น้ำ น้ำแข็ง ไอน้ำ และสารเคมีหม้อไอน้ำ ตาม ISO 22002-1:2025 ข้อ 6.2 และ 6.6

ภาพปกบทความ น้ำ น้ำแข็ง ไอน้ำ และสารเคมีหม้อไอน้ำ ตาม ISO 22002-1:2025
สรุปสั้นก่อน
ข้อ 6.2 และข้อ 6.6 ของ ISO 22002-1:2025 เป็นสองข้อในหมวดสาธารณูปโภคที่เล่มนี้เขียนข้อกำหนดเพิ่มเองนอกเหนือจาก ISO 22002-100 ข้อ 6.2 ว่าด้วยน้ำ น้ำแข็ง และไอน้ำ ส่วนข้อ 6.6 ว่าด้วยสารเคมีหม้อไอน้ำ ทั้งสองข้อมีจุดร่วมคือ สิ่งที่ไม่ใช่ส่วนผสมแต่สัมผัสผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นช่องทางการปนเปื้อนที่ไม่ปรากฏในสูตรและมักไม่ถูกประเมินในการวิเคราะห์อันตราย

น้ำแบ่งเป็นสองระดับตามการใช้งาน

ข้อ 6.2 แยกน้ำออกเป็นสองกลุ่มตามลักษณะการสัมผัส กลุ่มแรกคือน้ำที่ใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ รวมถึงน้ำแข็งหรือไอน้ำ และไอน้ำที่ใช้ในการปรุงอาหาร หรือน้ำที่สัมผัสกับผลิตภัณฑ์หรือพื้นผิวที่สัมผัสผลิตภัณฑ์ กลุ่มนี้ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดด้านคุณภาพและจุลชีววิทยาที่ระบุไว้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์นั้น

กลุ่มที่สองคือน้ำสำหรับการทำความสะอาด หรือการใช้งานที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสผลิตภัณฑ์ทางอ้อม เช่น ภาชนะสองชั้นหรือเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน กลุ่มนี้ก็ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดด้านคุณภาพและจุลชีววิทยาที่ระบุไว้เช่นกัน แต่เป็นข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานนั้น

ความต่างระหว่างสองกลุ่มจึงไม่ใช่ว่ากลุ่มหนึ่งต้องมีเกณฑ์และอีกกลุ่มไม่ต้องมี แต่คือเกณฑ์ที่ใช้อ้างอิงต่างกัน องค์กรที่กำหนดเกณฑ์น้ำไว้ชุดเดียวแล้วใช้กับทุกจุด จึงมักตอบไม่ได้ว่าเกณฑ์ที่ใช้กับน้ำหล่อเย็นในเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนมาจากอะไร

คลอรีนตกค้างต้องวัดที่จุดใช้งาน

ข้อกำหนดระบุว่าเมื่อมีการเติมคลอรีนในระบบน้ำ ต้องมีการทดสอบเพื่อให้มั่นใจว่าระดับคลอรีนตกค้าง ณ จุดใช้งาน ยังอยู่ในขีดจำกัดที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดเฉพาะที่เกี่ยวข้อง

คำว่าจุดใช้งานเป็นคำที่เปลี่ยนวิธีทำงานจริง เพราะการวัดที่ถังพักหรือที่จุดเติมคลอรีนไม่ได้บอกว่าปลายทางเหลือเท่าใด ระยะทางของท่อ อุณหภูมิ และเวลาที่น้ำค้างในระบบล้วนทำให้คลอรีนสลายไประหว่างทาง โรงงานที่วัดเฉพาะต้นทางจึงอาจมีจุดปลายที่ต่ำกว่าเกณฑ์โดยไม่รู้ตัว

นอกจากนี้ยังมีข้อแนะนำว่าน้ำที่อาจสัมผัสผลิตภัณฑ์ควรไหลผ่านท่อที่สามารถฆ่าเชื้อได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องคิดตั้งแต่ตอนออกแบบระบบท่อ ไม่ใช่เรื่องที่แก้ได้ด้วยการเพิ่มความถี่ในการตรวจ

กรณีสมมติ โรงงานแปรรูปผักผลไม้แห่งหนึ่งในราชบุรี (กรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย) ควบคุมคลอรีนในน้ำล้างผักโดยวัดที่ถังผสมทุกเช้าและบันทึกว่าอยู่ในเกณฑ์ทุกวัน

เมื่อผู้ตรวจประเมินขอให้วัดที่หัวจ่ายในสายล้างสุดท้าย ผลที่ได้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้

บันทึกทั้งหมดที่ผ่านมาไม่ผิด แต่วัดผิดจุด ข้อ 6.2 ระบุจุดวัดไว้ชัดว่าเป็นจุดใช้งาน กรณีนี้จึงเป็นข้อบกพร่องที่แก้ได้ด้วยการย้ายจุดเก็บตัวอย่าง ไม่ใช่การเพิ่มปริมาณคลอรีน

สารเคมีหม้อไอน้ำมีเงื่อนไขเพียงสองทาง

ข้อ 6.6 เขียนไว้กระชับแต่เข้ม สารเคมีหม้อไอน้ำหากมีการใช้ ต้องเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งในสองอย่างนี้เท่านั้น อย่างแรกคือเป็นวัตถุเจือปนอาหารที่ได้รับอนุมัติและเป็นไปตามข้อกำหนดเฉพาะของวัตถุเจือปนที่เกี่ยวข้อง อย่างที่สองคือเป็นสารเติมแต่งที่ได้รับอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องว่าปลอดภัยสำหรับใช้ในน้ำที่มุ่งหมายให้คนบริโภค

ข้อนี้มีผลโดยตรงกับโรงงานที่ใช้ไอน้ำสัมผัสผลิตภัณฑ์ เพราะสารเคมีที่เติมในหม้อไอน้ำจะเดินทางไปกับไอน้ำ การเลือกซื้อสารเคมีจึงต้องดูเอกสารรับรองสถานะ ไม่ใช่ดูเพียงประสิทธิภาพในการป้องกันตะกรัน

อีกข้อที่เขียนไว้ชัดคือ เมื่อไม่ได้อยู่ระหว่างการใช้งานทันที สารเคมีหม้อไอน้ำต้องจัดเก็บในพื้นที่แยกต่างหากที่มีความปลอดภัย โดยล็อกหรือควบคุมการเข้าถึงด้วยวิธีอื่น

จุดตรวจ สิ่งที่ต้องมีหลักฐาน
เกณฑ์คุณภาพน้ำ แยกเกณฑ์สำหรับน้ำที่สัมผัสผลิตภัณฑ์ กับน้ำสำหรับทำความสะอาดและสัมผัสทางอ้อม
จุดเก็บตัวอย่าง ผังจุดเก็บที่ครอบคลุมจุดใช้งานจริง ไม่ใช่เฉพาะต้นทาง
คลอรีนตกค้าง ผลวัดที่จุดใช้งาน เทียบกับขีดจำกัดในข้อกำหนดเฉพาะ
ไอน้ำที่สัมผัสอาหาร ระบุว่าจุดใดใช้ไอน้ำสัมผัสผลิตภัณฑ์ และคุมคุณภาพอย่างไร
สารเคมีหม้อไอน้ำ เอกสารแสดงสถานะการอนุมัติ ตามหนึ่งในสองทางที่มาตรฐานกำหนด
การจัดเก็บสารเคมี พื้นที่แยก ล็อกหรือควบคุมการเข้าถึง พร้อมบันทึกการเบิกใช้

อ่านต่อเรื่องโครงสร้างของมาตรฐานฉบับนี้ได้ที่บทความ ISO 22002-1:2025 เปลี่ยนโครงสร้างใหม่

คำถามที่ควรตอบได้

  • องค์กรแยกเกณฑ์คุณภาพน้ำตามลักษณะการใช้งานหรือใช้เกณฑ์ชุดเดียวกับทุกจุด (ที่มา ข้อ 6.2)
  • วัดคลอรีนตกค้างที่จุดใช้งานหรือที่ต้นทาง (ที่มา ข้อ 6.2)
  • ไอน้ำที่สัมผัสผลิตภัณฑ์ถูกควบคุมคุณภาพอย่างไร (ที่มา ข้อ 6.2)
  • สารเคมีหม้อไอน้ำที่ใช้อยู่เข้าเงื่อนไขข้อใดในสองข้อที่มาตรฐานกำหนด (ที่มา ข้อ 6.6)
  • สารเคมีหม้อไอน้ำถูกจัดเก็บในพื้นที่แยกที่ควบคุมการเข้าถึงหรือไม่ (ที่มา ข้อ 6.6)

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก

หลักสูตรฝึกอบรม ISO 22002-1:2025 และโปรแกรมพื้นฐาน

Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ดูตารางอบรม   สอบถามรายละเอียด

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand