มาตรฐาน BRCGS Food ข้อ 4.2.2 การป้องกันอาหารจากการกระทำโดยเจตนาร้าย (Food Defence) คืออะไร?

อินโฟกราฟิกสรุปการป้องกันอาหารจากการกระทำโดยเจตนาร้าย (Food Defence) ตามมาตรฐาน BRCGS Food ข้อ 4.2 และ 4.2.2

อินโฟกราฟิกสรุปการป้องกันอาหารจากการกระทำโดยเจตนาร้าย (Food Defence) ตามมาตรฐาน BRCGS Food ข้อ 4.2 และ 4.2.2

ในระบบความปลอดภัยอาหาร นอกจากการควบคุมอันตรายจากวัตถุดิบ กระบวนการผลิต สุขลักษณะ หรือสิ่งแวดล้อมการผลิตแล้ว องค์กรยังต้องมีระบบเพื่อป้องกันผลิตภัณฑ์ สถานที่ และตราสินค้า จาก การกระทำโดยเจตนาร้าย (Food Defence) ด้วย

ตาม มาตรฐาน BRCGS Food ข้อ 4.2 ระบบต้องปกป้องผลิตภัณฑ์ สถานที่ และตราสินค้า จากการกระทำโดยเจตนาร้าย ในขณะที่ผลิตภัณฑ์และกิจกรรมต่าง ๆ อยู่ภายใต้การควบคุมของสถานประกอบการ

สนใจอบรม BRCGS (Approved Training Partner)?
เรียนออนไลน์ผ่าน ZOOM · รับใบประกาศนียบัตร
ดูรอบ & ราคา →

หัวใจสำคัญของข้อกำหนดนี้คือ การจัดทำ การประเมินภัยคุกคาม (Threat Assessment) และนำผลการประเมินไปจัดทำเป็น แผนการป้องกันอาหารจากการกระทำโดยเจตนาร้าย (Food Defence Plan)

การป้องกันอาหารจากการกระทำโดยเจตนาร้าย (Food Defence) คืออะไร?

การป้องกันอาหารจากการกระทำโดยเจตนาร้าย (Food Defence) คือ ระบบหรือมาตรการที่ใช้เพื่อป้องกันไม่ให้ผลิตภัณฑ์อาหาร สถานที่ และตราสินค้า ได้รับผลกระทบจากการกระทำโดยเจตนาร้าย เช่น การทำให้เกิดการปนเปื้อนหรือความเสียหายต่อผลิตภัณฑ์

วัตถุประสงค์ของข้อกำหนดนี้คือ เพื่อให้มั่นใจว่าความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจะไม่ถูกทำให้เสียหายจากการกระทำโดยเจตนาร้าย การแทรกแซงโดยมิชอบ หรือบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต

ดังนั้น การป้องกันอาหารจากการกระทำโดยเจตนาร้าย (Food Defence) จึงเป็นการประเมินและควบคุมความเสี่ยงจาก “เจตนาร้าย” ไม่ใช่เพียงความผิดพลาดตามปกติของกระบวนการผลิต

ข้อกำหนดหลักของมาตรฐาน BRCGS Food ข้อ 4.2

มาตรฐาน BRCGS Food ข้อ 4.2 กำหนดว่า ระบบต้องปกป้อง

  • ผลิตภัณฑ์
  • สถานที่
  • ตราสินค้า

จากการกระทำโดยเจตนาร้าย ในขณะที่อยู่ภายใต้การควบคุมของสถานประกอบการ

ข้อกำหนดในหมวดนี้มีลักษณะสะท้อนกับข้อกำหนดด้าน การปลอมปนอาหาร (Food Fraud) ในหมวด 5.4 ดังนั้น สถานประกอบการอาจพิจารณา การป้องกันอาหารจากการกระทำโดยเจตนาร้าย (Food Defence) และ การปลอมปนอาหาร (Food Fraud) ร่วมกัน หากเป็นการใช้เวลาและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า หรืออาจพิจารณาแยกกันก็ได้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของบริษัท

อย่างไรก็ตาม ทั้ง ความถูกต้องแท้จริงของอาหาร (Food Authenticity) และ การป้องกันอาหารจากการกระทำโดยเจตนาร้าย (Food Defence) ต้องได้รับการประเมินและจัดการอย่างเข้มแข็ง

การจัดทีมสำหรับการป้องกันอาหารจากการกระทำโดยเจตนาร้าย (Food Defence)

แนวปฏิบัติที่ดี โดยเฉพาะในบริษัทขนาดใหญ่ คือ การใช้ทีมแบบหลายสาขา หรือ ทีมสหสาขา (Multi-disciplinary Team) ทีมนี้ควรรวมบทบาทที่เกี่ยวข้องภายในบริษัท เช่น

  • ฝ่ายคุณภาพ
  • ฝ่ายเทคนิค
  • ฝ่ายผลิต
  • ฝ่ายรักษาความปลอดภัย
  • ฝ่ายบุคคล
  • ฝ่ายจัดหา
  • ผู้เชี่ยวชาญหรือบุคลากรอื่นที่เกี่ยวข้อง

สำหรับบางบริษัท อาจไม่สามารถรวมผู้เชี่ยวชาญทุกด้านได้ แต่ควรพิจารณาให้มีผู้เกี่ยวข้องหรือความเชี่ยวชาญที่เหมาะสมเข้าร่วม เพื่อให้การประเมินครอบคลุมกิจกรรมจริงของสถานประกอบการ

กรณีบริษัทมีหลายสถานที่ ต้องทำอย่างไร?

ในบริษัทที่มีหลายสถานที่ การประเมินภัยคุกคามด้านการป้องกันอาหารจากการกระทำโดยเจตนาร้าย อาจพัฒนาได้ 2 แนวทาง คือ

1. จัดทำจากส่วนกลาง
เช่น สำนักงานใหญ่เป็นผู้พัฒนาแนวทางหรือการประเมิน

2. จัดทำแยกในแต่ละสถานที่
แต่ละสถานที่ประเมินตามกิจกรรมและความเสี่ยงเฉพาะของตนเอง

หากการประเมินดำเนินการจากส่วนกลาง สิ่งสำคัญคือ ต้องทำให้มั่นใจว่าการประเมินและแผนที่ได้ยังเกี่ยวข้องกับสถานที่เฉพาะและกิจกรรมของสถานที่นั้นจริง

ตัวอย่างแนวทางที่ช่วยให้การประเมินจากส่วนกลางยังเหมาะสม ได้แก่ การรวมสมาชิกจากสถานที่ที่เกี่ยวข้องไว้ในทีม การให้สมาชิกอาวุโสของสถานที่นั้นทบทวนการศึกษา และการรวมการประเมินเข้ากับโปรแกรมการตรวจของสถานที่

ผู้ตรวจ BRCGS จะมองหาหลักฐานการตรวจสอบกับกิจกรรมจริงของสถานที่ และการลงนามรับรองความครบถ้วนและความถูกต้องของการศึกษา

ข้อกำหนดหลักของมาตรฐาน BRCGS Food ข้อ 4.2.2?

มาตรฐาน BRCGS Food ข้อ 4.2.2 กำหนดให้บริษัทต้องดำเนินการ การประเมินความเสี่ยงที่จัดทำเป็นเอกสาร หรือ การประเมินภัยคุกคาม (Threat Assessment) ต่อความเสี่ยงที่อาจเกิดกับผลิตภัณฑ์จากความพยายามโดยเจตนาในการทำให้เกิดการปนเปื้อนหรือความเสียหาย

การประเมินภัยคุกคามนี้ต้องครอบคลุมทั้ง

  • ภัยคุกคามภายใน
  • ภัยคุกคามภายนอก

ผลลัพธ์จากการประเมินต้องจัดทำเป็น แผนการป้องกันอาหารจากการกระทำโดยเจตนาร้าย (Food Defence Plan) โดยแผนนี้ต้องได้รับการทบทวนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสะท้อนสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงและข้อมูลข่าวสารทางการตลาด

นอกจากนี้ ต้องมีการทบทวนอย่างเป็นทางการอย่างน้อยปีละครั้ง และเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญ เช่น

  • มีความเสี่ยงใหม่เกิดขึ้น
  • มีภัยคุกคามใหม่ถูกเผยแพร่หรือถูกระบุ
  • เกิดเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของผลิตภัณฑ์ หรือการป้องกันอาหารจากการกระทำโดยเจตนาร้าย

การประเมินภัยคุกคาม (Threat Assessment) ต้องประเมินอะไรบ้าง?

บริษัทต้องประเมินความเสี่ยงที่มีอยู่ในการดำเนินงาน เพื่อป้องกันการแทรกแซงโดยเจตนาร้าย

การประเมินต้องพิจารณาทั้งภัยคุกคามภายนอกและภัยคุกคามภายใน เช่น บุคคลหรือองค์กรที่อาจเข้าถึงสถานที่ อาคาร หรือผลิตภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ตัวอย่างเช่น ผู้รับเหมาที่เข้ามาทำงานช่วงกลางคืนโดยไม่มีผู้ควบคุมดูแล

นอกจากนี้ แต่ละพื้นที่ต้องได้รับการประเมินว่า ผลิตภัณฑ์มีความเปราะบางต่อการปนเปื้อนมากน้อยเพียงใด เช่น

  • คลังสินค้า
  • พื้นที่ผลิต
  • พื้นที่จัดเก็บภายนอก

พื้นที่ที่มีความอ่อนไหวหรือถูกจำกัด เช่น พื้นที่เปิดผลิตภัณฑ์ มักเป็นพื้นที่ที่มีความเปราะบางสูงที่สุด

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่บรรจุแล้ว ความเปราะบางจะขึ้นอยู่กับลักษณะของบรรจุภัณฑ์

รายละเอียดของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และการป้องกันข้อมูล ควรนำมารวมในการประเมินด้วย

ผลลัพธ์จากการประเมินต้องเป็นแผนการป้องกันอาหารจากการกระทำโดยเจตนาร้าย (Food Defence Plan)

ผลลัพธ์จากการประเมินภัยคุกคามต้องออกมาเป็น แผนการป้องกันอาหารจากการกระทำโดยเจตนาร้าย (Food Defence Plan)

แผนนี้ต้องระบุรายละเอียดสำคัญ ได้แก่

1. ความเสี่ยงที่ระบุได้
ต้องแสดงให้เห็นว่าบริษัทระบุความเสี่ยงใดบ้างที่เกี่ยวข้องกับการกระทำโดยเจตนาร้าย

2. กลยุทธ์การลดความเสี่ยง
ต้องระบุขั้นตอนหรือกลไกที่ใช้เพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดความเสี่ยงที่ระบุไว้ ตามที่อ้างอิงในข้อ 4.2.3 และ 4.2.4

ดังนั้น แผนการป้องกันอาหารจากการกระทำโดยเจตนาร้าย (Food Defence Plan) ไม่ใช่เพียงเอกสารสรุป แต่ต้องแสดงให้เห็นว่า บริษัทเข้าใจความเสี่ยง และมีมาตรการที่ใช้จัดการความเสี่ยงนั้นอย่างเหมาะสม

ตัวอย่างการประยุกต์ใช้

ตัวอย่างขั้นตอนที่ 1 ประกาศแต่งตั้งทีม TACCP และแหล่งข้อมูลติดตามภัยคุกคามด้านการก่อการร้ายและ IT Cyber

ตัวอย่างขั้นตอนที่ 2 ติดตามข้อมูลภัยคุกคามด้านการเดินทางและ Food Fraud

ตัวอย่างแบบฟอร์มในการประเมินภัยคุกคาม download ได้ที่นี้เลย

แผนการป้องกันอาหารจากการกระทำโดยเจตนาร้าย ต้องทบทวนเมื่อใด?

แผนการป้องกันอาหารจากการกระทำโดยเจตนาร้าย ต้องได้รับการทบทวนเป็นระยะ และต้องทบทวนอย่างเป็นทางการอย่างน้อยปีละครั้ง

นอกจากนี้ ต้องทบทวนเมื่อเกิดสถานการณ์ที่ทำให้ความเสี่ยงเปลี่ยนแปลง เช่น

  • มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่หรืออาคาร
  • มีข้อมูลข่าวสารทางการตลาดหรือข้อมูลห่วงโซ่อุปทานใหม่ที่ชี้ให้เห็นถึงภัยคุกคามใหม่หรือภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลง
  • เกิดเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของผลิตภัณฑ์ หรือระบบการป้องกันอาหารจากการกระทำโดยเจตนาร้าย
  • มีข้อร้องเรียนจากลูกค้าที่บ่งชี้ว่ามาตรการปัจจุบันอาจไม่มีประสิทธิผล

การทบทวนต้องมีบันทึกไว้ และบันทึกการทบทวนต้องพร้อมสำหรับการตรวจประเมิน

การป้องกันอาหารจากการกระทำโดยเจตนาร้ายกับข้อกำหนดทางกฎหมาย

ในกรณีที่มีข้อกำหนดทางกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันอาหารจากการกระทำโดยเจตนาร้าย เช่น ข้อกำหนดของสหรัฐอเมริกาภายใต้ กฎหมายความปลอดภัยอาหารของสหรัฐอเมริกา (FSMA) สถานประกอบการต้องสามารถแสดงให้เห็นว่า แผนการป้องกันอาหารจากการกระทำโดยเจตนาร้ายของตนเป็นไปตามข้อกำหนดนั้น

ดังนั้น หากผลิตภัณฑ์หรือสถานประกอบการเกี่ยวข้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายเฉพาะด้านนี้ ต้องนำข้อกำหนดเหล่านั้นมาพิจารณาในระบบด้วย

การป้องกันอาหารจากการกระทำโดยเจตนาร้าย (Food Defence) เป็นอีกหนึ่งข้อกำหนดสำคัญที่ช่วยปกป้องผลิตภัณฑ์ สถานที่ และตราสินค้าขององค์กรจากความเสี่ยงที่มาจากเจตนาร้าย หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรม BRCGS Food Safety สามารถดูรายละเอียดได้ที่ หลักสูตร BRCGS ของ EQA Thailand


บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand