GHPs ส่วนที่ 13.3 น้ำ น้ำแข็ง และไอน้ำ ตาม Codex CXC 1-1969, Revised 2022 — อธิบายและตีความ

GHPs ส่วนที่ 13.3 น้ำ น้ำแข็ง และไอน้ำ ตาม Codex CXC 1-1969, Revised 2022 — อธิบายและตีความ | EQA Thailand
สรุปสั้นก่อน
ส่วนที่ 13.3 น้ำ (water) ของหลักการทั่วไปด้านสุขลักษณะอาหาร ตาม Codex CXC 1-1969, Revised 2022 วางหลักไว้สั้นแต่กว้างกว่าที่ความยาวของข้อความบ่งบอก เพราะครอบคลุมทั้งน้ำ น้ำแข็ง และไอน้ำที่ผลิตจากน้ำ และใช้แนวคิดว่าน้ำต้องเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ที่จะใช้ (fit for its intended purpose) โดยพิจารณาบนพื้นฐานความเสี่ยง ไม่ใช่กำหนดว่าน้ำทุกจุดในโรงงานต้องมีคุณภาพเท่ากันหมด สองประเด็นที่ตีความพลาดได้ง่ายคือ การแยกระบบท่อของน้ำที่ไม่เหมาะกับการสัมผัสอาหาร และการนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำ

ทำไม Codex จึงไม่ใช้คำว่าน้ำดื่มได้เป็นเกณฑ์เดียว

แนวคิดหลักของส่วนนี้คือความเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ ซึ่งหมายความว่าคุณภาพของน้ำที่ต้องการนั้นขึ้นกับว่าน้ำนั้นจะไปทำอะไร น้ำที่ใช้ล้างผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายก่อนบรรจุ กับน้ำที่ใช้ในระบบหล่อเย็นภายนอกภาชนะปิดสนิท กับน้ำที่ใช้ในระบบดับเพลิง ไม่จำเป็นต้องมีข้อกำหนดเดียวกัน

การตีความแบบนี้ให้ประโยชน์สองทาง ทางแรกคือทำให้องค์กรไม่ต้องลงทุนเกินความจำเป็นกับน้ำที่ไม่มีทางสัมผัสอาหาร ทางที่สองซึ่งสำคัญกว่าคือ ทำให้องค์กรต้องคิดเป็นรายจุดการใช้งาน แทนที่จะสรุปรวมว่าโรงงานใช้น้ำประปาจึงถือว่าปลอดภัยทั้งโรงงาน

คำถามที่ตามมาโดยธรรมชาติคือ องค์กรรู้หรือไม่ว่าโรงงานของตนมีจุดใช้น้ำกี่ประเภท แต่ละประเภทน้ำมาจากแหล่งใด และเดินผ่านท่อชุดเดียวกันหรือไม่ องค์กรที่ตอบคำถามนี้ไม่ได้ จะไม่สามารถแสดงได้ว่าการพิจารณาบนพื้นฐานความเสี่ยงเกิดขึ้นจริง

สนใจอบรม GHPs & HACCP / มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร?
เรียนออนไลน์ผ่าน ZOOM · รับใบประกาศนียบัตร
ดูรอบ & ราคา →

สามคำที่ต้องอ่านคู่กัน คือ น้ำ น้ำแข็ง และไอน้ำ

ส่วนนี้ระบุน้ำแข็งและไอน้ำไว้ด้วยอย่างจงใจ เพราะทั้งสองอย่างเป็นน้ำที่เปลี่ยนสถานะ และในกระบวนการเปลี่ยนสถานะนั้นมีโอกาสปนเปื้อนเพิ่มเข้ามา

สำหรับน้ำแข็ง ประเด็นไม่ได้อยู่ที่คุณภาพน้ำต้นทางเท่านั้น แต่อยู่ที่การผลิต การขนส่ง การเก็บ และภาชนะที่ใช้ตัก โรงงานที่ซื้อน้ำแข็งจากภายนอกต้องพิจารณาเพิ่มว่าผู้ส่งมอบควบคุมเรื่องนี้อย่างไร และน้ำแข็งเดินทางมาถึงในสภาพใด ประเด็นนี้เชื่อมกับการควบคุมวัตถุดิบขาเข้าโดยตรง เพราะในทางปฏิบัติ น้ำแข็งที่สัมผัสอาหารคือวัตถุดิบชนิดหนึ่ง

สำหรับไอน้ำ ประเด็นอยู่ที่ไอน้ำที่จะสัมผัสอาหารโดยตรงกับไอน้ำที่ใช้ให้ความร้อนผ่านผนังอุปกรณ์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีข้อกำหนดเหมือนกัน จุดที่ต้องระวังคือสารเคมีที่เติมในระบบหม้อไอน้ำ ถ้าไอน้ำจากระบบนั้นมีโอกาสสัมผัสอาหาร องค์กรต้องอธิบายให้ได้ว่าสารที่ใช้เหมาะสมกับการใช้งานนั้นหรือไม่ และมีหลักฐานอะไรรองรับ

กรณีสมมติ — โรงงานแปรรูปอาหารทะเลแช่เยือกแข็งแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาคร

โรงงานสมมตินี้ใช้น้ำประปาเป็นแหล่งหลัก และมีบ่อบาดาลสำรองไว้ใช้เมื่อน้ำประปาไม่พอในช่วงฤดูที่วัตถุดิบเข้ามาก มีการตรวจวิเคราะห์น้ำตามรอบและเก็บผลไว้ครบ

ในการตรวจประเมิน ผู้ตรวจขอดูผังระบบท่อน้ำ แล้วพบว่าน้ำจากบ่อบาดาลถูกเติมเข้าถังพักรวมเดียวกับน้ำประปาผ่านวาล์วมือ โดยที่ผลการตรวจวิเคราะห์ที่เก็บไว้ทั้งหมดเป็นตัวอย่างที่เก็บจากจุดจ่ายในไลน์ล้าง ไม่มีตัวอย่างใดที่เก็บในช่วงที่ใช้น้ำบาดาล และไม่มีบันทึกว่าเปิดใช้บ่อบาดาลวันใดบ้าง

นอกจากนี้ น้ำที่ผ่านการแยกตะกอนจากขั้นตอนล้างขั้นต้นถูกนำกลับไปใช้ล้างพื้นบริเวณรับวัตถุดิบ โดยเดินผ่านท่อที่ต่อร่วมกับสายน้ำสะอาดในบางช่วง

ประเด็นที่เขียนเป็นข้อบกพร่องได้มีสองเรื่องที่แยกจากกัน เรื่องแรกคือองค์กรไม่มีหลักฐานว่าน้ำจากแหล่งสำรองเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ในช่วงที่ใช้จริง เพราะแผนการเก็บตัวอย่างไม่ครอบคลุมสถานการณ์นั้น เรื่องที่สองคือระบบท่อของน้ำที่นำกลับมาใช้ไม่ได้แยกออกจากระบบน้ำที่จะสัมผัสอาหารอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นหลักที่ส่วนที่ 13.3 วางไว้ตรง ๆ

การแยกระบบท่อ คือข้อที่ตรวจได้ด้วยตาและด้วยผัง

หลักการที่ส่วนนี้วางไว้คือ น้ำที่ไม่เหมาะกับการใช้สัมผัสอาหาร เช่น น้ำสำหรับระบบดับเพลิงหรือไอน้ำที่ไม่สัมผัสอาหารโดยตรง ต้องอยู่ในระบบที่แยกออกไป และต้องไม่ต่อเชื่อมหรือเปิดโอกาสให้ไหลย้อนกลับเข้าสู่ระบบน้ำที่จะสัมผัสอาหาร

ในทางตรวจประเมิน ข้อนี้เป็นข้อที่พิสูจน์ได้ค่อนข้างชัด เพราะต้องการสามสิ่ง สิ่งแรกคือผังระบบท่อที่เป็นปัจจุบันและตรงกับของจริง สิ่งที่สองคือการชี้บ่งท่อในพื้นที่ให้แยกแยะได้ว่าท่อใดเป็นสายใด สิ่งที่สามคือมาตรการป้องกันการไหลย้อนที่จุดที่มีความเสี่ยง พร้อมหลักฐานว่ามาตรการนั้นยังทำงาน

จุดที่ควรตรวจสอบเป็นพิเศษคือจุดที่มีการต่อสายอ่อนชั่วคราว เพราะการต่อชั่วคราวมีโอกาสไม่ปรากฏในผังที่จัดทำไว้ และเป็นจุดที่ทำให้ระบบซึ่งออกแบบมาแยกกัน กลับมาเชื่อมถึงกันได้โดยไม่ตั้งใจ

น้ำที่นำกลับมาใช้ซ้ำ ไม่ได้ถูกห้าม แต่ต้องมีเหตุผลรองรับ

ส่วนที่ 13.3 เปิดทางให้นำน้ำหมุนเวียนกลับมาใช้ รวมถึงน้ำที่ได้คืนจากกระบวนการผลิตอาหาร เช่น จากการระเหยหรือการกรอง โดยมีเงื่อนไขว่าต้องผ่านการบำบัดเท่าที่จำเป็น เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำนั้นไม่ทำให้ความปลอดภัยและความเหมาะสมของอาหารเสียไป

คำว่าเท่าที่จำเป็นเป็นคำที่ต้องตีความด้วยการวิเคราะห์ ไม่ใช่ด้วยความรู้สึก สิ่งที่องค์กรต้องแสดงได้คือ น้ำที่นำกลับมาจะไปใช้ที่จุดใด อันตรายที่อาจติดมากับน้ำนั้นคืออะไร ทั้งทางจุลชีววิทยา เคมี กายภาพ และสารก่อภูมิแพ้ การบำบัดที่เลือกจัดการอันตรายเหล่านั้นได้อย่างไร และจะเฝ้าระวังด้วยตัวชี้วัดใด

ประเด็นที่ควรระวังในโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำและโรงงานที่มีสารก่อภูมิแพ้ในสายการผลิตคือ น้ำที่นำกลับมาใช้อาจเป็นเส้นทางพาสารก่อภูมิแพ้ข้ามสายผลิตภัณฑ์ได้ การประเมินเรื่องนี้จึงต้องทำร่วมกับการจัดการสารก่อภูมิแพ้ ไม่ใช่แยกเป็นเรื่องน้ำอย่างเดียว

จุดใช้งาน คำถามที่ต้องตอบ หลักฐานที่ควรมี
น้ำที่สัมผัสอาหารโดยตรง เหมาะสมกับการใช้งานนี้ด้วยเกณฑ์ใด แผนเก็บตัวอย่างที่ครอบคลุมทุกแหล่งน้ำที่ใช้จริง และผลตรวจตามแผน
น้ำแข็งที่สัมผัสอาหาร ผลิตจากน้ำใด และปนเปื้อนได้ที่ขั้นตอนใด การควบคุมผู้ส่งมอบหรือการควบคุมการผลิตเอง และการควบคุมภาชนะที่ใช้
ไอน้ำที่สัมผัสอาหาร สารที่เติมในระบบเหมาะกับการใช้งานนี้หรือไม่ ข้อมูลของสารที่ใช้ และการแยกระบบจากไอน้ำที่ไม่สัมผัสอาหาร
น้ำดับเพลิงและน้ำใช้ทั่วไป แยกจากระบบน้ำสัมผัสอาหารจริงหรือไม่ ผังท่อที่เป็นปัจจุบัน การชี้บ่งท่อ และมาตรการป้องกันการไหลย้อน
น้ำที่นำกลับมาใช้ซ้ำ อันตรายที่ติดมากับน้ำคืออะไร และบำบัดพอหรือไม่ การประเมินอันตรายของจุดใช้งานนั้น เกณฑ์การเฝ้าระวัง และบันทึกผล

ส่วนนี้เชื่อมกับส่วนอื่นของ Codex อย่างไร

ส่วนที่ 13.3 อยู่ในหมวดของหลักปฏิบัติสุขลักษณะที่ดี จึงทำงานร่วมกับส่วนอื่นเสมอ ที่ชัดที่สุดคือส่วนที่ 9.2.1 สิ่งอำนวยความสะดวกด้านการระบายน้ำและการกำจัดของเสีย ซึ่งวางหลักไม่ให้การระบายน้ำทิ้งไปสร้างโอกาสปนเปื้อนต่ออาหารหรือต่อแหล่งน้ำ และส่วนที่ 11.1 การทำความสะอาดและการฆ่าเชื้อ ซึ่งใช้น้ำเป็นตัวกลางหลักในการทำงาน

เมื่อองค์กรทำแผน HACCP ต่อจากฐาน GHPs น้ำจะปรากฏอีกครั้งในขั้นตอนการวิเคราะห์อันตราย เพราะน้ำเป็นทั้งวัตถุดิบทางอ้อมและเป็นเส้นทางการปนเปื้อน การเขียนแผนผังกระบวนการที่ไม่แสดงจุดใช้น้ำจะทำให้การวิเคราะห์อันตรายขาดข้อมูลไปหนึ่งด้าน อ่านเรื่องการควบคุมที่ใช้น้ำเป็นตัวกลางต่อได้ที่ GHPs การทำความสะอาดและการฆ่าเชื้อ ตาม Codex CXC 1-1969, Revised 2022 และภาพรวมโครงสร้างสองบทของเอกสารฉบับนี้ที่ Codex CXC 1-1969 โครงสร้าง GHPs และ HACCP

คำถามที่ควรตอบได้

หนึ่ง โรงงานมีแหล่งน้ำกี่แหล่ง และมีบันทึกหรือไม่ว่าใช้แหล่งใดในช่วงเวลาใด (ที่มาคือส่วนที่ 13.3)

สอง แผนการเก็บตัวอย่างน้ำครอบคลุมทุกแหล่งและทุกจุดใช้งานที่สำคัญหรือไม่ รวมถึงช่วงที่ใช้แหล่งสำรอง (ที่มาคือส่วนที่ 13.3)

สาม น้ำแข็งและไอน้ำที่สัมผัสอาหารถูกควบคุมด้วยเกณฑ์ใด และควบคุมตั้งแต่ต้นทางถึงจุดใช้งานหรือไม่ (ที่มาคือส่วนที่ 13.3)

สี่ ผังระบบท่อเป็นปัจจุบันหรือไม่ และมีจุดใดที่ระบบน้ำต่างชนิดอาจเชื่อมถึงกันได้ รวมถึงการต่อสายชั่วคราว (ที่มาคือส่วนที่ 13.3)

ห้า ถ้ามีการนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำ องค์กรประเมินอันตรายของน้ำนั้นที่จุดใช้งานจริงไว้อย่างไร และเฝ้าระวังด้วยอะไร (ที่มาคือส่วนที่ 13.3 อ่านคู่กับการวิเคราะห์อันตรายในบท HACCP)

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก

หลักสูตร GHPs & HACCP ตาม Codex CXC 1-1969, Revised 2022

Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ดูตารางอบรม   สอบถามรายละเอียด

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand