนดของลูกค้าหรือของกฎหมาย
  • ถ้าวัตถุดิบขาเข้ามาจากแหล่งรีไซเคิล วัสดุนาโน หรือวัสดุจากพืช ต้องมีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อทวนสอบว่าข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอาหารและการสอบกลับถูกทำครบก่อนรับเข้า
  • วัตถุดิบที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดคุณลักษณะ ต้องจัดการภายใต้ขั้นตอนที่เป็นเอกสารซึ่งกันการนำไปใช้โดยไม่ตั้งใจ
  • จุดรับวัตถุดิบแบบเทกอง ต้องชี้บ่งไว้ และปิดฝากับล็อกเมื่อเหมาะสม โดยการปล่อยเข้าระบบทำได้หลังการอนุมัติและการทวนสอบวัตถุดิบที่รับมาแล้วเท่านั้น

ข้อที่สองสะท้อนทิศทางของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ที่กำลังใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุจากพืชมากขึ้น โรงงานที่กำลังเปลี่ยนไปใช้เม็ดพลาสติกรีไซเคิลหรือวัสดุชีวภาพ ต้องเตรียมหลักฐานชุดนี้ไว้ตั้งแต่ก่อนรับเข้า

ข้อ 17 การนำของที่แก้ไขแล้วไปใช้ (Rework usage)

Part 4 ใช้ชื่อข้อว่า Rework usage ซึ่งต่างจาก Part 1 ที่ใช้ชื่อว่า Rework เฉย ๆ และแตกเป็น 17.1 ถึง 17.3 ส่วน Part 4 เขียนรวดเดียวไม่แตกข้อย่อย

สาระของ Part 4 มีสามเรื่อง

  1. ต้องระบุปริมาณ ประเภท และเงื่อนไขที่ยอมรับได้ในการนำกลับเข้ากระบวนการ พร้อมกำหนดวิธีการเติมและขั้นตอนเตรียมก่อนที่จำเป็น
  2. ต้องมีมาตรการกันไม่ให้กระบวนการนี้ทำให้วัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ระหว่างทำ หรือบรรจุภัณฑ์อาหาร ปนเปื้อนด้วยวัสดุที่ไม่ได้ตั้งใจให้สัมผัสอาหาร ประโยคนี้คือหัวใจของภาคบรรจุภัณฑ์ เพราะเศษที่นำกลับมาบดใช้ใหม่อาจมาจากงานที่มีหมึกพิมพ์หรือสารเคลือบอยู่
  3. ต้องเก็บเอกสารสารสนเทศไว้แสดงว่าการทำตามกระบวนการที่กำหนดไว้ ยังคงความสอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมายและของลูกค้า

หลักฐานที่ควรเตรียมไว้ก่อนรอบตรวจ

หลักฐาน ผูกกับข้อ
ข้อกำหนดคุณลักษณะของพาเลทและฟิล์มพันพาเลท พร้อมข้อมูลว่าผ่านการใช้สารเคมีหรือไม่ 12.4
ผลการวิเคราะห์อันตรายที่ระบุว่าการเคลื่อนย้ายสารเป็นอันตรายที่ต้องคุมหรือไม่ พร้อมเหตุผล 12.4
เกณฑ์ระดับปลอดภัยของการถ่ายเทจากผิวสัมผัส (set-off) ที่ผูกกับผลวิเคราะห์อันตราย และวิธีวางม้วนกับวางซ้อนที่ใช้จริง 12.2
ทะเบียนสารหล่อลื่นพร้อมเกรดที่ใช้ แยกชนิดที่สัมผัสผลิตภัณฑ์ 12.2
ทะเบียนแก้วและวัสดุเปราะ พร้อมรอบการตรวจและขั้นตอนเมื่อแตก 12.3
ขั้นตอนควบคุมของมีคม และหลักฐานว่าไม่มีคัตเตอร์แบบหักใบมีดในพื้นที่ 12.3
หลักฐานการทวนสอบวัตถุดิบจากแหล่งรีไซเคิล วัสดุนาโน หรือวัสดุจากพืช ก่อนรับเข้า 10
ข้อกำหนดปริมาณและเงื่อนไขการใช้ของที่นำกลับไปแก้ไข พร้อมหลักฐานความสอดคล้องกับข้อกำหนดลูกค้าและกฎหมาย 17
เหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษรสำหรับข้อกำหนดที่ขอยกเว้น 1

คำถามที่พบบ่อย

ถือ ISO 22002-4:2025 เล่มเดียวพอไหม
ไม่พอ ข้อ 1 ระบุว่าใช้ร่วมกับ ISO 22002-100 และข้อ 2 อ้าง ISO 22002-100 เป็นการอ้างอิงเชิงบรรทัดฐานรายการเดียว ข้อส่วนใหญ่ของ Part 4 ก็ระบุให้ใช้ข้อกำหนดใน Part 100

โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารสัตว์ใช้ Part 4 ได้ไหม
ได้ ข้อ 1 ระบุขอบข่ายไว้ว่าครอบคลุมการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารและอาหารสัตว์

ข้อ 12.4 บังคับให้ต้องส่งทดสอบการเคลื่อนย้ายสารทุกรุ่นไหม
ข้อกำหนดพูดถึงการมีการควบคุมเมื่อมีอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ไม่ได้ระบุวิธีหรือความถี่ในการทดสอบ วิธีการมาจากผลการวิเคราะห์อันตรายของโรงงาน ข้อกำหนดของลูกค้า และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ถ้าโรงงานผลิตขวดแก้ว ต้องทำทะเบียนวัสดุเปราะทั้งโรงงานไหม
ข้อ 12.3 เขียนวงเล็บกำกับไว้ว่าใช้กับการใช้งานอื่นที่ไม่ใช่ตัวการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารเอง ดังนั้นแก้วที่เป็นตัวผลิตภัณฑ์ไม่ได้อยู่ในขอบเขตของข้อนี้ แต่แก้วในส่วนอื่นของโรงงานยังอยู่

Equal Assurance (Thailand) รับรอง BRCGS Packaging ให้ได้ไหม
ไม่ได้ครับ เราเป็นผู้ให้บริการฝึกอบรมที่ได้รับการอนุมัติจาก BRCGS (Approved Training Partner) สำหรับหลักสูตร Packaging Materials Issue 7 ส่วนการตรวจรับรอง BRCGS เป็นคนละบทบาทที่เราไม่ได้ให้บริการ

สรุป

ISO 22002-4:2025 เป็นเล่มที่บางแต่เข้มข้น เพราะเนื้อข้อกำหนดของภาคนี้กระจุกอยู่แค่ 5 ข้อ และเกือบทั้งหมดอยู่ในเรื่องเดียวกันคือการกันไม่ให้สารเดินทางไปถึงอาหาร ไม่ว่าจะผ่านการพิมพ์ที่ถ่ายเทจากผิวสัมผัส ผ่านพาเลทที่รมสาร หรือผ่านเศษที่นำกลับมาบดใช้ใหม่

งานที่ทำได้ทันทีคือแยกคำว่าบรรจุภัณฑ์อาหารกับบรรจุภัณฑ์ขนส่งออกจากกันในเอกสารระบบ แล้วไล่ดูว่าข้อกำหนดคุณลักษณะของพาเลทและฟิล์มมีอยู่จริงหรือยัง เพราะสองอย่างนี้เป็นฐานของข้อ 12.4 ทั้งข้อ

ชุดบทความ ISO 22002 ฉบับปี 2025
ภาพรวม — ISO 22002 ฉบับปี 2025 รื้อใหม่ทั้งตระกูล และเส้นตาย FSSC 22000 V7
ข้อ 8 — FLW และการรีไซเคิล เข้ามาอยู่ในโปรแกรมสุขลักษณะ
ข้อ 16 — Food Defence กับ Food Fraud แยกกันชัด และภาคผนวก A/B ใช้อย่างไร
ภาคบรรจุภัณฑ์ — ISO 22002-4:2025 มีแค่ 5 ข้อที่เป็นของภาคนี้เอง — บทความนี้
ลงมือ — ต้องแก้เอกสารระบบอะไรบ้างเมื่อการอ้างอิงเปลี่ยน

เตรียมทีมให้พร้อมก่อนรอบตรวจ FSSC 22000 V7

Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตร FSSC 22000 และ ISO 22000 ตามฉบับปัจจุบัน ทั้งแบบ Public และ In-house

ดูตารางอบรมขอใบเสนอราคา

เผยแพร่ 6 สิงหาคม 2026 · เรียบเรียงจากตัวมาตรฐาน ISO 22002-4:2025 และ ISO 22002-100:2025 ฉบับที่บริษัทถือลิขสิทธิ์การใช้งาน เนื้อหาเป็นการอธิบายด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียง ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำตัวมาตรฐาน การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand