ผู้ตรวจประเมิน รู้ไหม โปรแกรมการตรวจประเมินกับแผนการตรวจประเมินต่างกันอย่างไร?

ผู้ตรวจประเมิน รู้ไหม โปรแกรมการตรวจประเมินกับแผนการตรวจประเมินต่างกันอย่างไร? | EQA Thailand

ผู้ทำหน้าที่เป็น ผู้ตรวจติดตามภายใน (Internal Auditor) มักพบคำว่า โปรแกรมการตรวจประเมิน (Audit Programme) และ แผนการตรวจประเมิน (Audit Plan) ในเอกสารของระบบการจัดการ

เอกสารทั้งสองมีความเกี่ยวข้องกัน แต่มีหน้าที่และระดับรายละเอียดแตกต่างกัน

  • โปรแกรมการตรวจประเมิน ใช้บริหารการตรวจประเมินในภาพรวม
  • แผนการตรวจประเมิน ใช้กำหนดรายละเอียดของการตรวจแต่ละครั้ง

สรุปให้เข้าใจง่ายได้ว่า

โปรแกรมการตรวจประเมินบอกว่าจะตรวจอะไร เมื่อใด และเพราะเหตุใด

ส่วนแผนการตรวจประเมินบอกว่าในการตรวจครั้งนั้นจะตรวจอย่างไร

โปรแกรมการตรวจประเมินคืออะไร

โปรแกรมการตรวจประเมินเป็นกรอบการบริหารการตรวจประเมินหนึ่งครั้งหรือหลายครั้งภายในช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโปรแกรม

โปรแกรมจึงไม่ควรมีเพียงตารางว่าเดือนใดจะตรวจหน่วยงานใด แต่ควรครอบคลุมเรื่องสำคัญ เช่น

  • วัตถุประสงค์ของโปรแกรม
  • ขอบข่ายและความถี่ของการตรวจ
  • ความเสี่ยงและโอกาส
  • วิธีการตรวจ
  • การเลือกทีมตรวจ
  • ความสามารถของผู้ตรวจ
  • เวลา งบประมาณ และทรัพยากร
  • การสื่อสารและการประสานงาน
  • การติดตาม ทบทวน และปรับปรุงโปรแกรม
  • การควบคุมเอกสารและบันทึกที่เกี่ยวข้อง

โปรแกรมการตรวจประเมินควรตอบคำถามว่า

องค์กรต้องตรวจเรื่องใด ตรวจเมื่อใด ตรวจบ่อยเพียงใด ใครเป็นผู้ตรวจ และต้องใช้ทรัพยากรอะไร

ปัจจัยที่ควรใช้กำหนดโปรแกรมการตรวจประเมิน

การกำหนดความถี่ของการตรวจไม่จำเป็นต้องเท่ากันทุกกระบวนการ แต่ควรพิจารณาจาก

  • ความสำคัญของกระบวนการ
  • ความซับซ้อนของงาน
  • ผลการตรวจครั้งก่อน
  • ความไม่สอดคล้องที่เกิดซ้ำ
  • ข้อร้องเรียนของลูกค้า
  • ผลการทบทวนโดยฝ่ายบริหาร
  • การเปลี่ยนแปลงบุคลากร เครื่องจักร หรือเทคโนโลยี
  • เหตุการณ์ด้านคุณภาพ ความปลอดภัย หรือสิ่งแวดล้อม
  • ความพร้อมของผู้ตรวจและทรัพยากร
  • ความเสี่ยงจากการตรวจทางไกลหรือการใช้หลักฐานดิจิทัล

ตัวอย่างเช่น กระบวนการผลิตที่มีความไม่สอดคล้องเกิดซ้ำอาจได้รับการตรวจปีละ 2 ครั้ง ขณะที่กระบวนการที่มีความเสี่ยงต่ำและไม่มีการเปลี่ยนแปลงอาจกำหนดรอบตรวจทุก 12–18 เดือน

ตัวอย่างตารางโปรแกรมการตรวจประเมินภายใน

ตารางต่อไปนี้เป็นตัวอย่างโปรแกรมการตรวจประเมินภายในประจำปี โดยแสดงกระบวนการ เหตุผลที่กำหนดให้ตรวจ ความถี่ วิธีการตรวจ และทีมที่รับผิดชอบ

ตัวอย่างโปรแกรมการตรวจประเมินภายใน Audit Programme

จากตัวอย่างจะเห็นว่า ตารางโปรแกรมช่วยให้เห็นภาพรวมว่า

  • ต้องตรวจกระบวนการใด
  • เหตุใดจึงกำหนดให้ตรวจ
  • ตรวจบ่อยเพียงใด
  • ใช้วิธีตรวจแบบใด
  • ทีมใดเป็นผู้รับผิดชอบ
  • การตรวจอยู่ในสถานะใด

อย่างไรก็ตาม ตารางดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของโปรแกรม องค์กรยังควรกำหนดวัตถุประสงค์ ขอบข่าย ความเสี่ยง ทรัพยากร และวิธีติดตามผลของโปรแกรมเพิ่มเติมด้วย

ผู้บริหารโปรแกรมการตรวจประเมินต้องทำอะไร

บุคคลที่รับผิดชอบบริหารโปรแกรมการตรวจประเมินควรดำเนินการดังต่อไปนี้

1. กำหนดขอบข่ายของโปรแกรม

ต้องกำหนดว่าโปรแกรมจะครอบคลุม

  • กระบวนการใด
  • หน่วยงานใด
  • สถานที่ใด
  • มาตรฐานหรือข้อกำหนดใด
  • จำนวนและความถี่ของการตรวจเท่าใด

2. พิจารณาความเสี่ยงและโอกาส

ตัวอย่างความเสี่ยงของโปรแกรม ได้แก่

  • ผู้ตรวจมีความสามารถไม่เพียงพอ
  • ผู้ตรวจต้องตรวจงานที่ตนรับผิดชอบ
  • เวลาในการตรวจไม่เพียงพอ
  • ผู้รับการตรวจไม่พร้อม
  • หลักฐานที่ต้องการไม่พร้อม
  • การสื่อสารไม่มีประสิทธิผล
  • ระบบที่ใช้ตรวจทางไกลไม่ปลอดภัย
  • บันทึกการตรวจไม่ได้รับการปกป้อง

ตัวอย่างโอกาสในการปรับปรุง ได้แก่

  • ตรวจหลายกระบวนการในการเข้าพื้นที่ครั้งเดียว
  • ลดเวลาและระยะทางในการเดินทาง
  • ใช้การตรวจทางไกลหรือแบบผสม
  • จัดทีมตรวจให้มีความสามารถตรงกับกระบวนการ
  • ใช้ข้อมูลแนวโน้มช่วยเลือกตัวอย่าง

3. เลือกทีมตรวจที่เหมาะสม

ทีมตรวจต้องมีความสามารถโดยรวมเพียงพอกับวัตถุประสงค์ ขอบข่าย และความซับซ้อนของการตรวจ

กระบวนการที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะอาจต้องมีผู้เชี่ยวชาญ เช่น

  • การเชื่อม
  • ห้องปฏิบัติการ
  • ระบบสารสนเทศ
  • ความปลอดภัยอาหาร
  • การควบคุมเครื่องมือวัด

4. กำหนดทรัพยากร

ทรัพยากรที่ควรพิจารณา ได้แก่

  • จำนวนผู้ตรวจ
  • เวลาและงบประมาณ
  • ผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิค
  • การเดินทางและที่พัก
  • เครื่องมือและอุปกรณ์
  • เทคโนโลยีสำหรับการตรวจทางไกล
  • เอกสารและบันทึก
  • อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล
  • ข้อกำหนดในการเข้าพื้นที่

5. จัดตารางและประสานงาน

ต้องกำหนดว่ากระบวนการใดจะได้รับการตรวจ เมื่อใด ใครเป็นผู้ตรวจ และสื่อสารให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ

6. ติดตามและปรับปรุงโปรแกรม

ควรติดตามว่า

  • ตรวจได้ครบตามกำหนดหรือไม่
  • มีการเลื่อนหรือยกเลิกการตรวจหรือไม่
  • รายงานออกตรงเวลาหรือไม่
  • การดำเนินการแก้ไขได้รับการติดตามหรือไม่
  • ทีมตรวจมีความสามารถเพียงพอหรือไม่
  • โปรแกรมบรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่

แผนการตรวจประเมินคืออะไร

แผนการตรวจประเมินเป็นรายละเอียดและการจัดเตรียมสำหรับการตรวจประเมินครั้งหนึ่ง

ตัวอย่างเช่น โปรแกรมกำหนดให้ตรวจคลังสินค้าในเดือนสิงหาคม ส่วนแผนการตรวจประเมินจะระบุว่า

  • ตรวจวันใด
  • ตรวจเวลาใด
  • ตรวจพื้นที่ใด
  • ตรวจเรื่องอะไร
  • ใช้ข้อกำหนดใดเป็นเกณฑ์
  • ใครเป็นผู้ตรวจ
  • ใครเป็นผู้ให้ข้อมูล
  • ใช้วิธีตรวจแบบใด
  • ต้องสุ่มตัวอย่างเรื่องใด
  • ประชุมเปิดและประชุมปิดเวลาใด

แผนควรเป็นพื้นฐานให้ผู้ว่าจ้างการตรวจ ทีมตรวจ และผู้รับการตรวจเข้าใจการดำเนินงานตรงกัน

แผนการตรวจประเมินควรมีข้อมูลอะไรบ้าง

1. วัตถุประสงค์ของการตรวจ

ตัวอย่างเช่น

  • ประเมินความสอดคล้องกับข้อกำหนด
  • ประเมินการนำระบบไปปฏิบัติ
  • ประเมินประสิทธิผลของกระบวนการ
  • ติดตามการดำเนินการแก้ไขจากการตรวจครั้งก่อน

2. ขอบข่ายการตรวจ

ควรระบุหน่วยงาน กระบวนการ กิจกรรม สถานที่ และช่วงเวลาของข้อมูลที่จะตรวจ

ตัวอย่าง:

ตรวจคลังวัตถุดิบ ครอบคลุมการรับเข้า การบ่งชี้สถานะ การจัดเก็บ การหมุนเวียน และการจ่ายวัตถุดิบเข้าสู่การผลิต

3. เกณฑ์การตรวจประเมิน

เกณฑ์อาจประกอบด้วย

  • ข้อกำหนดมาตรฐาน
  • ระเบียบปฏิบัติ
  • วิธีปฏิบัติงาน
  • ข้อกำหนดของลูกค้า
  • กฎหมาย
  • ข้อกำหนดผลิตภัณฑ์
  • เอกสารอ้างอิงที่เกี่ยวข้อง

ผู้ตรวจไม่ควรใช้ความเห็นส่วนตัวหรือวิธีปฏิบัติขององค์กรอื่นเป็นเกณฑ์ หากไม่มีข้อกำหนดรองรับ

4. สถานที่ วันที่ เวลา และระยะเวลา

ควรระบุ

  • สถานที่จริงหรือสถานที่เสมือน
  • วันที่และเวลาตรวจ
  • ระยะเวลาของแต่ละกิจกรรม
  • การประชุมเปิด
  • การประชุมทีมตรวจ
  • ช่วงพัก
  • การประชุมปิด

5. วิธีการตรวจและการสุ่มตัวอย่าง

วิธีการตรวจอาจประกอบด้วย

  • การสัมภาษณ์
  • การสังเกตการปฏิบัติงาน
  • การทบทวนเอกสารและบันทึก
  • การตรวจข้อมูลจากระบบ
  • การติดตามรายการตั้งแต่ต้นจนจบ
  • การตรวจ ณ สถานที่จริง
  • การตรวจประเมินทางไกล
  • การตรวจประเมินแบบผสม

ทีมตรวจควรพิจารณาว่าต้องสุ่มตัวอย่างจากรายการใด ช่วงเวลาใด และจำนวนเท่าใด เพื่อให้ได้หลักฐานที่เพียงพอ

6. บทบาทและความรับผิดชอบ

ควรระบุบทบาทของ

  • หัวหน้าทีมตรวจประเมิน
  • สมาชิกทีมตรวจ
  • ผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิค
  • ผู้นำทาง
  • ผู้สังเกตการณ์
  • ล่ามหรือผู้แปลภาษา
  • ผู้แทนของผู้รับการตรวจ

7. ทรัพยากรและการจัดเตรียม

ตัวอย่างเช่น

  • อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล
  • ห้องประชุม
  • สิทธิการเข้าถึงพื้นที่
  • สิทธิการเข้าถึงระบบ
  • เอกสารที่ต้องเตรียม
  • แพลตฟอร์มสำหรับการตรวจทางไกล
  • แผนสำรองกรณีระบบขัดข้อง

8. การรักษาความลับและความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล

ควรกำหนดว่า

  • ใครสามารถเข้าถึงหลักฐาน
  • สามารถถ่ายภาพหรือบันทึกหน้าจอได้หรือไม่
  • ส่งไฟล์ผ่านช่องทางใด
  • จัดเก็บข้อมูลไว้ที่ใด
  • เก็บข้อมูลไว้นานเท่าใด
  • ใครเป็นผู้รับผิดชอบควบคุมและทำลายข้อมูล

ตัวอย่างตารางแผนการตรวจประเมินภายใน

ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นแผนการตรวจประเมินภายในสำหรับกระบวนการคลังสินค้า

วัตถุประสงค์: ประเมินความสอดคล้อง การนำระบบไปปฏิบัติ และประสิทธิผลของการควบคุมคลังสินค้า

ขอบข่าย: การรับเข้า การบ่งชี้สถานะ การจัดเก็บ การหมุนเวียน การหยิบ และการจัดส่งสินค้า

เกณฑ์: ข้อกำหนดระบบการจัดการ ระเบียบปฏิบัติ และวิธีปฏิบัติงานขององค์กร

วันที่ตรวจ: 15 สิงหาคม 20XX

สถานที่: คลังวัตถุดิบและคลังสินค้าสำเร็จรูป

วิธีการตรวจ: ณ สถานที่จริง

ตัวอย่างแผนการตรวจประเมินภายใน Audit Plan

ตารางแผนการตรวจประเมินควรทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจว่า

  • ตรวจเมื่อใด
  • ตรวจสถานที่ใด
  • ตรวจเรื่องอะไร
  • ใช้วิธีตรวจแบบใด
  • ใครเป็นผู้ให้ข้อมูล
  • ใครเป็นผู้รับผิดชอบตรวจ
  • ต้องใช้เวลาเท่าใด
  • มีการประชุมเปิด ประชุมทีม และประชุมปิดเมื่อใด

ต้องพิจารณาความเสี่ยงที่การตรวจสร้างให้ผู้รับการตรวจ

กิจกรรมการตรวจอาจสร้างความเสี่ยงต่อกระบวนการของผู้รับการตรวจ เช่น

  • เข้าใกล้เครื่องจักรขณะเดินเครื่อง
  • รบกวนผู้ปฏิบัติงานในจุดอันตราย
  • นำสิ่งปนเปื้อนเข้าสู่พื้นที่ควบคุม
  • เปิดเผยข้อมูลลูกค้าหรือข้อมูลส่วนบุคคล
  • เปิดระบบจริงจนกระทบการผลิต
  • ใช้อุปกรณ์ถ่ายภาพในพื้นที่ห้ามถ่าย

ทีมตรวจจึงต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย สุขอนามัย การรักษาความลับ และข้อกำหนดของพื้นที่ตลอดการตรวจประเมิน

แผนการตรวจสามารถเปลี่ยนได้หรือไม่

แผนการตรวจควรมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับเปลี่ยนได้เมื่อจำเป็น เช่น

  • พบประเด็นสำคัญเพิ่มเติม
  • หลักฐานที่มีอยู่ไม่เพียงพอ
  • ต้องเพิ่มการสุ่มตัวอย่าง
  • ผู้ให้ข้อมูลไม่พร้อม
  • ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่หรือระบบได้
  • ต้องติดตามหลักฐานไปยังกระบวนการอื่น

เมื่อมีการปรับแผน หัวหน้าทีมตรวจควรแจ้งผู้เกี่ยวข้อง และยังคงรักษาวัตถุประสงค์ของการตรวจไว้

การมอบหมายงานให้ทีมตรวจ

หัวหน้าทีมตรวจควรมอบหมายงานตามความสามารถของสมาชิกแต่ละคน โดยพิจารณา

  • กระบวนการที่จะตรวจ
  • สถานที่
  • ความรู้และประสบการณ์
  • ความเป็นกลาง
  • ความเป็นอิสระ
  • การใช้เวลาและทรัพยากรอย่างเหมาะสม

ตัวอย่างเช่น

  • ผู้ตรวจคนที่ 1 ตรวจคลังสินค้าและการสอบกลับ
  • ผู้ตรวจคนที่ 2 ตรวจการผลิตและการควบคุมกระบวนการ
  • ผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคช่วยตรวจเครื่องจักรหรือระบบเฉพาะทาง

การมอบหมายงานสามารถปรับเปลี่ยนระหว่างการตรวจได้ หากช่วยให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการตรวจได้ดีขึ้น

เอกสารที่ทีมตรวจควรเตรียม

ก่อนเริ่มการตรวจ สมาชิกทีมควรรวบรวมและทบทวนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานที่ได้รับมอบหมาย

เอกสารหรือสื่อที่อาจใช้ ได้แก่

  • รายการคำถามสำหรับการตรวจประเมิน
  • รายละเอียดการสุ่มตัวอย่าง
  • แผนผังกระบวนการ
  • ข้อกำหนดและระเบียบปฏิบัติ
  • รายงานการตรวจครั้งก่อน
  • ข้อมูลภาพและเสียงที่เกี่ยวข้อง

รายการคำถามเป็นเพียงเครื่องมือช่วยตรวจ ไม่ควรจำกัดทีมตรวจไม่ให้ติดตามหลักฐานหรือประเด็นสำคัญที่พบระหว่างการตรวจ

ตารางเปรียบเทียบโปรแกรมการตรวจประเมินกับแผนการตรวจประเมิน

สรุป

โปรแกรมการตรวจประเมินและแผนการตรวจประเมินมีหน้าที่ต่างกัน

โปรแกรมการตรวจประเมิน ใช้บริหารการตรวจประเมินในภาพรวม โดยกำหนดว่าจะตรวจอะไร เมื่อใด ตรวจบ่อยเพียงใด ใครเป็นผู้ตรวจ และต้องใช้ทรัพยากรอะไร

แผนการตรวจประเมิน ใช้กำหนดรายละเอียดของการตรวจครั้งหนึ่ง เช่น วัตถุประสงค์ ขอบข่าย เกณฑ์ วัน เวลา สถานที่ วิธีตรวจ การสุ่มตัวอย่าง และผู้เกี่ยวข้อง

จากตัวอย่างตารางทั้งสองแบบ จะเห็นว่าโปรแกรมการตรวจประเมินอาจกำหนดให้ตรวจคลังสินค้าทุก 6 เดือน เนื่องจากมีข้อร้องเรียนหรือความไม่สอดคล้องเกิดขึ้น ส่วนแผนการตรวจประเมินจะกำหนดรายละเอียดของการตรวจคลังสินค้าในวันที่กำหนด ตั้งแต่การประชุมเปิด การตรวจแต่ละกิจกรรม การสุ่มตัวอย่าง ไปจนถึงการประชุมปิด

ผู้ทำหน้าที่เป็น ผู้ตรวจติดตามภายใน (Internal Auditor) ควรเข้าใจเอกสารทั้งสองระดับ เพื่อให้สามารถเตรียมการตรวจ ดำเนินการตรวจ รวบรวมหลักฐาน และสรุปผลได้อย่างเป็นระบบ

การตรวจประเมินไม่ควรมุ่งเพียงค้นหาความผิดหรือความไม่สอดคล้อง แต่ควรให้ข้อมูลที่ช่วยให้องค์กรประเมินและปรับปรุงระบบการจัดการได้อย่างต่อเนื่อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand