คู่มือจัดทำ BOM และ Specification ตาม BRCGS Packaging Issue 7 ข้อ 5.4.4 | ตัวอย่างโรงงาน Carton

คู่มือจัดทำ BOM และ Specification ตาม BRCGS Packaging Issue 7 ข้อ 5.4.4 | ตัวอย่างโรงงาน Carton | EQA Thailand

คู่มือจัดทำ BOM และ Specification ตาม BRCGS Packaging Issue 7 ข้อ 5.4.4 | ตัวอย่างโรงงาน Carton

การจัดทำ BOM (Bill of Materials) และ Specification สำหรับโรงงานบรรจุภัณฑ์/Carton ตามมาตรฐาน BRCGS Packaging Issue 7 ข้อ 5.4.4

ความสำคัญของ BOM และ Specification ตามข้อกำหนด 5.4.4

สนใจอบรม BRCGS (Approved Training Partner)?
เรียนออนไลน์ผ่าน ZOOM · รับใบประกาศนียบัตร
ดูรอบ & ราคา →

ในการผลิตบรรจุภัณฑ์หรือสินค้าใด ๆ ข้อกำหนด BRCGS Packaging Issue 7 ข้อ 5.4.4 ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า “จะต้องมี Bill of Materials (BOM) และ/หรือ Specification (รวมถึง Manufacturing Process Control Points) สำหรับแต่ละ Batch หรือ Lot ระหว่างการผลิต” เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัย สอดคล้องกับกฎหมาย และตรงตามความต้องการของลูกค้า

BOM คือรายการของวัสดุ อุปกรณ์ และองค์ประกอบที่ใช้ในการผลิตสินค้าหนึ่ง ๆ เช่น วัตถุดิบหลัก สารเติมแต่ง กาว หมึกพิมพ์ หรือแม้แต่บรรจุภัณฑ์สำเร็จรูป BOM ยังสามารถรวมถึงค่ากำหนดของกระบวนการผลิต เช่น อุณหภูมิ ความเร็วเครื่องจักร หรือ Critical Control Points ได้ด้วย

ประโยชน์ของ BOM และ Specification

  • ควบคุมการใช้วัตถุดิบให้ถูกต้องตามสูตรและมาตรฐาน
  • เป็นหลักฐานการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)
  • สนับสนุนการทำงานตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและคุณภาพ
  • ช่วยลดความผิดพลาดระหว่างการผลิต

องค์ประกอบที่ต้องมีใน BOM ตามข้อกำหนด 5.4.4

เอกสาร BOM และ Specification ควรครอบคลุมข้อมูลหลักดังนี้:

  • Raw Materials (วัตถุดิบ): ชนิดของวัตถุดิบ รหัสวัตถุดิบ ผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย
  • Manufacturing Process Instructions (คำสั่งการผลิต): ขั้นตอนหลักในการผลิตสินค้า เช่น การผสม การพิมพ์ การตัด
  • Equipment Process Settings (ค่าตั้งเครื่องจักร): เช่น อุณหภูมิ ความเร็ว แรงดัน
  • Batch Information (ข้อมูลล็อตการผลิต): Job Reference, Work Order, Batch Coding
  • Critical Control Measures (จุดควบคุมวิกฤติ): เช่น CCP หรือ CP ที่ได้กำหนดไว้

ตัวอย่าง:
สมมติผลิต “ฟิล์มบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหาร”

วัตถุดิบ: ฟิล์ม PE 50 ไมครอน, หมึกพิมพ์ Food Grade

ค่าตั้งเครื่อง: ความเร็วการพิมพ์ 200 m/min, อุณหภูมิ 180 °C

Batch: Job No. 2025-01, ใบสั่งผลิตเลขที่ 001/2025

CCM: ตรวจสอบความหนาฟิล์ม และตรวจสอบ Ink Migration

 

การระบุรายละเอียดเหล่านี้ทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้และลดความเสี่ยงด้านคุณภาพ

ชื่องาน / Job Name รหัสงาน / Job Code ลูกค้า / Customer ใบสั่งผลิต / Production Order รายการวัตถุดิบ จำนวนที่ใช้ต่อหน่วย ค่าตั้งเครื่องจักร (เช่น อุณหภูมิ/ความเร็ว) Batch/Work Order Critical Control Points ผู้ตรวจสอบ/ลายเซ็น
ฟิล์ม PE 50 ไมครอน 2025-01 XYZ Food Packaging 001/2025 ฟิล์ม PE, หมึกพิมพ์ Food Grade 1000 m/lot Temp 180°C, Speed 200 m/min Lot 001 ตรวจสอบความหนา / Migration ลงชื่อผู้ตรวจสอบ

 

ตาราง BOM นี้เป็นตัวอย่างที่ใช้ใน การอบรมจัดทำ BOM ตาม BRCGS Packaging Issue 7 ข้อ 5.4.4 สำหรับ โรงงานผลิตกล่อง Carton สามารถดาวน์โหลดไปปรับใช้ได้ทันที

ชื่องาน / Job Name รหัสงาน / Job Code ลูกค้า / Customer ใบสั่งผลิต / Production Order รายการวัตถุดิบ จำนวนที่ใช้ต่อหน่วย ค่าตั้งเครื่องจักร (เช่น อุณหภูมิ/ความเร็ว) Batch/Work Order Critical Control Points ผู้ตรวจสอบ/ลายเซ็น
กล่องลูกฟูก 3 ชั้น CTN-2025-02 ABC Logistics PO-CTN-045/2025 กระดาษคราฟท์ 125 gsm, กระดาษลูกฟูก 125 gsm, กาวแป้งมันสำปะหลัง 500 กล่อง/lot ความเร็วเครื่อง 150 pcs/min, แรงกด 8 bar Lot 045 ตรวจสอบความหนากล่อง, การยึดติดกาว ลงชื่อผู้ตรวจสอบ

หมายเหตุ: สามารถเพิ่มเติมคอลัมน์ เช่น วันที่ผลิต/เวลาผลิต, อุปกรณ์ที่ใช้, หมายเลขเครื่องจักร, ผลการตรวจสอบ CCP เพื่อให้ครบตามข้อกำหนด 5.4.4 ได้

 

สรุป

การจัดทำ BOM และ Specification ไม่เพียงแต่ช่วยให้สอดคล้องตามข้อกำหนด 5.4.4 ของ BRCGS Packaging Issue 7 แต่ยังช่วยสร้างระบบคุณภาพที่แข็งแรง สนับสนุนการตรวจสอบย้อนกลับ และเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้าด้วย

 

วิธีการใช้งานแบบฟอร์ม BOM

  1. เตรียมข้อมูลก่อนผลิต – รวบรวมข้อมูลวัตถุดิบ, ค่าตั้งเครื่องจักร, Batch และ Critical Control Points
  2. กรอกข้อมูลในตาราง BOM ให้ครบถ้วน เช่น ชื่องาน, รหัสงาน, รายการวัตถุดิบ, จำนวนที่ใช้ต่อหน่วย, Batch/Work Order
  3. ระบุค่าตั้งเครื่องจักร (Process Settings) และ Critical Control Points ให้ชัดเจน เพื่อใช้ตรวจสอบระหว่างการผลิต
  4. ลงชื่อผู้ตรวจสอบในช่องท้ายสุดเพื่อยืนยันว่าข้อมูลถูกต้อง
  5. เก็บแบบฟอร์ม BOM ทุกครั้งหลังการผลิตเป็นหลักฐานการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)
  6. จัดเก็บไฟล์หรือแบบฟอร์มตามระบบเอกสารคุณภาพ เพื่อความพร้อมในการตรวจสอบของ Auditor

 

การใช้งาน BOM และ Specification ในภาคปฏิบัติ

  1. การอบรมบุคลากร (Training)
    บุคลากรที่เกี่ยวข้องในทุกขั้นตอน เช่น ฝ่ายผลิต ฝ่ายคุณภาพ คลังสินค้า ต้องผ่านการอบรมการใช้ BOM และ Specification เพื่อให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดได้ถูกต้อง
  2. การทวนสอบ (Verification)
    มีการทวนสอบค่าตั้งเครื่อง วัตถุดิบ และ Critical Control Points เป็นระยะ พร้อมเก็บเอกสารยืนยัน
  3. การจัดทำแบบฟอร์มมาตรฐาน (Standardized Form)
    ใช้แบบฟอร์มเดียวกันทั้งโรงงานเพื่อให้เกิดความเป็นระบบ และสะดวกต่อการตรวจติดตามของลูกค้าหรือ Auditor

ตัวอย่างแนวปฏิบัติ

  • ก่อนการผลิต: เจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตดึง BOM ของสินค้าล็อตนั้นขึ้นมาตรวจสอบ พร้อมลงลายมือชื่อยืนยัน
  • ระหว่างการผลิต: ตรวจสอบค่ากำหนดและจุด CCP ตาม Specification
  • หลังการผลิต: เก็บบันทึกใบงาน (Job Sheet) และ BOM พร้อมลายเซ็นผู้รับผิดชอบ

 

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand