FSSC 22000 กับการควบคุมสัตว์พาหะตาม ISO 22002-100 ข้อ 7 โรงงานต้องทำอะไรบ้าง?

ภาพหน้าปกบทความ การควบคุมสัตว์พาหะ ตาม ISO 22002-100 ข้อ 7 โรงงานต้องทำอะไรบ้าง

การควบคุมสัตว์พาหะเป็นโปรแกรมพื้นฐานด้านความปลอดภัยอาหารที่สำคัญของระบบ FSSC 22000 เพราะสัตว์พาหะ เช่น หนู แมลงวัน แมลงสาบ มด นก และแมลงในผลิตภัณฑ์อาหาร อาจนำเชื้อจุลินทรีย์ สิ่งสกปรก มูล ขน ซากสัตว์ และสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่วัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และพื้นที่ผลิตได้

ISO 22002-100 ข้อ 7 กำหนดให้โรงงานจัดทำโปรแกรมควบคุมสัตว์พาหะอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผน การป้องกันสัตว์พาหะเข้าสู่โรงงาน การลดแหล่งอาหาร น้ำ และที่หลบซ่อน การตรวจติดตาม ตลอดจนการควบคุมและกำจัดเมื่อพบการระบาด

เนื้อหาจะอธิบายข้อกำหนด ISO 22002-100 ข้อ 7 ตามหลักการวางแผน–ปฏิบัติ–ตรวจสอบ–ปรับปรุง หรือวงจร PDCA (Plan–Do–Check–Act) พร้อมระบุเอกสาร ขั้นตอนปฏิบัติ แบบฟอร์ม และบันทึกที่โรงงานควรจัดเตรียมไว้เป็นหลักฐาน

สนใจอบรม GHPs & HACCP / มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร?
เรียนออนไลน์ผ่าน ZOOM · รับใบประกาศนียบัตร
ดูรอบ & ราคา →

การควบคุมสัตว์พาหะตามหลัก PDCA คืออะไร?

โรงงานไม่ควรดำเนินการควบคุมสัตว์พาหะเพียงด้วยการวางกับดักหรือว่าจ้างบริษัทกำจัดแมลง แต่ต้องบริหารกิจกรรมทั้งหมดเป็นระบบ ดังนี้

การวางแผน (Plan)ประเมินความเสี่ยง ระบุสัตว์พาหะเป้าหมาย กำหนดผู้รับผิดชอบ วิธีควบคุม ตำแหน่งอุปกรณ์ ความถี่การตรวจ และเกณฑ์ตอบสนอง

การปฏิบัติ (Do)ดำเนินการป้องกัน ตรวจติดตาม บำรุงรักษาอุปกรณ์ ควบคุมสารเคมี และตอบสนองทันทีเมื่อพบสัตว์พาหะ

การตรวจสอบ (Check)ทบทวนผลการตรวจ วิเคราะห์แนวโน้ม ตรวจสอบความครบถ้วนของบันทึก และยืนยันประสิทธิผลของมาตรการควบคุม

การปรับปรุง (Act)วิเคราะห์สาเหตุ แก้ไขจุดบกพร่อง ป้องกันการเกิดซ้ำ และปรับปรุงโปรแกรมควบคุมสัตว์พาหะให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป

7.1 ข้อกำหนดทั่วไปเกี่ยวกับการควบคุมสัตว์พาหะ

ISO 22002-100 ข้อ 7.1 กำหนดให้โรงงานจัดทำ นำไปปฏิบัติ รักษาไว้ และจัดทำเป็นเอกสารสำหรับโปรแกรมควบคุมสัตว์พาหะที่มีประสิทธิผล

  • โปรแกรมต้องครอบคลุมการดำเนินการเพื่อ
  • ควบคุมสัตว์พาหะ
  • ป้องกันสิ่งที่ดึงดูดสัตว์พาหะ
  • ป้องกันสัตว์พาหะเข้าถึงพื้นที่
  • ลดแหล่งหลบซ่อน
  • ป้องกันการขยายพันธุ์

การวางแผน (Plan)

โรงงานต้องกำหนดขอบเขตของโปรแกรมให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยอาหาร เช่น

  • พื้นที่ผลิต
  • พื้นที่บรรจุ
  • คลังวัตถุดิบ
  • คลังบรรจุภัณฑ์
  • คลังสินค้าสำเร็จรูป
  • พื้นที่รับและส่งสินค้า
  • ห้องขยะ
  • โรงอาหาร
  • ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า
  • ห้องเครื่อง
  • ระบบระบายน้ำ
  • พื้นที่รอบอาคาร
  • พื้นที่จัดเก็บภายนอกอาคาร

โรงงานต้องระบุชนิดสัตว์พาหะที่อาจพบตามลักษณะผลิตภัณฑ์ วัตถุดิบ กระบวนการผลิต สภาพแวดล้อม และประวัติการพบสัตว์พาหะ

  • ตัวอย่างสัตว์พาหะเป้าหมาย ได้แก่
  • หนู
  • แมลงวัน
  • แมลงสาบ
  • มด
  • นก
  • แมลงคลาน
  • แมลงในผลิตภัณฑ์อาหาร เช่น มอดและด้วง
  • ควรกำหนดวัตถุประสงค์หรือเกณฑ์ประสิทธิผลของโปรแกรม เช่น
  • ไม่พบสัตว์พาหะมีชีวิตในพื้นที่ผลิต
  • ไม่พบร่องรอยหนูในคลังวัตถุดิบ
  • จุดดักสัตว์พาหะต้องอยู่ครบและพร้อมใช้งาน
  • ข้อบกพร่องด้านอาคารต้องได้รับการแก้ไขภายในเวลาที่กำหนด
  • เหตุการณ์ที่เกิดซ้ำในจุดเดิมต้องได้รับการวิเคราะห์สาเหตุ

การปฏิบัติ (Do)

  • โรงงานต้องนำโปรแกรมไปใช้จริง โดย
  • แต่งตั้งผู้รับผิดชอบ
  • ตรวจพื้นที่ตามแผน
  • ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับและกับดัก
  • ควบคุมจุดทางเข้าสัตว์พาหะ
  • ลดแหล่งอาหาร น้ำ และที่หลบซ่อน
  • บันทึกผลการตรวจทุกครั้ง
  • ดำเนินการทันทีเมื่อพบความผิดปกติ

กรณีใช้ผู้รับเหมาภายนอก โรงงานยังคงเป็นผู้รับผิดชอบต่อประสิทธิผลของโปรแกรม ไม่สามารถโอนความรับผิดชอบด้านความปลอดภัยอาหารให้บริษัทกำจัดสัตว์พาหะทั้งหมดได้

การตรวจสอบ (Check)

  • โรงงานต้องตรวจสอบว่า
  • มีการตรวจครบตามความถี่หรือไม่
  • จุดดักอยู่ครบตามแผนผังหรือไม่
  • อุปกรณ์อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่
  • มีจุดใดพบสัตว์พาหะเพิ่มขึ้นหรือไม่
  • ข้อเสนอแนะจากผู้ให้บริการได้รับการแก้ไขหรือไม่
  • โปรแกรมสามารถควบคุมสัตว์พาหะได้จริงหรือไม่

การปรับปรุง (Act)

  • เมื่อพบว่าโปรแกรมไม่มีประสิทธิผล โรงงานต้องพิจารณา
  • เพิ่มความถี่การตรวจ
  • เพิ่มหรือย้ายจุดดัก
  • เปลี่ยนชนิดอุปกรณ์
  • ปรับปรุงอาคาร
  • ปรับวิธีทำความสะอาด
  • ปรับระบบจัดการขยะ
  • ทบทวนวิธีควบคุม
  • ทบทวนความสามารถของผู้รับเหมา

เอกสารและหลักฐานที่ควรมีตามข้อ 7.1

ระเบียบปฏิบัติ (Procedure)

  • ระเบียบปฏิบัติการควบคุมสัตว์พาหะ
  • ระเบียบปฏิบัติการบริหารผู้รับเหมาควบคุมสัตว์พาหะ
  • ระเบียบปฏิบัติเมื่อพบสัตว์พาหะ

แผนงาน (Plan)

  • โปรแกรมควบคุมสัตว์พาหะประจำปี
  • การประเมินความเสี่ยงสัตว์พาหะแต่ละพื้นที่
  • รายการสัตว์พาหะเป้าหมาย
  • แผนตรวจพื้นที่ภายในและภายนอก

แบบฟอร์มและบันทึก (Form and Record)

  • แบบตรวจติดตามสัตว์พาหะ
  • แบบบันทึกการพบสัตว์พาหะ
  • แบบติดตามการแก้ไข
  • รายงานสรุปผลประจำเดือน
  • รายงานวิเคราะห์แนวโน้ม

7.2 โปรแกรมควบคุมสัตว์พาหะ

7.2.1 โปรแกรมต้องเหมาะสมกับองค์กรและมีผู้รับผิดชอบ

  • ข้อกำหนดระบุว่าโปรแกรมควบคุมสัตว์พาหะต้อง
  • เหมาะสมกับลักษณะขององค์กร
  • มีบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งและมีความสามารถรับผิดชอบกิจกรรม
  • ระบุสัตว์พาหะเป้าหมาย
  • มีแผน วิธีการ ตารางเวลา และขั้นตอนควบคุมที่เป็นเอกสาร
  • ได้รับการดูแลรักษาให้ยังคงมีประสิทธิผลตามวัตถุประสงค์

การวางแผน (Plan)

  • โปรแกรมต้องจัดทำจากความเสี่ยงจริงของโรงงาน โดยพิจารณาอย่างน้อยจาก
  • ประเภทอาหาร
  • ชนิดของวัตถุดิบ
  • ลักษณะบรรจุภัณฑ์
  • อุณหภูมิและความชื้น
  • ลักษณะอาคาร
  • สภาพแวดล้อมโดยรอบ
  • ฤดูกาล
  • ประวัติการพบสัตว์พาหะ
  • พื้นที่จัดเก็บขยะ
  • การจัดเก็บกลางแจ้ง
  • กิจกรรมของโรงงานข้างเคียง
  • โรงงานต้องแต่งตั้งผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน บุคคลดังกล่าวควรมีความรู้เกี่ยวกับ
  • ชนิดและพฤติกรรมของสัตว์พาหะ
  • ร่องรอยที่ใช้ตรวจหาสัตว์พาหะ
  • การเลือกและติดตั้งอุปกรณ์
  • วิธีอ่านผลจากกับดัก
  • การประเมินแนวโน้ม
  • การตอบสนองเมื่อพบการระบาด
  • ความเสี่ยงของสารเคมีต่ออาหาร

การปฏิบัติ (Do)

  • โรงงานต้องดำเนินการตามแผนที่กำหนด เช่น
  • ตรวจจุดดักตามตาราง
  • ตรวจสภาพพื้นที่และอาคาร
  • ตรวจแหล่งอาหารและน้ำ
  • เปลี่ยนเหยื่อหรือแผ่นกาว
  • ทำความสะอาดเครื่องดักแมลง
  • บันทึกชนิดและจำนวนสัตว์พาหะ
  • แจ้งความผิดปกติ
  • ออกใบแจ้งซ่อมเมื่อพบช่องทางเข้าสัตว์พาหะ
  • จุดดักแต่ละตำแหน่งควรมีหมายเลขที่สามารถเชื่อมโยงกับแผนผังและบันทึกการตรวจได้

การตรวจสอบ (Check)

  • โรงงานต้องตรวจสอบว่า
  • ผู้รับผิดชอบปฏิบัติงานตามวิธีที่กำหนดหรือไม่
  • ความถี่การตรวจเหมาะสมกับความเสี่ยงหรือไม่
  • จุดดักอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องหรือไม่
  • มีการตรวจครบทุกจุดหรือไม่
  • มีสัตว์พาหะชนิดใหม่เกิดขึ้นหรือไม่
  • มีการพบซ้ำในพื้นที่เดิมหรือไม่
  • ข้อบกพร่องได้รับการแก้ไขตามกำหนดหรือไม่

การปรับปรุง (Act)

  • โปรแกรมควรได้รับการทบทวนเมื่อ
  • พบการระบาด
  • พบสัตว์พาหะชนิดใหม่
  • มีการเพิ่มหรือย้ายสายการผลิต
  • มีการก่อสร้างหรือปรับปรุงอาคาร
  • มีการเปลี่ยนวัตถุดิบ
  • มีการเปลี่ยนรูปแบบการจัดเก็บ
  • เปลี่ยนผู้ให้บริการ
  • ผลการวิเคราะห์แนวโน้มแสดงว่ามาตรการเดิมไม่มีประสิทธิผล

เอกสารและหลักฐานที่ควรมีตามข้อ 7.2.1

ระเบียบปฏิบัติและวิธีปฏิบัติงาน

  • วิธีตรวจจุดดักสัตว์พาหะ
  • วิธีเปลี่ยนเหยื่อและแผ่นกาว
  • วิธีตรวจหาร่องรอยหนูและแมลง
  • วิธีดำเนินการเมื่ออุปกรณ์สูญหายหรือชำรุด

แผนงาน

  • แผนผังตำแหน่งจุดดักสัตว์พาหะ
  • ตารางความถี่การตรวจ
  • รายการสัตว์พาหะเป้าหมาย
  • แผนควบคุมตามฤดูกาล

หลักฐานความรู้ความสามารถ

  • หนังสือแต่งตั้งผู้รับผิดชอบ
  • รายละเอียดหน้าที่และความรับผิดชอบ
  • บันทึกการฝึกอบรม
  • ผลการประเมินความสามารถ
  • ใบอนุญาตหรือคุณสมบัติของผู้ให้บริการภายนอก

แบบฟอร์มและบันทึก

  • แบบตรวจจุดดักสัตว์พาหะ
  • แบบบันทึกการเปลี่ยนเหยื่อ
  • แบบตรวจเครื่องดักแมลง
  • แบบรายงานอุปกรณ์สูญหายหรือชำรุด
  • แบบติดตามข้อเสนอแนะของผู้รับเหมา

7.2.2 การควบคุมสารเคมีที่ใช้กำจัดสัตว์พาหะ

  • เมื่อมีการใช้สารเคมี โรงงานต้องแสดงหลักฐานว่า
  • สารเคมีได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่มีอำนาจ
  • มีการใช้ตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์
  • ใช้โดยบุคคลที่มีความสามารถ
  • ไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนผลิตภัณฑ์

การวางแผน (Plan)

  • โรงงานต้องมีระบบอนุมัติสารเคมีก่อนนำมาใช้ โดยตรวจสอบข้อมูล เช่น
  • ชื่อทางการค้า
  • ชื่อสารออกฤทธิ์
  • เลขทะเบียน
  • สัตว์พาหะเป้าหมาย
  • วิธีใช้
  • อัตราการใช้
  • ความเข้มข้น
  • ข้อจำกัดในการใช้ใกล้อาหาร
  • ระยะเวลาที่ต้องเว้นก่อนกลับเข้าพื้นที่
  • วิธีจัดเก็บ
  • วิธีจัดการกรณีหกรั่วไหล

การปฏิบัติ (Do)

ผู้ปฏิบัติงานต้องใช้สารเคมีตามฉลากและคำแนะนำของผู้ผลิต ห้ามเพิ่มความเข้มข้นหรือเปลี่ยนวิธีใช้โดยไม่มีข้อมูลสนับสนุน

  • ก่อนใช้สารเคมีต้องควบคุมความเสี่ยง เช่น
  • เคลื่อนย้ายผลิตภัณฑ์ออกจากพื้นที่
  • ปิดคลุมวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์
  • หยุดการผลิต
  • ปิดกั้นพื้นที่
  • แจ้งผู้เกี่ยวข้อง
  • ทำความสะอาดหลังใช้สาร
  • ตรวจปล่อยพื้นที่ก่อนเริ่มผลิตใหม่

การตรวจสอบ (Check)

  • โรงงานต้องตรวจสอบว่า
  • สารที่ใช้ตรงตามรายการที่อนุมัติหรือไม่
  • ปริมาณและความเข้มข้นถูกต้องหรือไม่
  • ผู้ใช้มีความสามารถหรือไม่
  • มีการป้องกันผลิตภัณฑ์อย่างเพียงพอหรือไม่
  • มีการทำความสะอาดหลังการใช้หรือไม่
  • มีความเสี่ยงจากสารตกค้างหรือไม่
  • ภาชนะและสารเคมีได้รับการจัดเก็บอย่างถูกต้องหรือไม่

การปรับปรุง (Act)

  • หากพบการใช้สารผิดชนิด ผิดความเข้มข้น หรือมีโอกาสสัมผัสผลิตภัณฑ์ ต้อง
  • หยุดกิจกรรม
  • กักกันผลิตภัณฑ์
  • ประเมินผลกระทบต่อความปลอดภัยอาหาร
  • ทำความสะอาดพื้นที่
  • สอบสวนสาเหตุ
  • ทบทวนความสามารถของผู้ปฏิบัติงาน
  • ปรับปรุงขั้นตอนปฏิบัติ
  • ประเมินผู้ให้บริการใหม่

เอกสารและหลักฐานที่ควรมีตามข้อ 7.2.2

ระเบียบปฏิบัติ

  • ระเบียบปฏิบัติการควบคุมสารเคมี
  • ระเบียบปฏิบัติการอนุมัติสารกำจัดสัตว์พาหะ
  • ระเบียบปฏิบัติการจัดการสารเคมีหกรั่วไหล
  • ระเบียบปฏิบัติการตรวจปล่อยพื้นที่หลังใช้สารเคมี

เอกสารสนับสนุน

  • รายชื่อสารเคมีที่ได้รับอนุมัติ
  • ฉลากผลิตภัณฑ์
  • เอกสารข้อมูลความปลอดภัย
  • หลักฐานการขึ้นทะเบียน
  • คำแนะนำการใช้จากผู้ผลิต

แบบฟอร์มและบันทึก

  • แบบขออนุมัติสารเคมี
  • แบบบันทึกการเบิกและคืนสารเคมี
  • แบบบันทึกการใช้สารเคมี
  • แบบตรวจพื้นที่ก่อนและหลังใช้สาร
  • แบบบันทึกการทำความสะอาด
  • แบบประเมินผลิตภัณฑ์ที่อาจได้รับผลกระทบ

7.3 การป้องกันสัตว์พาหะเข้าสู่โรงงาน

  • ข้อ 7.3 กำหนดให้โรงงานบำรุงรักษาสถานที่เพื่อ

ระบุและจัดการจุดที่สัตว์พาหะอาจเข้าสู่โรงงาน เช่น รู ท่อระบายน้ำ และหน้าต่างภายนอก

  • ลดพื้นที่ที่อาจกลายเป็นแหล่งขยายพันธุ์

หากโรงงานใช้พื้นที่ภายนอกสำหรับจัดเก็บสิ่งของ ต้องป้องกันวัสดุจากความเสียหายหรือการปนเปื้อนจากสัตว์พาหะ เช่น มูลนก ให้เหมาะสมกับวัสดุและผลิตภัณฑ์ที่จัดเก็บ

การวางแผน (Plan)

  • โรงงานต้องสำรวจและประเมินจุดเสี่ยง เช่น
  • ช่องว่างใต้ประตู
  • ประตูปิดไม่สนิท
  • รูและรอยแตกร้าวของผนัง
  • ช่องรอบท่อและสายไฟ
  • ช่องระบายอากาศ
  • หน้าต่างภายนอก
  • ท่อระบายน้ำ
  • ฝ้าเพดาน
  • หลังคา
  • ประตูรับและส่งสินค้า
  • จุดเชื่อมต่อระหว่างอาคาร
  • พื้นที่ก่อสร้าง
  • ควรจัดระดับความเสี่ยงและกำหนดวิธีควบคุมสำหรับแต่ละจุด

การปฏิบัติ (Do)

  • มาตรการที่โรงงานควรดำเนินการ ได้แก่
  • ติดตั้งยางปิดช่องว่างใต้ประตู
  • ติดตั้งตะแกรงบริเวณช่องเปิด
  • ติดตั้งมุ้งลวด
  • ใช้ม่านพลาสติกหรือม่านอากาศ
  • อุดช่องรอบท่อและสายไฟ
  • ซ่อมรอยแตกของผนังและพื้น
  • ติดตั้งฝาหรือตะแกรงท่อระบายน้ำ
  • ปิดประตูเมื่อไม่ใช้งาน
  • ควบคุมระยะเวลาการเปิดประตูรับสินค้า
  • ตรวจรถขนส่งก่อนเข้าสู่พื้นที่

สำหรับวัสดุที่เก็บภายนอก ควรวางบนพาเลต ป้องกันฝนและสัตว์พาหะ และตรวจหาร่องรอยการปนเปื้อนอย่างสม่ำเสมอ

การตรวจสอบ (Check)

  • โรงงานต้องตรวจว่า
  • ประตูปิดสนิทหรือไม่
  • ยางใต้ประตูชำรุดหรือไม่
  • มุ้งลวดและตะแกรงอยู่ในสภาพสมบูรณ์หรือไม่
  • มีช่องเปิดใหม่เกิดขึ้นหรือไม่
  • ท่อระบายน้ำมีตะแกรงครบหรือไม่
  • มีมูลนก รังนก หรือร่องรอยสัตว์พาหะหรือไม่
  • วัสดุภายนอกได้รับการป้องกันเพียงพอหรือไม่
  • งานซ่อมเสร็จตามกำหนดหรือไม่

การปรับปรุง (Act)

  • เมื่อพบจุดทางเข้าสัตว์พาหะ ต้อง
  • ปิดกั้นจุดดังกล่าวชั่วคราว
  • เพิ่มกับดักในบริเวณใกล้เคียง
  • ออกใบแจ้งซ่อม
  • กำหนดผู้รับผิดชอบและกำหนดเสร็จ
  • ซ่อมแซมอย่างถาวร
  • ตรวจสอบหลังซ่อม
  • ประเมินว่ามีสัตว์พาหะเข้าสู่พื้นที่ภายในแล้วหรือไม่

เอกสารและหลักฐานที่ควรมีตามข้อ 7.3

ระเบียบปฏิบัติและวิธีปฏิบัติงาน

  • วิธีตรวจสภาพอาคารเพื่อป้องกันสัตว์พาหะ
  • วิธีควบคุมประตูและช่องเปิด
  • วิธีควบคุมพื้นที่รับและส่งสินค้า
  • วิธีจัดเก็บวัสดุภายนอกอาคาร

แผนงาน

  • แผนตรวจสภาพอาคาร
  • แผนผังจุดเสี่ยงการเข้าสัตว์พาหะ
  • แผนบำรุงรักษาเชิงป้องกัน
  • รายการจุดที่ต้องปิดกั้นหรือซ่อมแซม

แบบฟอร์มและบันทึก

  • แบบตรวจประตู หน้าต่าง และช่องเปิด
  • แบบตรวจท่อระบายน้ำ
  • ใบแจ้งซ่อม
  • แบบติดตามงานซ่อม
  • บันทึกการตรวจหลังซ่อม
  • แบบตรวจพื้นที่จัดเก็บภายนอก

7.4 การลดแหล่งหลบซ่อนและการจัดการการระบาด

มาตรการควบคุมสัตว์พาหะต้องได้รับการออกแบบและดำเนินการเพื่อลดอาหารและน้ำที่สัตว์พาหะสามารถเข้าถึงได้

วัสดุที่พบว่ามีสัตว์พาหะต้องได้รับการจัดการโดยไม่ทำให้เกิดการปนเปื้อนไปยังวัสดุ ผลิตภัณฑ์ หรือพื้นที่อื่น นอกจากนี้ โรงงานต้องควบคุมหรือกำจัดแหล่งหลบซ่อน เช่น โพรง พืชพรรณ และวัสดุที่จัดเก็บสะสม

การวางแผน (Plan)

  • โรงงานต้องสำรวจแหล่งที่อาจดึงดูดสัตว์พาหะ เช่น
  • เศษอาหาร
  • วัตถุดิบหก
  • น้ำขัง
  • ท่อน้ำรั่ว
  • ถังขยะเปิด
  • ขยะค้างคืน
  • วัชพืช
  • พุ่มไม้ชิดอาคาร
  • พาเลตเก่า
  • เครื่องจักรที่ไม่ได้ใช้งาน
  • วัสดุสะสม
  • พื้นที่ทำความสะอาดไม่ถึง
  • สินค้าค้างเก็บเป็นเวลานาน

การปฏิบัติ (Do)

  • โรงงานต้อง
  • ทำความสะอาดวัตถุดิบหรืออาหารที่หกทันที
  • ปิดภาชนะวัตถุดิบ
  • ปิดฝาถังขยะ
  • นำขยะออกตามความถี่ที่กำหนด
  • ซ่อมจุดน้ำรั่ว
  • กำจัดน้ำขัง
  • ตัดวัชพืช
  • เว้นระยะการจัดเก็บจากผนัง
  • หมุนเวียนสินค้า
  • กำจัดวัสดุที่ไม่ใช้งาน
  • ทำความสะอาดใต้เครื่องจักร
  • กักกันวัสดุที่สงสัยว่ามีสัตว์พาหะ

วัสดุที่พบการระบาดต้องเคลื่อนย้ายอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้สัตว์พาหะ ซากแมลง มูล หรือเศษปนเปื้อนแพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่น

การตรวจสอบ (Check)

  • โรงงานต้องตรวจ
  • ความสะอาดของพื้นที่
  • สภาพถังขยะ
  • น้ำรั่วและน้ำขัง
  • การจัดเก็บชิดผนัง
  • พื้นที่ใต้พาเลต
  • วัชพืชรอบอาคาร
  • รังหรือโพรง
  • รอยกัดแทะ
  • มูลสัตว์
  • ซากแมลง
  • สินค้าค้างเก็บ

การปรับปรุง (Act)

  • หากพบแหล่งอาหาร น้ำ หรือที่หลบซ่อน ต้อง
  • ทำความสะอาดทันที
  • เคลื่อนย้ายวัสดุ
  • ปิดภาชนะ
  • ปรับความถี่การนำขยะออก
  • ซ่อมระบบน้ำ
  • ปรับผังการจัดเก็บ
  • เพิ่มความถี่การตรวจ
  • ทบทวนวิธีทำความสะอาด
  • ประเมินผลิตภัณฑ์ที่อยู่ใกล้จุดพบปัญหา

เอกสารและหลักฐานที่ควรมีตามข้อ 7.4

ระเบียบปฏิบัติและวิธีปฏิบัติงาน

  • ระเบียบปฏิบัติการจัดการขยะ
  • วิธีทำความสะอาดกรณีวัตถุดิบหก
  • วิธีดูแลวัชพืชและพื้นที่รอบอาคาร
  • วิธีจัดการวัสดุที่พบหรือสงสัยว่ามีสัตว์พาหะ
  • วิธีจัดเก็บวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์

แผนงาน

  • แผนทำความสะอาด
  • แผนนำขยะออก
  • แผนดูแลพื้นที่ภายนอก
  • แผนตรวจสินค้าคงคลัง
  • แผนตรวจพื้นที่เสี่ยง

แบบฟอร์มและบันทึก

  • แบบตรวจสุขลักษณะพื้นที่
  • แบบตรวจถังขยะ
  • แบบตรวจน้ำรั่วและน้ำขัง
  • แบบตรวจพื้นที่รอบอาคาร
  • แบบกักกันวัสดุที่พบการระบาด
  • บันทึกการกำจัดวัสดุหรือผลิตภัณฑ์

7.5 การตรวจติดตามและการตรวจหาสัตว์พาหะ

7.5.1 การตรวจสถานที่และการจัดวางอุปกรณ์

สถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก และพื้นที่โดยรอบต้องได้รับการตรวจด้วยความถี่ที่เหมาะสม เพื่อค้นหาหลักฐานการระบาด

  • โปรแกรมตรวจติดตามต้องครอบคลุม
  • การวางเครื่องตรวจจับ สถานีเหยื่อ หรือกับดักในตำแหน่งสำคัญ
  • การจัดทำและรักษาแผนผังตำแหน่งอุปกรณ์ให้เป็นปัจจุบัน
  • การจัดวางอุปกรณ์โดยไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อวัสดุ ผลิตภัณฑ์ หรือเครื่องจักร

การวางแผน (Plan)

ตำแหน่งและจำนวนอุปกรณ์ควรกำหนดจากความเสี่ยง ไม่ควรกำหนดจากระยะห่างเพียงอย่างเดียว

  • พื้นที่ที่อาจต้องเพิ่มจำนวนอุปกรณ์หรือความถี่ ได้แก่
  • ประตูรับวัตถุดิบ
  • คลังวัตถุดิบ
  • ห้องขยะ
  • ห้องเครื่อง
  • จุดใกล้ท่อระบายน้ำ
  • จุดที่เคยพบสัตว์พาหะ
  • พื้นที่จัดเก็บธัญพืชหรือวัตถุดิบแห้ง

โรงงานควรกำหนดเกณฑ์แจ้งเตือนและเกณฑ์ดำเนินการ เช่น จำนวนที่พบ ระยะเวลาที่พบซ้ำ หรือพื้นที่ที่ไม่ยอมรับให้พบสัตว์พาหะ

การปฏิบัติ (Do)

  • ผู้ตรวจต้องตรวจทุกจุดตามแผนผังและบันทึกข้อมูล เช่น
  • วันที่และเวลา
  • หมายเลขจุด
  • ชนิดสัตว์พาหะ
  • จำนวนที่พบ
  • สภาพอุปกรณ์
  • สภาพเหยื่อหรือแผ่นกาว
  • ร่องรอยสัตว์พาหะ
  • การดำเนินการทันที
  • ชื่อผู้ตรวจ

การตรวจสอบ (Check)

  • โรงงานต้องวิเคราะห์ข้อมูล ไม่ควรพิจารณาเฉพาะผลการตรวจแต่ละครั้ง โดยควรวิเคราะห์
  • จำนวนสัตว์พาหะแต่ละเดือน
  • พื้นที่ที่พบซ้ำ
  • ช่วงเวลาที่พบมาก
  • ชนิดสัตว์พาหะ
  • ความสัมพันธ์กับฤดูกาล
  • ความสัมพันธ์กับกิจกรรมก่อสร้าง
  • ความสัมพันธ์กับวัตถุดิบหรือผู้ส่งมอบ
  • ผลก่อนและหลังการดำเนินการแก้ไข

การปรับปรุง (Act)

  • เมื่อพบแนวโน้มผิดปกติ ต้องพิจารณา
  • เพิ่มความถี่การตรวจ
  • เพิ่มหรือย้ายจุดตรวจ
  • ตรวจหาจุดทางเข้า
  • ตรวจความสะอาด
  • ตรวจแหล่งอาหารและน้ำ
  • ตรวจวัตถุดิบและการรับสินค้า
  • ประสานฝ่ายซ่อมบำรุง
  • เปิดรายงานการดำเนินการแก้ไข

เอกสารและหลักฐานที่ควรมีตามข้อ 7.5.1

ระเบียบปฏิบัติและวิธีปฏิบัติงาน

  • วิธีตรวจจุดดักสัตว์พาหะ
  • วิธีบันทึกและรายงานผล
  • วิธีวิเคราะห์แนวโน้ม
  • วิธีตอบสนองเมื่อผลเกินเกณฑ์

แผนงาน

  • แผนผังจุดดักฉบับปัจจุบัน
  • ตารางตรวจตามระดับความเสี่ยง
  • เกณฑ์แจ้งเตือนและเกณฑ์ดำเนินการ
  • แผนตรวจพื้นที่รอบโรงงาน

แบบฟอร์มและบันทึก

  • แบบตรวจติดตามสัตว์พาหะ
  • บันทึกผลรายจุด
  • บันทึกจำนวนสัตว์พาหะ
  • กราฟวิเคราะห์แนวโน้ม
  • รายงานพื้นที่ที่พบซ้ำ
  • บันทึกการทบทวนรายงานโดยโรงงาน

7.5.2 คุณลักษณะของเครื่องตรวจจับและกับดัก

  • อุปกรณ์ตรวจจับหรือกับดักต้อง
  • ออกแบบเพื่อป้องกันการปนเปื้อน
  • มีโครงสร้างแข็งแรงและป้องกันการเปิดโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • เหมาะสมกับสัตว์พาหะเป้าหมาย
  • ได้รับการตรวจด้วยความถี่ที่สามารถค้นพบกิจกรรมใหม่ของสัตว์พาหะได้

กรณีใช้ผู้รับเหมาภายนอก โรงงานต้องทบทวนรายงานและตรวจสอบว่าการแก้ไขที่จำเป็นได้รับการดำเนินการแล้ว

การวางแผน (Plan)

  • โรงงานต้องเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสม เช่น
  • สถานีเหยื่อหนูภายนอกอาคาร
  • กับดักหนูภายในอาคาร
  • เครื่องดักแมลงชนิดแผ่นกาว
  • กับดักแมลงคลาน
  • กับดักแมลงในผลิตภัณฑ์อาหาร
  • ต้องประเมินความเสี่ยงจาก
  • เหยื่อหลุดออกจากสถานี
  • อุปกรณ์แตกหัก
  • ซากแมลงตกลงบนผลิตภัณฑ์
  • เครื่องดักแมลงดึงดูดแมลงเข้าสู่พื้นที่ผลิต
  • การวางอุปกรณ์เหนือวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์เปิด

การปฏิบัติ (Do)

  • อุปกรณ์ต้อง
  • มีหมายเลขประจำจุด
  • อยู่ตรงตามแผนผัง
  • ยึดติดหรือป้องกันการเคลื่อนย้ายตามความเหมาะสม
  • ไม่อยู่เหนือผลิตภัณฑ์เปิด
  • ไม่สร้างความเสี่ยงต่อวัตถุดิบ
  • ได้รับการทำความสะอาด
  • เปลี่ยนแผ่นกาว เหยื่อ หลอดไฟ หรืออะไหล่ตามกำหนด
  • ตรวจสภาพทุกครั้งที่เข้าตรวจ

การตรวจสอบ (Check)

  • โรงงานต้องตรวจว่า
  • อุปกรณ์สูญหายหรือไม่
  • อุปกรณ์ชำรุดหรือไม่
  • ถูกเปิดหรือเคลื่อนย้ายหรือไม่
  • เหยื่อหายไปผิดปกติหรือไม่
  • แผ่นกาวเต็มหรือหมดสภาพหรือไม่
  • หลอดไฟและอุปกรณ์ยังใช้งานได้หรือไม่
  • ตำแหน่งดังกล่าวยังเหมาะสมหรือไม่

การปรับปรุง (Act)

หากอุปกรณ์ไม่มีประสิทธิผลหรือสร้างความเสี่ยง โรงงานต้องเปลี่ยนตำแหน่ง เปลี่ยนชนิด เพิ่มจำนวน หรือใช้มาตรการอื่นร่วมด้วย

เอกสารและหลักฐานที่ควรมีตามข้อ 7.5.2

ข้อกำหนดคุณลักษณะและวิธีปฏิบัติงาน

  • ข้อกำหนดคุณลักษณะของกับดัก
  • วิธีติดตั้งและตรวจสอบอุปกรณ์
  • วิธีทำความสะอาดเครื่องดักแมลง
  • วิธีเปลี่ยนแผ่นกาวและหลอดไฟ
  • วิธีจัดการอุปกรณ์ชำรุดหรือสูญหาย

แบบฟอร์มและบันทึก

  • ทะเบียนอุปกรณ์ควบคุมสัตว์พาหะ
  • แบบตรวจสภาพอุปกรณ์
  • แบบบันทึกเปลี่ยนแผ่นกาว
  • แบบบันทึกเปลี่ยนหลอดไฟ
  • แบบรายงานอุปกรณ์สูญหาย
  • บันทึกทบทวนรายงานผู้รับเหมา
  • รายงานวิเคราะห์แนวโน้ม

7.6 การควบคุมและการกำจัดสัตว์พาหะ โรงงานต้องทำอะไรบ้าง?

ข้อ 7.6 เป็นข้อกำหนดสำคัญสำหรับการตอบสนองเมื่อโรงงานพบสัตว์พาหะหรือหลักฐานการระบาด โดยโรงงานต้องควบคุมทั้งสัตว์พาหะ พื้นที่ และผลิตภัณฑ์ที่อาจได้รับผลกระทบ

7.6.1 การดำเนินการเมื่อพบสัตว์พาหะ

หากพบสัตว์พาหะในพื้นที่จัดเก็บผลิตภัณฑ์ หรือในพื้นที่ที่อาจเพิ่มโอกาสการปนเปื้อน โรงงานต้องดำเนินการเพื่อ

  • กำจัดสัตว์พาหะ
  • ป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ
  • ลดจำนวนหรือการเกิดให้อยู่ในระดับที่ไม่กระทบต่อความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์

มาตรการควบคุมอาจใช้วิธีทางกล ทางชีวภาพ หรือทางเคมี แต่ต้องเป็นวิธีที่ได้รับอนุญาตและดำเนินการโดยผู้ที่มีคุณสมบัติหรือได้รับการฝึกอบรม

โรงงานต้องใช้ความระมัดระวังเพื่อไม่ให้กิจกรรมกำจัดสัตว์พาหะทำให้ผลิตภัณฑ์ปนเปื้อนหรือกระทบต่อความปลอดภัยและความเหมาะสมของอาหาร

ผลิตภัณฑ์และพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบต้องได้รับการแยกหรือกักกัน และต้องดำเนินมาตรการกำจัดโดยทันที

ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการปนเปื้อนจากสัตว์พาหะหรือจากกิจกรรมกำจัด ต้องถูกจัดการในฐานะผลิตภัณฑ์ที่อาจไม่ปลอดภัย

การวางแผน (Plan)

  • โรงงานต้องกำหนดแผนตอบสนองไว้ล่วงหน้า โดยระบุว่า
  • ใครต้องได้รับแจ้ง
  • ใครมีอำนาจสั่งหยุดการผลิต
  • ใครมีอำนาจกักกันผลิตภัณฑ์
  • ใครเป็นผู้ประเมินผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์
  • สถานการณ์ใดต้องเรียกผู้เชี่ยวชาญ
  • สถานการณ์ใดต้องเพิ่มความถี่การตรวจ
  • เกณฑ์ใดใช้พิจารณาปล่อยผลิตภัณฑ์
  • เกณฑ์ใดใช้พิจารณาทำลายผลิตภัณฑ์
  • ต้องติดตามผลนานเท่าใดก่อนปิดเหตุการณ์
  • โรงงานอาจแบ่งระดับเหตุการณ์ เช่น

ระดับเล็กน้อยพบร่องรอยสัตว์พาหะภายนอกอาคาร โดยยังไม่มีหลักฐานเข้าสู่พื้นที่ผลิตหรือคลังสินค้า

ระดับเฝ้าระวังพบสัตว์พาหะในพื้นที่สนับสนุน เช่น ห้องเครื่องหรือพื้นที่บริการ

ระดับรุนแรงพบสัตว์พาหะในพื้นที่ผลิต บรรจุ หรือจัดเก็บผลิตภัณฑ์

ระดับวิกฤตพบหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์ได้รับการปนเปื้อน

การปฏิบัติ (Do)

  • เมื่อพบสัตว์พาหะ โรงงานควรดำเนินการตามลำดับต่อไปนี้

1. แจ้งเหตุทันที

ผู้พบต้องแจ้งหัวหน้างาน ฝ่ายประกันคุณภาพ และผู้รับผิดชอบโปรแกรมควบคุมสัตว์พาหะทันที

  • ข้อมูลเบื้องต้นควรระบุ
  • วันที่และเวลา
  • จุดที่พบ
  • ชนิดสัตว์พาหะ
  • จำนวนที่พบ
  • สภาพที่พบ เช่น ตัวเป็น ตัวตาย มูล รอยกัด หรือรัง
  • ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ใกล้เคียง

2. ควบคุมพื้นที่

  • โรงงานต้องพิจารณา
  • หยุดกิจกรรมในบริเวณที่เกี่ยวข้อง
  • ปิดกั้นพื้นที่
  • จำกัดการเคลื่อนย้ายบุคลากรและอุปกรณ์
  • ห้ามเคลื่อนย้ายผลิตภัณฑ์ออกจากพื้นที่
  • เก็บรักษาหลักฐานเพื่อใช้ในการสอบสวน

3. กักกันผลิตภัณฑ์

  • ผลิตภัณฑ์ที่ควรพิจารณากักกัน ได้แก่
  • วัตถุดิบ
  • ผลิตภัณฑ์ระหว่างกระบวนการ
  • ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป
  • บรรจุภัณฑ์
  • ภาชนะและอุปกรณ์
  • ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในช่วงเวลาที่อาจได้รับผลกระทบ

ต้องระบุสถานะกักกันให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการนำไปใช้ ผลิตต่อ หรือจัดส่งโดยไม่ได้รับอนุญาต

4. ประเมินผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์

  • การประเมินควรพิจารณา
  • ชนิดของสัตว์พาหะ
  • ตำแหน่งที่พบ
  • จำนวนหรือระดับการระบาด
  • ลักษณะร่องรอยที่พบ
  • ผลิตภัณฑ์เปิดหรือปิด
  • ความสมบูรณ์ของบรรจุภัณฑ์
  • ระยะเวลาที่อาจได้รับผลกระทบ
  • โอกาสการสัมผัสโดยตรงหรือโดยอ้อม
  • การใช้สารเคมีระหว่างการกำจัด
  • ข้อกำหนดของกฎหมายและลูกค้า
  • ผลการประเมินอาจนำไปสู่การ
  • ปล่อยใช้
  • คัดแยก
  • ทำความสะอาดบรรจุภัณฑ์ภายนอก
  • นำกลับไปผ่านกระบวนการ
  • ส่งคืนผู้ขาย
  • ทำลาย
  • จัดการในฐานะผลิตภัณฑ์ที่อาจไม่ปลอดภัย

5. กำจัดสัตว์พาหะ

  • โรงงานต้องเลือกวิธีที่เหมาะสมและไม่ทำให้เกิดความเสี่ยงใหม่ เช่น
  • ใช้กับดัก
  • เพิ่มจำนวนจุดดัก
  • นำแหล่งอาหารและน้ำออก
  • ทำความสะอาดพื้นที่
  • ใช้สารเคมีภายใต้การควบคุม
  • ปิดกั้นจุดทางเข้า
  • นำวัสดุที่มีการระบาดออกจากพื้นที่

6. ทำความสะอาดและตรวจปล่อยพื้นที่

  • หลังการกำจัด ต้อง
  • นำซากสัตว์พาหะออก
  • ทำความสะอาดพื้นที่
  • ฆ่าเชื้อตามความเหมาะสม
  • ตรวจหาเศษมูล ขน ซาก หรือสิ่งปนเปื้อน
  • ตรวจสอบความเสี่ยงจากสารเคมี
  • ตรวจหาร่องรอยสัตว์พาหะเพิ่มเติม
  • ตรวจความพร้อมของเครื่องจักรและพื้นที่
  • อนุมัติก่อนเริ่มผลิตอีกครั้ง

การตรวจสอบ (Check)

โรงงานต้องยืนยันว่ามาตรการกำจัดมีประสิทธิผล ไม่ควรปิดเหตุการณ์เพียงเพราะมีการฉีดพ่น เปลี่ยนเหยื่อ หรือจับสัตว์พาหะได้แล้ว

  • การตรวจสอบประสิทธิผลอาจประกอบด้วย
  • ตรวจซ้ำภายในเวลาที่กำหนด
  • เพิ่มความถี่การตรวจชั่วคราว
  • ตรวจว่ามีมูลใหม่หรือไม่
  • ตรวจว่ามีรอยกัดแทะใหม่หรือไม่
  • ตรวจจำนวนสัตว์พาหะที่ติดกับดัก
  • เปรียบเทียบผลก่อนและหลังดำเนินการ
  • ตรวจว่าจุดทางเข้าได้รับการซ่อมแล้ว
  • ตรวจว่าพื้นที่ได้รับการทำความสะอาดแล้ว
  • ยืนยันว่าไม่พบกิจกรรมต่อเนื่อง

เหตุการณ์ที่มีความเสี่ยงสูงควรได้รับการทบทวนโดยผู้มีความรู้และมีอำนาจตัดสินใจ ไม่ควรให้ผู้ดำเนินการกำจัดเป็นผู้ยืนยันประสิทธิผลเพียงคนเดียว

การปรับปรุง (Act)

  • โรงงานต้องค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของการระบาด ไม่ควรจบเพียงการกำจัดสัตว์พาหะที่พบ
  • ตัวอย่างสาเหตุ ได้แก่
  • ประตูปิดไม่สนิท
  • มีช่องว่างใต้ประตู
  • มุ้งลวดหรือตะแกรงชำรุด
  • ท่อระบายน้ำเปิด
  • ช่องรอบท่อไม่ได้อุด
  • มีขยะค้าง
  • มีวัตถุดิบหก
  • มีน้ำขัง
  • มีวัชพืชชิดอาคาร
  • มีวัสดุสะสม
  • วัตถุดิบมีแมลงติดเข้ามา
  • ผู้รับเหมาเปิดประตูทิ้งไว้
  • ความถี่การตรวจไม่เพียงพอ

ประเด็นเกี่ยวกับรู ช่องเปิด ท่อระบายน้ำ หน้าต่าง และช่องว่างของอาคารเป็นข้อกำหนดโดยตรงของข้อ 7.3 เรื่องการป้องกันสัตว์พาหะเข้าสู่พื้นที่ แต่สามารถนำมาเป็นมาตรการแก้ไขสาเหตุและป้องกันการเกิดซ้ำภายใต้ข้อ 7.6 ได้

โรงงานควรวิเคราะห์สาเหตุด้วยเครื่องมือ เช่น การถามทำไมต่อเนื่อง 5 ครั้ง (5 Why) หรือแผนผังก้างปลา และกำหนด

  • การแก้ไขเฉพาะหน้า
  • การแก้ไขสาเหตุ
  • ผู้รับผิดชอบ
  • กำหนดเสร็จ
  • วิธีตรวจสอบประสิทธิผล
  • ผู้อนุมัติปิดประเด็น

เอกสารและหลักฐานที่ควรมีตามข้อ 7.6.1

ระเบียบปฏิบัติ

  • ระเบียบปฏิบัติเมื่อพบสัตว์พาหะ
  • ระเบียบปฏิบัติการกักกันผลิตภัณฑ์
  • ระเบียบปฏิบัติการจัดการผลิตภัณฑ์ที่อาจไม่ปลอดภัย
  • ระเบียบปฏิบัติการหยุดและเริ่มการผลิตใหม่
  • ระเบียบปฏิบัติการแก้ไขและป้องกันการเกิดซ้ำ
  • ระเบียบปฏิบัติการตรวจปล่อยพื้นที่หลังการกำจัด

วิธีปฏิบัติงาน

  • วิธีจับและกำจัดสัตว์พาหะ
  • วิธีเก็บและกำจัดซากสัตว์พาหะ
  • วิธีทำความสะอาดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
  • วิธีเพิ่มจุดดักกรณีฉุกเฉิน
  • วิธีตรวจหาร่องรอยหลังการกำจัด

แบบฟอร์มและบันทึก

  • แบบรายงานเหตุการณ์พบสัตว์พาหะ
  • แบบกักกันผลิตภัณฑ์
  • แบบประเมินผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์
  • แบบตรวจสอบขอบเขตผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบ
  • แบบบันทึกการกำจัด
  • แบบตรวจปล่อยพื้นที่
  • แบบวิเคราะห์สาเหตุ
  • รายงานการดำเนินการแก้ไข
  • แบบตรวจสอบประสิทธิผล
  • แบบอนุมัติปิดเหตุการณ์
  • บันทึกการทำลายหรือจัดการผลิตภัณฑ์

7.6.2 บันทึกการใช้สารกำจัดสัตว์พาหะต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง?

ISO 22002-100 ข้อ 7.6.2 กำหนดให้โรงงานเก็บรักษาข้อมูลการใช้สารกำจัดสัตว์พาหะ โดยข้อมูลต้องสามารถระบุได้อย่างน้อยดังนี้

  • ชนิด ปริมาณ และความเข้มข้นของสารที่ใช้
  • ใครเป็นผู้ใช้ ใช้ที่ไหน เมื่อใด และใช้อย่างไร
  • สัตว์พาหะเป้าหมาย
  • ผลของการใช้สารกำจัดสัตว์พาหะ
  • วิธีจัดการผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบ หากเกี่ยวข้อง

การวางแผน (Plan)

โรงงานต้องออกแบบแบบฟอร์มให้ครอบคลุมข้อมูลตามข้อกำหนด ไม่ควรใช้บันทึกที่ระบุเพียงว่า “ฉีดพ่นแล้ว” หรือ “เปลี่ยนเหยื่อแล้ว”

  • ต้องกำหนด
  • ผู้บันทึก
  • ผู้ตรวจทาน
  • ผู้อนุมัติ
  • ระยะเวลาการเก็บรักษา
  • วิธีควบคุมและค้นคืนบันทึก

การปฏิบัติ (Do)

  • ทุกครั้งที่ใช้สารกำจัดสัตว์พาหะ ต้องบันทึกข้อมูล เช่น
  • ชื่อสารเคมี
  • ชื่อสารออกฤทธิ์
  • ปริมาณที่ใช้
  • ความเข้มข้น
  • วิธีผสม
  • ชื่อผู้ใช้
  • วันที่และเวลา
  • พื้นที่หรือจุดที่ใช้
  • วิธีใช้
  • อุปกรณ์ที่ใช้
  • สัตว์พาหะเป้าหมาย
  • วิธีป้องกันผลิตภัณฑ์
  • ผลิตภัณฑ์ที่ถูกกักกัน
  • ผลการทำความสะอาดหลังใช้

การตรวจสอบ (Check)

  • โรงงานต้องทบทวนว่า
  • ข้อมูลบันทึกครบถ้วนหรือไม่
  • สารอยู่ในรายการที่อนุมัติหรือไม่
  • ปริมาณและความเข้มข้นถูกต้องหรือไม่
  • ผู้ใช้มีความสามารถหรือไม่
  • จุดที่ใช้สอดคล้องกับแผนหรือไม่
  • ผลการกำจัดเป็นอย่างไร
  • ต้องดำเนินการซ้ำหรือไม่
  • ผลิตภัณฑ์ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสมหรือไม่

การปรับปรุง (Act)

  • หากการใช้สารไม่ได้ผล ต้องวิเคราะห์สาเหตุ เช่น
  • เลือกสารไม่เหมาะกับสัตว์พาหะ
  • ความเข้มข้นไม่ถูกต้อง
  • ตำแหน่งใช้ไม่เหมาะสม
  • มีแหล่งอาหารอื่น
  • จุดทางเข้ายังไม่ได้รับการแก้ไข
  • ความถี่ไม่เพียงพอ
  • วิธีใช้ไม่เป็นไปตามคำแนะนำ

การเปลี่ยนสารหรือวิธีควบคุมต้องดำเนินการโดยผู้มีความรู้ และต้องประเมินความเสี่ยงต่อผลิตภัณฑ์ก่อนนำไปใช้

เอกสารและหลักฐานที่ควรมีตามข้อ 7.6.2

ระเบียบปฏิบัติและวิธีปฏิบัติงาน

  • ระเบียบปฏิบัติการใช้สารกำจัดสัตว์พาหะ
  • วิธีผสมและใช้สารเคมี
  • วิธีตรวจปล่อยพื้นที่
  • วิธีจัดการผลิตภัณฑ์ที่อาจได้รับผลกระทบ
  • วิธีจัดเก็บและกำจัดภาชนะสารเคมี

แบบฟอร์มและบันทึก

  • แบบบันทึกการใช้สารกำจัดสัตว์พาหะ
  • แบบบันทึกการผสมสาร
  • แบบบันทึกการเบิกและคืนสารเคมี
  • แบบตรวจพื้นที่ก่อนใช้สาร
  • แบบตรวจพื้นที่หลังใช้สาร
  • แบบบันทึกผลการกำจัด
  • แบบกักกันผลิตภัณฑ์
  • แบบประเมินผลิตภัณฑ์
  • แบบบันทึกการทำลายผลิตภัณฑ์
  • แบบตรวจสอบประสิทธิผลหลังใช้สาร

ข้อบกพร่องที่พบบ่อยในการตรวจประเมิน FSSC 22000

  • ตัวอย่างประเด็นที่อาจนำไปสู่ข้อบกพร่อง ได้แก่
  • มีสัญญากับบริษัทกำจัดสัตว์พาหะ แต่โรงงานไม่ทบทวนรายงาน
  • แผนผังจุดดักไม่ตรงกับตำแหน่งจริง
  • จุดดักสูญหายหรือชำรุดแต่ไม่มีการดำเนินการ
  • พบสัตว์พาหะแต่ไม่กักกันผลิตภัณฑ์
  • ไม่มีการประเมินผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์
  • ไม่มีเกณฑ์แจ้งเตือนหรือเกณฑ์ดำเนินการ
  • บันทึกการใช้สารไม่ระบุปริมาณหรือความเข้มข้น
  • ไม่มีหลักฐานว่าสารเคมีได้รับอนุญาต
  • ไม่มีการตรวจสอบประสิทธิผลหลังการกำจัด
  • พบสัตว์พาหะซ้ำในตำแหน่งเดิมแต่ไม่มีการวิเคราะห์สาเหตุ
  • มีการอุดช่องเปิด แต่ไม่มีหลักฐานการตรวจหลังซ่อม
  • มีรายงานแนวโน้ม แต่ไม่มีการดำเนินการเมื่อแนวโน้มเพิ่มขึ้น
  • เครื่องดักแมลงติดตั้งในตำแหน่งที่เสี่ยงต่อผลิตภัณฑ์
  • ไม่มีหลักฐานการจัดการซากสัตว์พาหะ
  • ไม่สามารถแสดงการตัดสินใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบได้

ตัวอย่างคำถามที่ผู้ตรวจประเมินอาจถาม

  • โรงงานระบุสัตว์พาหะเป้าหมายอย่างไร
  • ความถี่การตรวจแต่ละพื้นที่กำหนดจากอะไร
  • ใครเป็นผู้รับผิดชอบโปรแกรมควบคุมสัตว์พาหะ
  • ผู้รับผิดชอบได้รับการประเมินความสามารถอย่างไร
  • โรงงานทำอย่างไรเมื่อพบหนูในคลังสินค้า
  • ใครมีอำนาจกักกันผลิตภัณฑ์
  • โรงงานประเมินขอบเขตผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบอย่างไร
  • ทราบได้อย่างไรว่าการกำจัดมีประสิทธิผล
  • มีการวิเคราะห์แนวโน้มจากจุดดักหรือไม่
  • สารเคมีที่ใช้ได้รับอนุญาตหรือไม่
  • สามารถสอบกลับได้หรือไม่ว่าใครใช้สาร ที่ใด เมื่อใด และปริมาณเท่าใด
  • เหตุการณ์ล่าสุดเกิดจากสาเหตุอะไร
  • มีมาตรการป้องกันการเกิดซ้ำอย่างไร
  • ข้อเสนอแนะของบริษัทกำจัดสัตว์พาหะได้รับการปิดประเด็นแล้วหรือไม่

บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand