ข้อ 6.1.4 ของ ISO 45001:2018 ว่าด้วยการวางแผนการดำเนินการ (planning action) เป็นข้อที่ทำหน้าที่เป็นสะพาน ระหว่างสิ่งที่องค์กรค้นพบจากการชี้บ่งอันตราย การประเมินความเสี่ยงและโอกาส และการพิจารณาข้อกำหนดกฎหมาย กับการลงมือทำจริงในกระบวนการประจำวัน ข้อนี้ไม่ได้ขอแผนงานที่สวยงาม แต่ขอให้ตอบได้สองเรื่องคือ การดำเนินการนั้นถูกฝังเข้าไปในกระบวนการใด และจะรู้ได้อย่างไรว่าได้ผล
ทำไมต้องมีข้อนี้คั่นกลาง
โครงสร้างของข้อ 6.1 เดินเป็นลำดับ เริ่มจากการพิจารณาความเสี่ยงและโอกาสของระบบในภาพรวม ตามด้วยการชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (occupational health and safety) แล้วจึงพิจารณาข้อกำหนดกฎหมายและข้อกำหนดอื่น ผลลัพธ์ของสามขั้นนี้คือรายการของสิ่งที่องค์กรรู้แล้วว่ามีอยู่
ปัญหาคือการรู้ไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงลดลง สิ่งที่ลดความเสี่ยงคือการเปลี่ยนวิธีทำงาน เปลี่ยนเครื่องมือ หรือเปลี่ยนเงื่อนไขของสภาพแวดล้อม ข้อ 6.1.4 จึงถูกวางไว้เพื่อบังคับให้มีขั้นตอนของการแปลงผลการประเมินเป็นการกระทำ และเพื่อไม่ให้ทะเบียนความเสี่ยงกลายเป็นเอกสารที่มีชีวิตของตัวเองแยกจากการทำงานจริง
สองสิ่งที่ข้อกำหนดขอให้วางแผน
สิ่งแรกคือ “จะทำอะไร” ซึ่งครอบคลุมทั้งการจัดการความเสี่ยงและโอกาส การทำให้เป็นไปตามข้อกำหนดกฎหมายและข้อกำหนดอื่น และการเตรียมพร้อมและตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉิน ขอบเขตนี้กว้างกว่าการจัดการอันตรายอย่างเดียว เพราะรวมถึงโอกาสในการปรับปรุงด้วย
สิ่งที่สองคือ “จะทำอย่างไร” ซึ่งข้อกำหนดแยกออกเป็นสองประเด็นย่อยที่ต้องตอบทั้งคู่ ประเด็นแรกคือการบูรณาการการดำเนินการเข้าไปในกระบวนการของระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย หรือเข้าไปในกระบวนการทางธุรกิจอื่น ประเด็นที่สองคือการประเมินประสิทธิผลของการดำเนินการนั้น
“บูรณาการเข้าไปในกระบวนการ” หมายความว่าอย่างไร
คำนี้เป็นจุดที่ทำให้ข้อ 6.1.4 มีน้ำหนักมากกว่าการทำแผนปฏิบัติการทั่วไป เพราะการบูรณาการหมายถึงการทำให้การดำเนินการนั้นเกิดขึ้นเองเมื่อกระบวนการเดินตามปกติ ไม่ใช่เกิดขึ้นเพราะมีใครไปตามงาน
ตัวอย่างของความต่างนี้ชัดเจนเมื่อเทียบสองวิธี วิธีแรกคือเพิ่มบรรทัดในทะเบียนความเสี่ยงว่า “อบรมพนักงานเรื่องการทำงานบนที่สูง” แล้วติดตามด้วยการประชุมทุกเดือน วิธีที่สองคือเปลี่ยนเงื่อนไขในกระบวนการออกใบอนุญาตทำงาน ให้ระบบไม่อนุมัติใบอนุญาตทำงานบนที่สูงแก่ผู้ที่ไม่มีบันทึกการอบรมที่ยังไม่หมดอายุ วิธีที่สองคือการบูรณาการ เพราะมาตรการทำงานอยู่ในเส้นทางที่งานเดินผ่านอยู่แล้ว
เมื่อการดำเนินการถูกบูรณาการ กระบวนการที่ถูกแตะต้องจึงมักไม่ใช่กระบวนการด้านความปลอดภัยโดยตรง แต่เป็นกระบวนการจัดซื้อ กระบวนการวางแผนการผลิต กระบวนการบำรุงรักษา หรือกระบวนการบริหารผู้รับเหมา ซึ่งเป็นเหตุผลที่ข้อกำหนดเปิดช่องให้บูรณาการเข้ากับกระบวนการทางธุรกิจอื่นได้ด้วย
โรงงานสมมติแห่งหนึ่งประเมินแล้วพบว่าความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่การสัมผัสสารเคมีระหว่างงานล้างชิ้นงาน ทีมงานกำหนดการดำเนินการไว้สามข้อ คือจัดหาอุปกรณ์ป้องกันแบบใหม่ ทบทวนขั้นตอนการทำงาน และอบรมพนักงานในพื้นที่
เมื่อผู้ตรวจประเมินถามว่าการดำเนินการทั้งสามถูกบูรณาการเข้าไปในกระบวนการใด คำตอบที่ได้คือทั้งสามอยู่ในแผนงานของคณะกรรมการความปลอดภัย และติดตามกันในที่ประชุมรายเดือน เมื่อถามต่อว่าถ้าปีหน้ามีการเปลี่ยนสารเคมีที่ใช้ กระบวนการใดจะเป็นตัวจุดชนวนให้ทบทวนการดำเนินการชุดนี้ องค์กรตอบไม่ได้ เพราะขั้นตอนการอนุมัติสารเคมีใหม่ของฝ่ายจัดซื้อไม่มีเงื่อนไขใดที่เชื่อมกลับมายังการประเมินความเสี่ยง
กรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย ไม่ได้อ้างอิงถึงองค์กรใดที่มีอยู่จริง
ลำดับชั้นของการควบคุมเข้ามาเกี่ยวตรงไหน
ข้อ 6.1.4 ไม่ได้กำหนดวิธีเลือกมาตรการไว้เอง แต่เมื่อการดำเนินการที่วางแผนเป็นการควบคุมความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย การเลือกมาตรการจะต้องเดินตามลำดับชั้นของการควบคุมที่กำหนดไว้ในข้อ 8.1.2 ผลคือแผนการดำเนินการที่มีแต่การอบรมกับอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล จะถูกตั้งคำถามว่าได้พิจารณาการขจัดอันตรายและการควบคุมทางวิศวกรรมก่อนหรือยัง
คำถามนี้ไม่ได้แปลว่าห้ามใช้มาตรการปลายทาง แต่แปลว่าองค์กรต้องแสดงเหตุผลได้ว่าทำไมมาตรการที่อยู่สูงกว่าในลำดับชั้นจึงทำไม่ได้หรือทำได้ไม่พอ เหตุผลนั้นคือส่วนหนึ่งของการวางแผนตามข้อ 6.1.4
การประเมินประสิทธิผลต่างจากการติดตามความคืบหน้า
ข้อกำหนดขอให้วางแผนไว้ด้วยว่าจะประเมินประสิทธิผลของการดำเนินการอย่างไร คำว่าประสิทธิผลหมายถึงผลที่ตั้งใจให้เกิด ไม่ใช่การที่งานเสร็จตามกำหนด ตารางด้านล่างเปรียบเทียบสองสิ่งนี้
| ประเด็น | การติดตามความคืบหน้า | การประเมินประสิทธิผล |
|---|---|---|
| คำถาม | ทำเสร็จหรือยัง | ความเสี่ยงลดลงจริงหรือไม่ |
| หลักฐาน | สถานะงาน วันที่ปิด | ผลการเฝ้าระวัง การสังเกตหน้างาน ข้อมูลอุบัติการณ์ |
| เวลาที่ประเมินได้ | ทันทีที่งานปิด | หลังจากมาตรการทำงานมาระยะหนึ่ง |
| สิ่งที่ต้องกำหนดล่วงหน้า | กำหนดเวลาและผู้รับผิดชอบ | ตัวชี้วัดและเกณฑ์ที่จะใช้ตัดสิน |
สิ่งที่ต้องกำหนดล่วงหน้าในแถวสุดท้ายคือหัวใจของข้อนี้ เพราะถ้าไม่ได้ระบุตั้งแต่ตอนวางแผนว่าจะใช้อะไรตัดสิน การประเมินประสิทธิผลในภายหลังจะกลายเป็นความเห็นของผู้ประเมิน ไม่ใช่ข้อสรุปจากหลักฐาน
ความเชื่อมโยงกับข้อ 6.2 และข้อ 9.1
การดำเนินการบางอย่างมีขนาดใหญ่พอที่จะยกระดับเป็นวัตถุประสงค์ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยตามข้อ 6.2 บางอย่างเล็กพอที่จะจบในตัวเอง ข้อกำหนดไม่ได้บังคับว่าต้องเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ทั้งสองทางต้องมีตัวชี้วัด และตัวชี้วัดเหล่านั้นคือสิ่งที่ไหลเข้าสู่การเฝ้าระวังและการวัดตามข้อ 9.1 เมื่อวางลำดับนี้ให้ตรงกัน การรายงานผลในการทบทวนฝ่ายบริหารจะเล่าเรื่องได้ต่อเนื่องตั้งแต่อันตรายที่พบจนถึงผลที่เกิดขึ้นจริง
คำถามที่ควรตอบได้
- การดำเนินการที่วางแผนไว้แต่ละรายการถูกฝังอยู่ในกระบวนการใด และกระบวนการนั้นเป็นของฝ่ายใด (ที่มา: ข้อ 6.1.4)
- ถ้าเงื่อนไขการทำงานเปลี่ยน อะไรคือตัวจุดชนวนให้ทบทวนการดำเนินการชุดนี้ (ที่มา: ข้อ 6.1.4 อ่านร่วมกับข้อ 8.1.3)
- มาตรการที่เลือกอยู่ตำแหน่งใดในลำดับชั้นของการควบคุม และเหตุผลที่ไม่ใช้มาตรการที่สูงกว่าคืออะไร (ที่มา: ข้อ 6.1.4 อ่านร่วมกับข้อ 8.1.2)
- ตัวชี้วัดที่จะใช้ตัดสินว่าการดำเนินการได้ผลถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ตอนวางแผนหรือไม่ (ที่มา: ข้อ 6.1.4 อ่านร่วมกับข้อ 9.1)
- การดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดกฎหมาย ถูกแยกให้เห็นชัดจากการดำเนินการที่เป็นการปรับปรุงโดยสมัครใจหรือไม่ (ที่มา: ข้อ 6.1.4 อ่านร่วมกับข้อ 6.1.3)
อ่านต่อในเรื่องที่เกี่ยวข้อง
ต้นทางของการดำเนินการมาจาก ข้อ 6.1.2 การชี้บ่งอันตรายและการประเมินความเสี่ยง และ ข้อ 6.1.3 ข้อกำหนดกฎหมายและข้อกำหนดอื่น ส่วนการเลือกมาตรการต้องเดินตาม ลำดับชั้นของการควบคุมในข้อ 8.1.2 และเมื่อการดำเนินการถูกยกระดับเป็นวัตถุประสงค์ ให้ดู ข้อ 6.2 วัตถุประสงค์และการวางแผนเพื่อบรรลุ สำหรับมุมของการปล่อยงานออกจากกระบวนการในระบบคุณภาพ อ่านได้ที่ ISO 9001 ข้อ 8.6 การปล่อยผลิตภัณฑ์และบริการ
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก
หลักสูตร ISO 45001 อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ISO 45001 ข้อ 9.2 การตรวจติดตามภายใน ต่างจากการตรวจระบบคุณภาพอย่างไร
ISO 45001 ข้อ 4.3 การกำหนดขอบเขตของระบบ — เส้นแบ่งเดินตามคน ไม่ใช่ตามรั้ว
ISO 45001:2018 ข้อ 7.5 เอกสารสารสนเทศ — ต้องมีอะไร ควบคุมอย่างไร และทำไมการเข้าถึงจึงสำคัญ
ISO 45001 ข้อ 5.3 บทบาท ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ในองค์กร
ISO 45001:2018 ข้อ 4.1 และ 4.2 บริบทองค์กรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตีความข้อกำหนด
ISO 45001 ข้อ 10.3 การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ตีความอย่างไรให้ใช้งานได้จริง