ISO 45001:2018 ข้อ 8.1.1 การวางแผนและควบคุมการปฏิบัติการ ตีความอย่างไรให้ใช้ได้หน้างาน

ปกบทความ ISO 45001 ข้อ 8.1.1 การวางแผนและควบคุมการปฏิบัติการ
สรุปสั้นก่อน
ข้อ 8.1.1 ของ ISO 45001:2018 คือจุดที่ทุกอย่างที่วางแผนไว้ในหมวด 6 ต้องกลายเป็นวิธีทำงานจริงหน้างาน ข้อนี้ไม่ได้ถามว่าองค์กรชี้บ่งอันตรายครบหรือยัง แต่ถามว่ากระบวนการที่ใช้ทำงานอยู่ทุกวันถูก “กำหนดเกณฑ์” ไว้หรือไม่ และการทำงานจริงเดินตามเกณฑ์นั้นหรือไม่ ในทางตรวจประเมิน ข้อ 8.1.1 จึงเป็นข้อที่ตรวจด้วยการเดินดูหน้างานมากกว่าการเปิดแฟ้ม

ตำแหน่งของข้อ 8.1.1 ในโครงสร้างของมาตรฐาน

ข้อ 8.1 การวางแผนและควบคุมการปฏิบัติการ (operational planning and control) แบ่งเป็นสี่ส่วนย่อย ส่วนที่ 8.1.2 พูดถึงการขจัดอันตรายและลดความเสี่ยงด้วยลำดับชั้นการควบคุม ส่วนที่ 8.1.3 พูดถึงการจัดการการเปลี่ยนแปลง และส่วนที่ 8.1.4 พูดถึงการจัดซื้อ ผู้รับเหมา และการจ้างงานภายนอก เหลือส่วนที่ 8.1.1 เป็นข้อความทั่วไปที่ครอบทั้งหมวด

เพราะเป็นข้อความทั่วไป ข้อ 8.1.1 จึงถูกอ่านผ่านได้ง่ายเวลาทบทวนระบบ ทั้งที่จริงแล้วเป็นข้อที่กว้างที่สุดของหมวด 8 และเป็นข้อที่ผู้ตรวจประเมินใช้อ้างเมื่อพบว่างานหน้างานไม่ตรงกับสิ่งที่ระบบเขียนไว้ โดยที่ไม่ได้เข้าเงื่อนไขของ 8.1.2 ถึง 8.1.4 ข้อใดข้อหนึ่งโดยเฉพาะ

ใจความของข้อนี้คือองค์กรต้องจัดทำ นำไปปฏิบัติ ควบคุม และธำรงรักษากระบวนการที่จำเป็นเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และเพื่อดำเนินการตามที่วางแผนไว้ในหมวด 6 พร้อมกำหนดเกณฑ์ของกระบวนการ ควบคุมให้เป็นไปตามเกณฑ์ และเก็บเอกสารสารสนเทศเท่าที่จำเป็นเพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการดำเนินไปตามที่วางไว้

สนใจอบรม GHPs & HACCP / มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร?
เรียนออนไลน์ผ่าน ZOOM · รับใบประกาศนียบัตร
ดูรอบ & ราคา →

คำว่า “เกณฑ์ของกระบวนการ” หมายถึงอะไร

คำนี้เป็นหัวใจของข้อ 8.1.1 และเป็นคำที่ตีความคลาดเคลื่อนได้ง่ายที่สุด เกณฑ์ในที่นี้ไม่ได้แปลว่าเอกสารขั้นตอนการทำงาน แต่แปลว่า เงื่อนไขที่ต้องเป็นจริงเพื่อให้งานนั้นปลอดภัย ขั้นตอนการทำงานเป็นเพียงพาหะอย่างหนึ่งที่ใช้บรรจุเกณฑ์เอาไว้

วิธีแยกที่ใช้ได้จริงคือถามว่า ถ้าหัวหน้างานเดินไปดูงานชิ้นนี้ตอนนี้ เขาจะรู้ได้อย่างไรว่างานกำลังเดินอยู่ในสภาพที่ยอมรับได้หรือไม่ คำตอบของคำถามนั้นคือเกณฑ์ เช่น ค่าที่วัดได้ต้องอยู่ในช่วงเท่าใด อุปกรณ์ป้องกันชนิดใดต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้ ต้องมีคนกี่คนจึงเริ่มงานได้ ใครต้องเป็นผู้อนุญาตก่อนเริ่ม และเงื่อนไขใดที่เกิดขึ้นแล้วต้องหยุดงานทันที

ข้อสังเกตที่ตามมาคือมาตรฐานไม่ได้บังคับว่าเกณฑ์ต้องอยู่ในเอกสารรูปแบบใด องค์กรจึงเลือกได้ว่าจะฝังไว้ในใบอนุญาตทำงาน ในหน้าจอควบคุมเครื่อง ในป้ายหน้างาน หรือในแบบตรวจก่อนเริ่มงาน สิ่งที่ต้องพิสูจน์ได้คือเกณฑ์นั้นถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่ตัดสินใหม่ทุกครั้งโดยคนที่บังเอิญอยู่หน้างานในวันนั้น

กรณีสมมติ — โรงงานชิ้นส่วนยานยนต์ในระยอง
โรงงานสมมติแห่งหนึ่งผลิตชิ้นส่วนโลหะปั๊มขึ้นรูป มีพนักงานประจำ 420 คน ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยได้รับการรับรองมาแล้วสามปี

การชี้บ่งอันตรายของงานปั๊มขึ้นรูปทำไว้ครบ ระบุอันตรายจากการหนีบของแม่พิมพ์ไว้ชัดเจน มาตรการที่เลือกคือใช้สวิตช์สองมือร่วมกับม่านแสงนิรภัย และมีขั้นตอนการทำงานเป็นเอกสารเรียบร้อย

ระหว่างการตรวจประเมิน ผู้ตรวจเดินไปที่เครื่องปั๊มสามเครื่อง พบว่าเครื่องที่หนึ่งและสองทำงานตามที่ระบบเขียนไว้ แต่เครื่องที่สามซึ่งเพิ่งย้ายมาจากอาคารเก่าเมื่อสองเดือนก่อน ยังไม่ได้ติดตั้งม่านแสงนิรภัย พนักงานที่ประจำเครื่องอธิบายว่าใช้วิธีป้อนชิ้นงานด้วยคีมยาวแทน ซึ่งเป็นวิธีที่หัวหน้ากะตกลงกันเองหน้างาน

ประเด็นนี้ถูกเขียนเป็นความไม่สอดคล้องที่ข้อ 8.1.1 ไม่ใช่ที่ข้อ 6.1.2 เพราะการชี้บ่งอันตรายทำไว้ถูกต้องแล้ว สิ่งที่ขาดคือกระบวนการที่ทำให้เครื่องจักรทุกเครื่องเดินอยู่ภายใต้เกณฑ์เดียวกัน และการควบคุมให้การทำงานจริงเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด

ทางแก้ที่โรงงานสมมติเลือกใช้มีสองชั้น ชั้นแรกคือแก้ที่เครื่องที่สามให้เข้าเกณฑ์ ชั้นที่สองคือเพิ่มเงื่อนไขว่าเครื่องจักรที่ถูกย้ายตำแหน่งต้องผ่านการตรวจรับก่อนเดินเครื่องอีกครั้ง ซึ่งเชื่อมกลับไปที่ข้อ 8.1.3 การจัดการการเปลี่ยนแปลง

“ปรับงานให้เข้ากับคน” ไม่ใช่ถ้อยคำประดับ

ข้อ 8.1.1 มีเงื่อนไขหนึ่งที่แยก ISO 45001 ออกจากมาตรฐานระบบการจัดการอื่นอย่างชัดเจน คือการกำหนดให้องค์กรปรับงานให้เข้ากับผู้ปฏิบัติงาน ไม่ใช่คาดหวังให้ผู้ปฏิบัติงานปรับตัวเข้ากับงานที่ออกแบบมาแล้ว

ในทางปฏิบัติ เงื่อนไขนี้ผูกกับการออกแบบสถานีงาน ความสูงของโต๊ะและสายพาน น้ำหนักและระยะที่ต้องยก จังหวะการทำงานของสายการผลิต ตลอดจนการจัดกะและช่วงพัก สิ่งเหล่านี้เป็นอันตรายที่สะสมช้าและไม่ปรากฏเป็นอุบัติเหตุรายครั้ง จึงหลุดจากทะเบียนอันตรายที่ตั้งต้นจากเหตุการณ์เฉียบพลันได้

คำถามที่ใช้ทดสอบตัวเองได้คือ ในรอบปีที่ผ่านมา องค์กรเคยเปลี่ยนการออกแบบงานเพราะข้อมูลด้านสุขภาพหรือข้อร้องเรียนของผู้ปฏิบัติงานหรือไม่ ถ้าคำตอบคือเคย นั่นคือหลักฐานที่ตรงประเด็นของเงื่อนไขนี้ ถ้าไม่เคย ควรตรวจสอบว่าช่องทางรับข้อมูลตามข้อ 5.4 ทำงานอยู่จริงหรือไม่

สถานที่ทำงานที่มีมากกว่าหนึ่งองค์กรทำงานร่วมกัน

อีกเงื่อนไขหนึ่งของข้อ 8.1.1 คือการประสานงานส่วนที่เกี่ยวข้องของระบบกับองค์กรอื่นที่ทำงานอยู่ในสถานที่เดียวกัน เงื่อนไขนี้เป็นประเด็นตรงตัวสำหรับสถานประกอบการในไทยจำนวนหนึ่งที่มีผู้รับเหมาช่วง ผู้ให้บริการขนส่ง และทีมซ่อมบำรุงจากภายนอกเข้าออกพร้อมกัน

เส้นแบ่งที่ควรเข้าใจคือ ข้อ 8.1.4 พูดถึงการควบคุมผู้รับเหมาในฐานะคู่สัญญาของเรา ส่วนข้อ 8.1.1 พูดถึงการประสานกับองค์กรที่ทำงานอยู่ในพื้นที่เดียวกันแม้ไม่ได้เป็นคู่สัญญาของเราโดยตรง เช่น ผู้เช่าพื้นที่รายอื่นในนิคมเดียวกัน หรือผู้รับเหมาของลูกค้าที่เข้ามาติดตั้งเครื่องจักร

สิ่งที่พบหน้างาน ข้อที่ตรงประเด็นที่สุด
อันตรายชนิดหนึ่งไม่ปรากฏในทะเบียนอันตรายเลย ข้อ 6.1.2 การชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยง
อันตรายถูกชี้บ่งแล้ว แต่มาตรการที่เลือกอยู่ระดับที่อ่อนกว่าที่ควรโดยไม่มีเหตุผลรองรับ ข้อ 8.1.2 การขจัดอันตรายและลดความเสี่ยง
มาตรการถูกกำหนดไว้ แต่หน้างานทำไม่ตรงกับที่กำหนด หรือกำหนดไม่ครบทุกจุดที่มีงานลักษณะเดียวกัน ข้อ 8.1.1 การวางแผนและควบคุมการปฏิบัติการ
มีการเปลี่ยนเครื่องจักร วิธีทำงาน หรือกำลังคน โดยไม่มีการทบทวนความเสี่ยงก่อน ข้อ 8.1.3 การจัดการการเปลี่ยนแปลง
ผู้รับเหมาที่เป็นคู่สัญญาทำงานโดยไม่มีเงื่อนไขด้านความปลอดภัยในสัญญาหรือในการคัดเลือก ข้อ 8.1.4 การจัดซื้อและผู้รับเหมา

ตารางนี้เป็นการเรียบเรียงเชิงวิเคราะห์ของผู้เรียบเรียง ไม่ใช่เนื้อหาที่ปรากฏในตัวมาตรฐาน

เอกสารสารสนเทศแค่ไหนจึงพอ

ข้อ 8.1.1 กำหนดให้ธำรงรักษาและเก็บรักษาเอกสารสารสนเทศเท่าที่จำเป็นเพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการดำเนินไปตามที่วางแผนไว้ คำว่า “เท่าที่จำเป็น” เป็นการยกดุลพินิจให้องค์กร แต่ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องมีอะไรเลย

เกณฑ์ที่ใช้ตัดสินได้ตรงที่สุดคือย้อนกลับไปที่คำถามว่า ถ้าคนที่ไม่เคยทำงานนี้มาก่อนต้องเข้ามาทำแทนในกะถัดไป เขาจะรู้เกณฑ์ที่ต้องรักษาจากที่ไหน และถ้ามีเหตุการณ์เกิดขึ้น เราจะย้อนดูได้อย่างไรว่าวันนั้นงานเดินอยู่ในเกณฑ์หรือไม่ เอกสารที่ตอบสองคำถามนี้ได้คือเอกสารที่จำเป็น ส่วนที่เหลือคือภาระที่องค์กรเลือกแบกเอง

อ่านประกอบ: ISO 45001 ข้อ 8.1.2 การขจัดอันตรายและลดความเสี่ยง · ISO 45001 ข้อ 8.1.3 การจัดการการเปลี่ยนแปลง · ISO 45001 ข้อ 8.1.4 การจัดซื้อ ผู้รับเหมา และการจ้างงานภายนอก

คำถามที่ควรตอบได้

  1. กระบวนการใดขององค์กรที่ถูกระบุว่าจำเป็นต่อระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และเกณฑ์ของแต่ละกระบวนการอยู่ที่ใด (ที่มา: ข้อ 8.1.1)
  2. ถ้างานลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นหลายจุดในโรงงาน อะไรเป็นหลักประกันว่าทุกจุดใช้เกณฑ์ชุดเดียวกัน (ที่มา: ข้อ 8.1.1)
  3. องค์กรปรับการออกแบบงานให้เข้ากับผู้ปฏิบัติงานด้วยข้อมูลจากช่องทางใด (ที่มา: ข้อ 8.1.1 ร่วมกับข้อ 5.4)
  4. เมื่อมีองค์กรอื่นทำงานอยู่ในพื้นที่เดียวกัน การประสานเรื่องความปลอดภัยเกิดขึ้นที่เวทีใดและทิ้งร่องรอยไว้อย่างไร (ที่มา: ข้อ 8.1.1)
  5. เอกสารชุดใดที่ใช้ยืนยันย้อนหลังได้ว่างานในวันหนึ่ง ๆ เดินอยู่ภายในเกณฑ์ (ที่มา: ข้อ 8.1.1 ร่วมกับข้อ 7.5)

บทความใหม่ในชุดเดียวกัน: ISO 22000 ข้อ 8.6 การปรับปรุงข้อมูลที่ระบุ PRPs และแผนควบคุมอันตราย · การตรวจติดตามผลกับการตรวจต่ออายุการรับรอง ต่างกันอย่างไร

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก

หลักสูตรอบรม ISO 45001:2018 ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ดูตารางอบรม   สอบถามรายละเอียด

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand