ข้อ 8 ของ ISO 22002-100:2025 — FLW และการรีไซเคิล เข้ามาอยู่ในโปรแกรมสุขลักษณะแล้ว

ภาพปกบทความ ISO 22002-100:2025 ข้อ 8 การจัดการของเสีย FLW และการรีไซเคิล แสดงข้อย่อย 8.1 8.2 และ 8.3
สรุปสั้นก่อน
ข้อ 8 ของ ISO 22002-100:2025 ชื่อเต็มว่า การจัดการของเสีย การจัดการ FLW และการรีไซเคิล (Waste, FLW management and recycling) และแตกเป็นสามข้อย่อย โดยมีคำว่า FLW ซึ่งย่อจาก Food Loss and Waste หมายถึงการสูญเสียอาหารและของเสียจากอาหาร ที่มีนิยามของตัวเองอยู่ในข้อ 3.7 ของมาตรฐาน นี่คือจุดที่โปรแกรมสุขลักษณะพื้นฐานเริ่มพูดถึงเรื่องการสูญเสียอาหาร ไม่ใช่แค่การกำจัดขยะให้พ้นไปจากไลน์ผลิต

ข้อ 8 วางโครงไว้อย่างไร

ในตัวเล่ม ISO 22002-100:2025 ข้อ 8 แบ่งเป็นสามข้อย่อย

  • 8.1 ทั่วไป (General) โปรแกรมจัดการของเสียและพื้นที่จัดเก็บ
  • 8.2 การรีไซเคิลและการนำวัสดุกลับมาใช้ (Recycling and/or reuse of materials)
  • 8.3 ภาชนะรองรับของเสีย (Waste containers)

สำหรับโรงงานที่ทำ FSSC 22000 มีจุดที่ต้องรู้ก่อนเปิดเล่ม คือ ทั้ง ISO 22002-1:2025 (โรงงานผลิตอาหาร) และ ISO 22002-4:2025 (โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์อาหาร) ไม่ได้เขียนข้อกำหนดข้อ 8 ของตัวเองเลย ทั้งสามข้อย่อยระบุให้ใช้ข้อกำหนดใน ISO 22002-100 ตรง ๆ แปลว่าถ้าจะทำข้อ 8 ต้องเปิด Part 100 เท่านั้น

FLW ไม่ใช่คำเดียวกับ ขยะ

มาตรฐานให้นิยามสองคำนี้แยกกันในข้อ 3 และความต่างมีผลกับงานจริง

สนใจอบรม GHPs & HACCP / มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร?
เรียนออนไลน์ผ่าน ZOOM · รับใบประกาศนียบัตร
ดูรอบ & ราคา →
คำ ใจความของนิยาม แปลว่าอะไรในโรงงาน
ของเสีย (Waste)
ข้อ 3.18
สิ่งที่เหลือจากการผลิต หรือสิ่งที่องค์กรตั้งใจให้ไปกำจัด รวมถึงการทำลาย นิยามอยู่ที่เจตนาขององค์กร ไม่ใช่ที่สภาพของวัสดุ ของชิ้นเดียวกันจึงเป็นขยะหรือไม่เป็น ขึ้นกับว่าเราตัดสินใจอย่างไร
FLW
การสูญเสียอาหารและของเสียจากอาหาร
(Food Loss and Waste) ข้อ 3.7
อาหาร และ/หรือส่วนที่กินไม่ได้ซึ่งติดมาด้วย ที่ถูกนำออกจากห่วงโซ่อาหาร ครอบคลุมทั้งตัวอาหารที่หลุดออกจากห่วงโซ่ และเศษที่ติดมากับมัน เช่น เปลือก กระดูก กาก จึงกว้างกว่าคำว่าของเสียจากการผลิตที่โรงงานคุ้นเคย

ผลที่ตามมาคือ ข้อ 8.1 ให้แยกพื้นที่จัดเก็บ ของเสีย กับ FLW ออกจากกันเมื่อเหมาะสม และกำหนดเงื่อนไขของพื้นที่เก็บ FLW ไว้คนละแบบกับพื้นที่เก็บของเสียทั่วไป โรงงานที่วันนี้มีจุดทิ้งรวมจุดเดียวหลังไลน์ผลิต จะตอบข้อนี้ไม่ได้

ข้อ 8.1 เรียกหาอะไร

ใจความคือต้องมีโปรแกรมจัดการของเสียที่เป็นระบบ ไม่ใช่แค่มีถังขยะ และทั้งกระบวนการต้องไม่ทำให้ผลิตภัณฑ์ปนเปื้อน สิ่งที่ข้อนี้ครอบคลุมมีสามเรื่องหลัก

  • การระบุประเภทของเสีย โดยนับของเสียที่เป็นอาหารเข้ามาด้วยเมื่อเหมาะสม ขั้นนี้คือทะเบียนประเภทของเสีย ซึ่งต้องแยกออกมาเป็นเอกสารต่างหาก ไม่ใช่รวมอยู่กับขั้นตอนกำจัดขยะทั่วไป
  • การจัดเก็บแบบแยกพื้นที่ ระหว่างของเสียกับ FLW โดยพื้นที่ FLW มีเงื่อนไขของตัวเอง
  • ระบบขนย้ายที่รองรับปริมาณจริง ซึ่งต้องรองรับช่วงพีคของสายการผลิตได้ ไม่ใช่แค่วันปกติ และน้ำเสียนับอยู่ในขอบเขตของข้อนี้ด้วย

ข้อ 8.1 ยังระบุให้เก็บบันทึกการระบุและการกำจัดหรือทำลายของเสียไว้เป็นหลักฐาน

เงื่อนไขในข้อ 8.1 ที่มองข้ามง่าย
ข้อ 8.1 มีเงื่อนไขเรื่องของเสียที่มีตราสินค้าอยู่บนตัวมัน ในทางปฏิบัติแปลว่าฟิล์มพิมพ์ลาย กล่องพิมพ์ตรา และฉลากที่พิมพ์เสีย จะขายเป็นเศษวัสดุออกไปเฉย ๆ ไม่ได้ ต้องมีขั้นตอนที่ทำให้ตราสินค้าใช้ซ้ำไม่ได้ และต้องผ่านผู้รับกำจัดที่ผ่านการอนุมัติพร้อมมีบันทึกไว้

ข้อ 8.2 รีไซเคิลกับนำกลับมาใช้ — คนละคำ คนละนิยาม

ข้อ 8.2 เป็นจุดที่ต้องอ่านนิยามให้ชัดก่อน เพราะมาตรฐานให้นิยามสองคำนี้ต่างจากภาษาที่ใช้กันหน้างาน

  • การรีไซเคิล (Recycling) ข้อ 3.13 คือการดึงวัสดุออกจากสายของเสียระหว่างกระบวนการผลิต และนิยามตัดกรณีการนำวัสดุกลับเข้ากระบวนการเดิมออกไป เช่น เศษที่บดกลับ (regrind) หรือเศษจากกระบวนการ (scrap) ที่เกิดในกระบวนการหนึ่งแล้วดึงกลับเข้ากระบวนการนั้นเอง
  • การนำกลับมาใช้ (Reuse) ข้อ 3.14 มาตรฐานผูกคำนี้ไว้กับคำว่า การนำกลับไปแก้ไข (rework) โดยตรง คือการดำเนินการกับสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด เพื่อทำให้กลับมาเป็นไปตามข้อกำหนด

เพราะฉะนั้นเวลาเขียนขั้นตอนปฏิบัติงาน ต้องเลือกคำให้ตรงกับนิยามในเล่ม ไม่ใช่ตรงกับที่พนักงานเรียกกัน

เงื่อนไขที่ข้อ 8.2 วางไว้ สรุปเป็นหลักการได้สามเรื่อง

  1. ต้องออกแบบมาไม่ให้ผลิตภัณฑ์สุดท้ายปนเปื้อน เป็นเงื่อนไขตั้งต้น ถ้าออกแบบไม่ได้ก็ทำไม่ได้
  2. ต้องแยกและระบุตัวตนตลอดทาง ทั้งตัววัสดุ พื้นที่จัดเก็บ และการสอบกลับ พร้อมมีการตรวจสอบและทำความสะอาดก่อนนำกลับมาใช้
  3. ต้องมีเกณฑ์ตัดสินเป็นเอกสาร ว่าวัสดุแบบไหนทำความสะอาดหรือซ่อมแล้วใช้ต่อได้ ถ้าไม่ถึงเกณฑ์ให้จัดเป็นของเสีย ตัวอย่างที่มาตรฐานยกไว้เองคือพาเลทไม้ และถ้านำกลับมาใช้ ต้องใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้แล้วเท่านั้น

ข้อ 3 เป็นข้อที่พิสูจน์ได้ทันทีหน้างาน เพราะพาเลทไม้ที่แตก บิ่น หรือชื้น ต้องมีคนตัดสินว่าใช้ต่อได้หรือไม่ คำถามคือ เกณฑ์อยู่ที่ไหน และใครเป็นคนตัดสิน

ข้อ 8.3 ภาชนะรองรับของเสีย

ข้อนี้ใกล้เคียงกับงานที่ทำกันอยู่หน้างาน แต่มีเงื่อนไขที่ต้องเขียนไว้เป็นเอกสาร

สาระคือภาชนะต้องพอกับปริมาณจริง เทตามความถี่ที่เหมาะสม และรักษาความสะอาดได้ ส่วนภาชนะหรือพื้นที่สำหรับของเสีย ผลพลอยได้ และสิ่งที่กินไม่ได้หรือเป็นอันตราย มีเงื่อนไขเพิ่มอีกห้าข้อในตัวเล่ม ซึ่งวนอยู่รอบเรื่องวัสดุที่เหมาะกับประเภทของเสีย · ทำความสะอาดได้ · กันสัตว์พาหะ · ชี้บ่งชัดเจนและใช้ตามที่กำหนด · วางในพื้นที่ที่กำหนดไว้

และเมื่อมีความเสี่ยงที่จะปนเปื้อนผลิตภัณฑ์ ภาชนะต้องมีการป้องกันที่เหมาะสมและปิดไว้เมื่อยังไม่ได้ใช้งานทันที ประโยคหลังนี้คือประโยคที่ทำให้ถังของเสียเปิดฝาค้างระหว่างพักเบรกกลายเป็นข้อบกพร่องได้

โรงงานอาหารกับโรงงานบรรจุภัณฑ์ ต่างกันตรงไหน

สำหรับข้อ 8 ไม่ต่างกันเลย ทั้ง Part 1 และ Part 4 ระบุให้ใช้ข้อกำหนดใน Part 100 ทั้งสามข้อย่อย

สิ่งที่ต่างอยู่ที่ข้อ 17 การนำกลับไปแก้ไข (Rework) ซึ่งเป็นข้อเฉพาะสาขาที่ Part 100 ไม่มี ใน ISO 22002-1:2025 ข้อ 17 แตกเป็น 17.1 ทั่วไป · 17.2 การจัดเก็บ การชี้บ่ง และการสอบกลับ · 17.3 การนำ rework ไปใช้ ส่วน ISO 22002-4:2025 ใช้ชื่อข้อว่า การนำ rework ไปใช้ (Rework usage)

เวลาวางระบบจึงต้องระวังไม่ให้ข้อ 8.2 กับข้อ 17 ทับกัน ข้อ 8.2 พูดถึงวัสดุที่ดึงออกจากสายของเสีย ส่วนข้อ 17 พูดถึงผลิตภัณฑ์ที่นำกลับเข้ากระบวนการผลิต สองเรื่องนี้ควรมีขั้นตอนปฏิบัติงานคนละฉบับ

หลักฐานที่ควรเตรียมไว้ก่อนรอบตรวจ

รายการนี้เรียบเรียงจากจุดที่ข้อ 8 เรียกหาเอกสารหรือการตัดสินใจที่ต้องอธิบายได้

หลักฐาน ผูกกับข้อ ควรเริ่มก่อนตรวจ
ทะเบียนประเภทของเสีย แยกของเสียทั่วไป · ของเสียที่เป็นอาหาร · FLW · น้ำเสีย 8.1 3 เดือน
ผังพื้นที่จัดเก็บ แสดงจุดเก็บของเสียและจุดเก็บ FLW ที่แยกกัน 8.1 3 เดือน
ขั้นตอนทำลายตราสินค้าบนบรรจุภัณฑ์พิมพ์แล้วที่เป็นของเสีย พร้อมบันทึกการทำลาย 8.1 6 เดือน
ทะเบียนผู้รับกำจัดที่ผ่านการอนุมัติ พร้อมเกณฑ์การอนุมัติและใบอนุญาตที่ยังไม่หมดอายุ 8.1 6 เดือน
เกณฑ์เป็นลายลักษณ์อักษรว่าวัสดุแบบไหนทำความสะอาดหรือซ่อมแล้วใช้ต่อได้ แบบไหนต้องจัดเป็นของเสีย พร้อมผู้มีอำนาจตัดสิน 8.2 3 เดือน
บันทึกการตรวจสอบและทำความสะอาดวัสดุก่อนนำกลับมาใช้ และการสอบกลับของวัสดุนั้น 8.2 3 เดือน
แผนและบันทึกการทำความสะอาดภาชนะรองรับของเสีย พร้อมความถี่ในการเทที่อ้างอิงปริมาณจริงช่วงพีค 8.3 1 เดือน

คำถามที่พบบ่อย

ข้อ 8 บังคับให้ต้องมีเป้าหมายลดการสูญเสียอาหารไหม
ข้อ 8 เรียกหาการจัดการ FLW ให้เป็นระบบและไม่ทำให้ผลิตภัณฑ์ปนเปื้อน ส่วนการตั้งเป้าลดปริมาณเป็นเรื่องที่โรงงานตัดสินใจเอง หรือมาจากข้อกำหนดของลูกค้าและกฎหมาย ไม่ใช่จากข้อ 8 โดยตรง

น้ำเสียอยู่ในขอบเขตของข้อ 8 ด้วยหรือ
ใช่ ข้อ 8.1 นับน้ำเสียไว้ในกิจกรรมเก็บ กัก ขนย้าย และกำจัด

ถ้าโรงงานขายเศษอาหารให้ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ต้องทำอย่างไร
ตรงนี้ต้องกลับไปดูนิยามก่อนว่าสิ่งนั้นเป็นของเสีย เป็น FLW หรือเป็นผลพลอยได้ เพราะเจตนาขององค์กรเป็นตัวกำหนดนิยาม แล้วจึงวางการควบคุมตามที่ระบุไว้ ถ้าจัดเป็นอาหารสัตว์ก็จะมีข้อกำหนดของสาขาอาหารสัตว์เข้ามาเกี่ยวข้องอีกชั้น

พาเลทไม้ที่ซ่อมแล้วยังใช้ได้ไหม
ได้ ถ้าซ่อมให้ได้ตามเกณฑ์ที่เขียนไว้เป็นเอกสาร ถ้าซ่อมแล้วยังไม่ถึงเกณฑ์ มาตรฐานให้จัดเป็นของเสีย ประเด็นจึงไม่ได้อยู่ที่ซ่อมได้หรือไม่ แต่อยู่ที่มีเกณฑ์เขียนไว้หรือเปล่า

สรุป

ข้อ 8 ไม่ใช่ข้อที่ยากในเชิงเทคนิค แต่เป็นข้อที่ต้องมีเอกสารรองรับสิ่งที่ทำอยู่หน้างาน จุดที่ต้องสร้างของใหม่จริง ๆ มีสามอย่าง คือทะเบียนประเภทของเสียที่แยก FLW ออกมา เกณฑ์ตัดสินว่าวัสดุแบบไหนใช้ต่อได้ และขั้นตอนทำลายตราสินค้าพร้อมทะเบียนผู้รับกำจัดที่อนุมัติแล้ว

สามอย่างนี้ใช้เวลาเตรียมไม่นาน แต่ต้องมีบันทึกสะสมก่อนถึงรอบตรวจ จึงควรเริ่มก่อนไม่ใช่เริ่มตอนนัดวันตรวจแล้ว

ชุดบทความ ISO 22002 ฉบับปี 2025
ภาพรวม — ISO 22002 ฉบับปี 2025 รื้อใหม่ทั้งตระกูล และเส้นตาย FSSC 22000 V7
ข้อ 8 — FLW และการรีไซเคิล เข้ามาอยู่ในโปรแกรมสุขลักษณะ — บทความนี้
ข้อ 16 — Food Defence กับ Food Fraud แยกกันชัด และภาคผนวก A/B ใช้อย่างไร
ภาคบรรจุภัณฑ์ — ISO 22002-4:2025 มีแค่ 5 ข้อที่เป็นของภาคนี้เอง
ลงมือ — ต้องแก้เอกสารระบบอะไรบ้างเมื่อการอ้างอิงเปลี่ยน

เตรียมทีมให้พร้อมก่อนรอบตรวจ FSSC 22000 V7

Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตร FSSC 22000 และ ISO 22000 ตามฉบับปัจจุบัน ทั้งแบบ Public และ In-house

ดูตารางอบรมขอใบเสนอราคา

เผยแพร่ 6 สิงหาคม 2026 · เรียบเรียงจากตัวมาตรฐาน ISO 22002-100:2025, ISO 22002-1:2025 และ ISO 22002-4:2025 ฉบับที่บริษัทถือลิขสิทธิ์การใช้งาน เนื้อหาเป็นการอธิบายด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียง ไม่ใช่การคัดลอกข้อความจากมาตรฐาน การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand