เข้าใจมาตรฐาน CQI-9 (4th Edition) สำหรับการประเมินกระบวนการชุบความร้อนในอุตสาหกรรมยานยนต์ พร้อมประโยชน์และแนวทางเตรียมตัวก่อนรับการ Audit

เข้าใจมาตรฐาน CQI-9 (4th Edition) สำหรับการประเมินกระบวนการชุบความร้อนในอุตสาหกรรมยานยนต์ พร้อมประโยชน์และแนวทางเตรียมตัวก่อนรับการ Audit | EQA Thailand

เข้าใจมาตรฐาน CQI-9 (4th Edition) สำหรับการประเมินกระบวนการชุบความร้อนในอุตสาหกรรมยานยนต์ พร้อมประโยชน์และแนวทางเตรียมตัวก่อนรับการ Audit

ทำความรู้จักกับ CQI-9 ฉบับที่ 4

CQI-9: Heat Treat System Assessment (HTSA) คือแนวทางที่ออกโดยองค์กร AIAG (Automotive Industry Action Group) เพื่อให้โรงงานที่มี “กระบวนการชุบความร้อน” สามารถ ควบคุมกระบวนการนี้ได้อย่างเป็นระบบ และ ลดความเสี่ยงจากการเบี่ยงเบนของคุณภาพ

ปัจจุบันเวอร์ชันล่าสุดคือ “ฉบับที่ 4 (4th Edition)” มีการอัปเดตเนื้อหาให้ทันต่อเทคโนโลยีและข้อกำหนดของผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่

 

CQI-9 จำเป็นแค่ไหน?

ถ้าโรงงานของคุณมีการ ชุบแข็ง (Hardening), อบคืนตัว (Tempering), อบล้างความเครียด (Stress Relieving), หรือแม้แต่ อบอ่อน (Annealing) — กระบวนการเหล่านี้ล้วนถือเป็น “Special Process” ตามข้อกำหนดของ IATF 16949
และคุณจำเป็นต้อง:

  • ทำการประเมินระบบชุบความร้อนประจำปี
  • มีแผนการควบคุมและบันทึกพารามิเตอร์สำคัญ
  • พร้อมสำหรับการตรวจสอบจากลูกค้า (CSR) เช่น GM, Ford, Stellantis

โครงสร้างเนื้อหาของ CQI-9

หัวข้อหลัก รายละเอียด
System Assessment ตรวจสอบการจัดการระบบชุบความร้อนโดยรวม เช่น Calibration, Document Control
Process Tables ตารางแยกตามชนิดของเตา (Furnace Type) เช่น Batch, Continuous, Induction
Job Audit ตรวจสอบชิ้นงานจริงในสายการผลิต
Pyrometry การวัดอุณหภูมิและการสอบเทียบตามมาตรฐาน AMS2750

 

  

ตัวอย่างปัญหาที่ CQI-9 ช่วยควบคุม

ปัญหา ความเสี่ยง การควบคุมด้วย CQI-9
ความร้อนสูงหรือต่ำเกิน ความแข็งไม่ตรง spec วัด Temp. ด้วย Thermocouple และสอบเทียบสม่ำเสมอ
การอบไม่ครบเวลา ชิ้นงานไม่ผ่าน fatigue test ตั้งเวลาเตาแบบอัตโนมัติและทำ Job Audit
ไม่มีการ Calibration เตา ข้อมูลไม่แม่นยำ ตรวจสอบตามแนวทาง Pyrometry
ความแข็งไม่ได้ตาม Spec เสียชิ้นงานจำนวนมาก ตรวจสอบการควบคุมอุณหภูมิและเวลา
เครื่อง HT ไม่สอบเทียบ ผลผลิตไม่น่าเชื่อถือ มีข้อกำหนด Calibration ชัดเจนใน Section A
ไม่มี Job Audit ย้อนหลัง ตรวจสอบย้อนกลับไม่ได้ Section ใหม่ช่วยวิเคราะห์ปัญหาจากปลายทาง

 

โครงสร้าง CQI-9 ฉบับที่ 4 มีอะไรใหม่?

Heat Treat System Assessment 4th Edition มีโครงสร้างแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก:

ส่วนประเมิน รายละเอียดสำคัญ
Section A: System Assessment ตรวจสอบระบบการควบคุมโดยรวม เช่น เอกสาร, การฝึกอบรม, Calibration
Section B: Process Tables ตารางประเมินกระบวนการแต่ละชนิด (เช่น Vacuum HT, Induction, FNC)
Section C: Checklists แบบฟอร์มประเมินรายเครื่องจักร

 

จุดเปลี่ยนในเวอร์ชัน 4:

  • เพิ่ม “Job Audit” เพื่อตรวจแบบย้อนกลับจากผลิตภัณฑ์
  • ปรับเกณฑ์ Tempering / Quenching ตามมาตรฐานอุตสาหกรรมล่าสุด
  • เน้น Risk-based Thinking เชื่อมโยงกับ FMEA และ IATF 16949

ใครควรต้องเข้าอบรมหลักสูตร CQI-9?

ตำแหน่ง เหตุผลที่ควรเรียนรู้
วิศวกรกระบวนการ HT เพื่อควบคุมพารามิเตอร์สำคัญได้อย่างถูกต้อง
QA / QC เข้าใจเกณฑ์ตรวจสอบและวิเคราะห์ความเสี่ยง
ผู้บริหาร วางนโยบายลงทุนด้านเครื่องจักร / ระบบ HT ให้ผ่านการ Audit
Supplier Tier 1, 2 เตรียมตัวรับ Audit จากลูกค้า OEM เช่น GM, Ford, Honda, Toyota

 

 

แนวทางการปฏิบัติที่ดี

 

✅ ทำ CQI-9 Assessment อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

✅ บันทึกพารามิเตอร์สำคัญ เช่น Temp., Time, Atmosphere

✅ ฝึกอบรมพนักงานชุบความร้อนให้เข้าใจ Critical Parameters

✅ สอบเทียบอุปกรณ์วัดความร้อนตามข้อกำหนด AMS2750

✅ ทำ Job Audit แบบสุ่มทุกเดือน

 

แนะนำบทความเพิ่มเติม

  • 👉 CQI-27: การหล่อโลหะอย่างมีประสิทธิภาพ (Casting System Assessment)

สรุปจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ

“ในฐานะวิศวกรที่ทำงานกับ Heat Treatment มาหลายปี ผมเชื่อว่า CQI-9 ไม่ใช่แค่เครื่องมือ Audit แต่คือแนวทางในการพัฒนาระบบให้ สามารถทำซ้ำได้ (Repeatable), เชื่อถือได้ (Reliable), และตรวจสอบได้ (Traceable) อย่างแท้จริง

ยิ่งคุณเตรียมความพร้อมล่วงหน้าผ่านการอบรมและใช้แบบประเมินที่ถูกต้อง โอกาสที่จะ ‘ผ่านการ Audit ครั้งแรก’ จะสูงมาก และนั่นหมายถึง ‘ความมั่นใจ’ จากลูกค้า OEM”

 

# CQI-9: การประเมินระบบ Heat Treatment ล่าสุด | สำหรับโรงงานยานยนต์

# CQI-9, Heat Treat System Assessment, กระบวนการชุบความร้อน, หลักสูตร CQI-9, Special Process, AIAG, IATF 16949

 

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand