ส่วนที่ 11 ของ Codex CXC 1-1969, Revised 2022 ว่าด้วยการบำรุงรักษาสถานประกอบการ การทำความสะอาดและการฆ่าเชื้อ และการควบคุมสัตว์พาหะ โดยข้อ 11.1 จับเรื่องการบำรุงรักษากับการทำความสะอาดไว้ด้วยกัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะพื้นผิวที่ชำรุดทำความสะอาดให้สะอาดจริงไม่ได้ จุดที่ควรอ่านให้ละเอียดที่สุดคือข้อ 11.1.3 การเฝ้าระวังประสิทธิผล ซึ่งแยกสองเรื่องออกจากกัน คือ การเฝ้าระวังว่าทำตามวิธีที่กำหนดหรือไม่ กับ การทวนสอบว่าผลลัพธ์ที่ได้สะอาดจริงหรือไม่ โปรแกรมที่มีเฉพาะอย่างแรกยังไม่ครบตามแนวทางของ Codex
การทำความสะอาดกับการฆ่าเชื้อไม่ใช่คำเดียวกัน
ส่วนคำนิยามของ CXC 1-1969, Revised 2022 แยกสองคำนี้ไว้ชัด การทำความสะอาด (cleaning) คือการขจัดสิ่งสกปรก เศษอาหาร คราบไขมัน และสิ่งไม่พึงประสงค์อื่นออกไป ส่วนการฆ่าเชื้อ (disinfection) คือการลดจำนวนจุลินทรีย์ลงสู่ระดับที่ไม่ทำให้อาหารไม่ปลอดภัย โดยใช้สารเคมี วิธีทางกายภาพ หรือวิธีทางชีวภาพ
ผลของความต่างนี้คือลำดับ การฆ่าเชื้อบนพื้นผิวที่ยังมีคราบอินทรีย์เหลืออยู่จะได้ผลน้อยลง เพราะคราบนั้นทำหน้าที่ปกป้องจุลินทรีย์และทำปฏิกิริยากับสารฆ่าเชื้อจนความเข้มข้นที่ใช้งานจริงลดลง แนวทางของ Codex จึงระบุว่าการฆ่าเชื้ออาจจำเป็นหลังการทำความสะอาด โดยเฉพาะกับพื้นผิวสัมผัสอาหาร คำว่า “หลัง” ในประโยคนี้เป็นเงื่อนไขทางเทคนิค ไม่ใช่ลำดับที่เลือกสลับได้
อีกจุดที่ตามมาจากคำนิยามคือ การทำความสะอาดมีหน้าที่ขจัดสารก่อภูมิแพ้ (allergen) ด้วย ไม่ใช่เฉพาะจุลินทรีย์ ดังนั้นการเปลี่ยนสูตรผลิตภัณฑ์หรือเปลี่ยนลำดับการผลิตในไลน์เดียวกัน จึงเป็นเหตุที่ต้องทบทวนวิธีทำความสะอาด ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายผลิตอย่างเดียว
ทำไมข้อ 11.1 จึงมัดการบำรุงรักษาไว้กับการทำความสะอาด
ข้อ 11.1.1 กำหนดให้สถานประกอบการและอุปกรณ์อยู่ในสภาพที่เหมาะสม ซึ่งเมื่ออ่านต่อกับเรื่องการทำความสะอาดจะเห็นตรรกะทันที พื้นที่แตกร้าว รอยเชื่อมที่ไม่เรียบ ปะเก็นที่เสื่อมสภาพ และผิวเคลือบที่หลุดล่อน ล้วนสร้างจุดที่น้ำยาเข้าไม่ถึงและเศษอาหารสะสมได้
ในทางปฏิบัติ นี่หมายความว่าการตรวจสภาพโครงสร้างและอุปกรณ์ควรเป็นส่วนหนึ่งของรอบการทำความสะอาด ไม่ใช่กิจกรรมแยกที่ทำโดยฝ่ายซ่อมบำรุงเพียงลำพัง ผู้ที่ล้างเครื่องคือผู้ที่เห็นรอยชำรุดก่อนใคร ถ้าไม่มีช่องทางให้เขารายงานสิ่งที่เห็น ข้อมูลนั้นจะหายไป
ข้อ 11.1.2 ยังพูดถึงอุปกรณ์ที่ใช้ทำความสะอาดเองด้วย ว่าต้องเก็บในที่ที่เหมาะสม ต้องรักษาให้สะอาด และต้องเปลี่ยนเป็นระยะ เพราะแปรง ฟองน้ำ และผ้าที่เสื่อมสภาพกลายเป็นแหล่งปนเปื้อนได้เอง จุดนี้เป็นรายละเอียดเล็กที่ตรวจได้ง่ายและเห็นผลชัดในหน้างาน
โปรแกรมเดิมบันทึกเพียงว่ารอบไหนเริ่มกี่โมงและจบกี่โมง ซึ่งตอบได้แค่ว่ามีการล้างเกิดขึ้น แต่ตอบไม่ได้ว่าล้างได้ผล เพราะตัวแปรที่กำหนดผลลัพธ์ของ CIP คืออุณหภูมิ ความเข้มข้นของสารเคมี อัตราการไหล และเวลาสัมผัส ถ้าอุณหภูมิไม่ถึงหรือความเข้มข้นเจือจางเพราะน้ำค้างท่อ เวลาที่บันทึกไว้จะดูปกติทุกประการ
การปรับที่ตรงกับข้อ 11.1.3 คือกำหนดค่าที่ต้องเฝ้าระวังระหว่างรอบ ได้แก่ อุณหภูมิ ความเข้มข้น และเวลาสัมผัส แล้วเพิ่มการทวนสอบผลลัพธ์เป็นระยะที่ปลายทาง เช่น การเก็บตัวอย่างน้ำล้างรอบสุดท้ายไปตรวจ หรือการสวอบพื้นผิวจุดที่เข้าถึงยากที่สุดของระบบ
ข้อ 11.1.3 แยก “ทำถูกวิธี” ออกจาก “ได้ผลจริง”
ข้อ 11.1.3 เป็นข้อที่ให้ทิศทางมากที่สุดในส่วนนี้ สาระของข้อนี้คือการนำวิธีทำความสะอาดและฆ่าเชื้อไปใช้ ต้องถูกเฝ้าระวังว่าได้ผล และต้องถูกทวนสอบเป็นระยะด้วยวิธีอย่างการตรวจพินิจและการตรวจประเมิน เพื่อยืนยันว่าวิธีถูกนำไปใช้อย่างถูกต้องจริง
เมื่อแยกออกเป็นสองชั้นจะใช้งานง่ายขึ้น ชั้นแรกคือการเฝ้าระวังตัวแปรระหว่างทำ ซึ่งตัวแปรที่ใช้ขึ้นกับลักษณะของวิธี เช่น อุณหภูมิน้ำ ค่าความเป็นกรดด่าง ค่าการนำไฟฟ้า ความเข้มข้นของสารทำความสะอาด และความเข้มข้นของสารฆ่าเชื้อ ชั้นที่สองคือการทวนสอบผลลัพธ์ที่พื้นผิวจริง ซึ่งทำได้ด้วยการเก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อมและพื้นผิวสัมผัสอาหารไปตรวจ เช่น การตรวจโปรตีนตกค้าง การตรวจสารก่อภูมิแพ้ หรือการตรวจจุลินทรีย์บ่งชี้
แนวทางของ Codex ยังระบุจุดที่ควรเข้าใจให้ตรงว่า ประสิทธิภาพของตัวสารทำความสะอาดและสารฆ่าเชื้อ รวมถึงวิธีใช้ ได้รับการยืนยันความถูกต้องมาจากผู้ผลิตสารนั้นแล้ว สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องทำจึงไม่ใช่การพิสูจน์ตัวน้ำยาซ้ำ แต่คือการพิสูจน์ว่าโปรแกรมของตนเองซึ่งใช้น้ำยานั้นในสภาพหน้างานของตน ได้ผลจริงและถูกนำไปปฏิบัติจริง ความต่างของสองคำนี้อธิบายไว้ในบทความเรื่อง การทวนสอบกับการยืนยันความถูกต้อง
| คำถาม | ชั้นการเฝ้าระวังระหว่างทำ | ชั้นการทวนสอบผลลัพธ์ |
|---|---|---|
| ตอบอะไรได้ | ทำตามวิธีที่กำหนดไว้หรือไม่ | พื้นผิวสะอาดถึงระดับที่ต้องการหรือไม่ |
| ทำเมื่อใด | ทุกครั้งที่ทำความสะอาด | เป็นระยะตามที่กำหนดไว้ในโปรแกรม |
| ตัวอย่างสิ่งที่ดู | อุณหภูมิ ความเข้มข้น เวลาสัมผัส การตรวจพินิจ | การสวอบพื้นผิว การตรวจจุลินทรีย์บ่งชี้ การตรวจสารก่อภูมิแพ้ตกค้าง |
| ถ้าผลไม่ผ่านต้องทำอะไร | ล้างซ้ำและหาสาเหตุที่ตัวแปรหลุด | ทบทวนตัววิธี ไม่ใช่แค่ล้างซ้ำจุดนั้น |
เรื่องที่ต้องทบทวนเป็นระยะ ไม่ใช่ตั้งครั้งเดียวจบ
ประเด็นที่ CXC 1-1969, Revised 2022 หยิบขึ้นมาอย่างชัดเจนคือจุลินทรีย์อาจทนต่อสารฆ่าเชื้อได้มากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ผลที่ตามมาคือโปรแกรมที่เคยได้ผลอาจได้ผลน้อยลงโดยที่บันทึกทุกใบยังดูปกติ แนวทางที่เสนอไว้คือการทบทวนร่วมกับผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายสารฆ่าเชื้อเป็นระยะเท่าที่ทำได้ และการพิจารณาสลับชนิดของสารฆ่าเชื้อเพื่อให้ครอบคลุมจุลินทรีย์ต่างกลุ่ม เช่น แบคทีเรียกับเชื้อรา
อีกเงื่อนไขหนึ่งคือการปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตสารเคมี ซึ่งครอบคลุมทั้งความเข้มข้น อุณหภูมิ และเวลาสัมผัส การเพิ่มความเข้มข้นเองโดยหวังผลเร็วขึ้นไม่ได้ทำให้ปลอดภัยขึ้น แต่สร้างความเสี่ยงเรื่องสารตกค้างบนพื้นผิวสัมผัสอาหารแทน
สุดท้าย วิธีทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ และบำรุงรักษา ควรถูกทบทวนอย่างสม่ำเสมอและปรับให้สอดคล้องเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน เช่น เปลี่ยนเครื่องจักร เปลี่ยนสูตร เปลี่ยนกำลังการผลิต หรือพบผลการทวนสอบที่ไม่ผ่านซ้ำ โปรแกรมที่ใช้เอกสารชุดเดิมมาหลายปีโดยที่ไลน์ผลิตเปลี่ยนไปแล้ว คือประเด็นที่ผู้ตรวจประเมินตั้งคำถามได้ทันที ภาพรวมของโครงสร้าง GHPs และความสัมพันธ์กับ HACCP อ่านเพิ่มได้ที่บทความ GHPs กับ HACCP สัมพันธ์กันอย่างไร และเรื่องสุขลักษณะของผู้ปฏิบัติงานที่บทความ สุขลักษณะส่วนบุคคลตาม Codex
คำถามที่ควรตอบได้
- โปรแกรมทำความสะอาดของเราระบุตัวแปรที่ต้องเฝ้าระวังระหว่างทำหรือไม่ หรือบันทึกเพียงเวลาเริ่มและเวลาจบ (ที่มา: ข้อ 11.1.3 เรื่องการเฝ้าระวังประสิทธิผล)
- เรามีการทวนสอบผลลัพธ์ที่พื้นผิวจริงเป็นระยะหรือไม่ และเลือกจุดเก็บตัวอย่างจากอะไร (ที่มา: ข้อ 11.1.3 เรื่องการเก็บตัวอย่างและทดสอบพื้นผิวสัมผัสอาหาร)
- เมื่อผลการทวนสอบไม่ผ่าน เราล้างซ้ำอย่างเดียว หรือย้อนกลับไปทบทวนตัววิธี (ที่มา: ข้อ 11.1.3 เรื่องการทบทวนและปรับวิธีให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป)
- วิธีทำความสะอาดของเราถูกทบทวนหรือยัง หลังจากเปลี่ยนสูตรผลิตภัณฑ์หรือเปลี่ยนลำดับการผลิตครั้งล่าสุด (ที่มา: ข้อ 11.1 เรื่องการทบทวนวิธี ประกอบกับการควบคุมสารก่อภูมิแพ้)
- อุปกรณ์ที่ใช้ทำความสะอาดของเราถูกเก็บ ล้าง และเปลี่ยนตามรอบที่กำหนดไว้หรือไม่ (ที่มา: ข้อ 11.1.2 เรื่องการดูแลอุปกรณ์ทำความสะอาด)
อ่านต่อในชุดบทความรอบเดียวกัน: ISO 22000 ข้อ 9.2 การตรวจติดตามภายใน
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก
หลักสูตร GHPs & HACCP ตาม Codex CXC 1-1969, Revised 2022
Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ
เกี่ยวกับผู้ตรวจทานบทความ

ศรีประไพ วงศ์ศรีกุล (Sriprapai Wongsrikul)
วิทยากร / ผู้ตรวจประเมิน – มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร · วิทยากรที่ได้รับอนุมัติจาก BRCGS (Food Issue 9, Packaging Issue 7, Gluten-Free Issue 4) · FSPCA Lead Instructor (PCQI)
ตรวจสอบรายชื่อในทะเบียน BRCGS Approved Training Partner ↗
- ปริญญาโท การจัดการอุตสาหกรรม (มหาวิทยาลัยรามคำแหง) · ปริญญาตรี วิทยาศาสตร์ จุลชีววิทยา (มจธ.)
- ประสบการณ์ในอุตสาหกรรมผลิตพริกไทยและเครื่องเทศ 7 ปี ก่อนเริ่มงานตรวจประเมินตั้งแต่ปี 2006 กับหน่วยรับรองที่ได้รับการรับรองระบบงานจาก UKAS, ANAB หรือ JAS-ANZ
- ตรวจประเมิน BRCGS Food Safety, FSSC 22000, ISO 22000, GMP/GHPs และ HACCP, ISO 9001 และ ISO 14001 รวมถึงการตรวจซัพพลายเออร์ตามข้อกำหนดของผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตอาหารระดับสากล
- ประสบการณ์ตรวจประเมินในฮ่องกง มาเก๊า มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินเดีย · พัฒนาผู้ตรวจประเมินในบทบาท Operations Manager และการอนุมัติผู้ตรวจประเมินในประเทศจีน
- เคยเป็นวิทยากรที่ได้รับอนุมัติสำหรับหลักสูตร ISO 22000 / FSSC 22000 Lead Auditor ที่ขึ้นทะเบียนกับ IRCA
ภาษาที่สอน: ไทยและอังกฤษ
หลักสูตรที่เกี่ยวข้อง
GHPs / HACCP ระบบการจัดการความปลอดภัยอาหาร
EQA Thailand เปิดอบรมหลักสูตรนี้ และเป็นหน่วยตรวจรับรอง (Certification Body) ที่สามารถตรวจรับรองระบบตามมาตรฐานนี้ได้ด้วย
FSSC 22000
EQA Thailand เปิดอบรมหลักสูตรนี้
หลักสูตรมีเนื้อหาเป็นการทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษาเฉพาะราย และการเข้าอบรมไม่มีผลต่อผลการตรวจประเมิน
อบรมกับ EQA Thailand
หลักสูตรที่ตรงกับบทความนี้
อบรมข้อกำหนด GHPs และ HACCP ฉบับปรับปรุง 2022 (1 วัน)
รอบ Public ถัดไป 16 มกราคม 2027 · 1 วัน · ฿3,500 ต่อท่าน (ยังไม่รวม VAT 7%)
สมัครรอบนี้ดูรายละเอียดหลักสูตรอบรมการตรวจติดตามภายใน GHPs และ HACCP (1 วัน)
รอบ Public ถัดไป 23 มกราคม 2027 · 1 วัน · ฿3,500 ต่อท่าน (ยังไม่รวม VAT 7%)
สมัครรอบนี้ดูรายละเอียดหลักสูตรมีคำถามก่อนสมัคร ทักทีมงานได้เลย ถามทาง LINE
อ่านต่อเกี่ยวกับมาตรฐานนี้: ความปลอดภัยอาหาร GHPs, HACCP, ISO 22000, FSSC 22000, BRCGS
ขอการรับรอง GHPs/HACCP กับ EQA
- ขั้นตอนและระยะเวลาตั้งแต่ยื่นใบสมัครถึงได้ใบรับรอง
- ค่าตรวจรับรองคิดจากอะไร (IAF MD 5)
- วิธีเลือกหน่วยรับรอง 7 ข้อที่ตรวจสอบได้
กรอกใบสมัครขอรับรอง GHPs/HACCP
EQA เป็นหน่วยรับรอง (Certification Body) จึงไม่ให้คำปรึกษาในการจัดทำระบบ บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป

วัฒนธรรมความปลอดภัยอาหารคืออะไร: เทียบนิยามของ GFSI 2026, BRCGS Food 9 / Packaging 7, PAS 320 และ ISO 9001:2026
วิธีทำความสะอาดแบบเปียกกับการเฝ้าระวังสภาพแวดล้อม: จุดที่ล้างไม่ถึงคือจุดที่ FSSC 22000 V7 ข้อ 2.5.7 ถามถึง
FSSC 22000 Version 7 ข้อกำหนดส่วนเพิ่ม 18 ข้อ: ข้อไหนใช้กับหมวดหมู่ห่วงโซ่อาหารใด