คุณสมบัติผู้ตรวจประเมิน (Auditor) มีอะไรบ้าง ตาม ISO 19011:2026

คุณสมบัติผู้ตรวจประเมิน (Auditor) มีอะไรบ้าง ตาม ISO 19011:2026 | EQA Thailand
ผู้ตรวจประเมินปฏิบัติงานในสถานที่ต่าง ๆ ตามมาตรฐาน ISO 19011

ผู้ตรวจประเมิน คือบุคคลที่ดำเนินการตรวจประเมิน โดยความสามารถของผู้ตรวจประเมินหมายถึงความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะเพื่อให้บรรลุผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้

ISO 19011:2026 กำหนดแนวทางเรื่องความสามารถของผู้ตรวจประเมินไว้ในข้อ 7 โดยครอบคลุมการกำหนดความสามารถ พฤติกรรมส่วนบุคคล ความรู้และทักษะ การบรรลุความสามารถ ตลอดจนความสามารถเพิ่มเติมของหัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมิน

การกำหนดความสามารถของผู้ตรวจประเมินต้องพิจารณาอะไรบ้าง

ในการกำหนดความสามารถที่จำเป็นสำหรับการดำเนินการหรือเข้าร่วมการตรวจประเมิน ต้องพิจารณาความรู้และทักษะของผู้ตรวจประเมินที่เกี่ยวข้องกับเรื่องต่อไปนี้

  • ขนาด ลักษณะ และความซับซ้อนขององค์กร รวมถึงผลิตภัณฑ์ บริการ และกระบวนการ
  • วิธีการตรวจประเมิน รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเกิดใหม่เพื่อช่วยดำเนินการตรวจ หรือเพื่อตรวจประเมินกระบวนการที่อาศัยเทคโนโลยีเกิดใหม่
  • สาขาของระบบการจัดการที่จะรับการตรวจประเมิน
  • ความซับซ้อนของระบบการจัดการที่จะรับการตรวจประเมิน
  • วิธีประเมินความเสี่ยงและโอกาส
  • วัตถุประสงค์และขอบเขตของโปรแกรมการตรวจประเมิน
  • ความไม่แน่นอนในการบรรลุวัตถุประสงค์การตรวจประเมิน
  • ข้อกำหนดอื่นจากผู้ว่าจ้างการตรวจประเมินหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสม

พฤติกรรมส่วนบุคคลของผู้ตรวจประเมิน

ผู้ตรวจประเมินควรมีคุณลักษณะที่ทำให้สามารถปฏิบัติงานตามหลักการตรวจประเมิน และควรแสดงพฤติกรรมแบบมืออาชีพระหว่างดำเนินกิจกรรมการตรวจประเมิน

1. มีจริยธรรม

เป็นธรรม พูดความจริง จริงใจ ซื่อสัตย์ และรู้จักรักษาความลับ

2. เปิดใจกว้าง

พร้อมพิจารณาแนวคิดหรือมุมมองทางเลือก

3. มีชั้นเชิง

ปฏิบัติต่อบุคคลอื่นอย่างเหมาะสมและสุขุม

4. ช่างสังเกต

สังเกตสภาพแวดล้อมทางกายภาพและกิจกรรมอย่างกระตือรือร้น

5. มีความเข้าใจสถานการณ์

ตระหนักและสามารถทำความเข้าใจสถานการณ์ต่าง ๆ

6. ปรับตัวได้

สามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ที่แตกต่างกันได้อย่างรวดเร็ว

7. มีความมุ่งมั่น

มีความพากเพียรและมุ่งเน้นการบรรลุวัตถุประสงค์

8. กล้าตัดสินใจ

สามารถได้ข้อสรุปอย่างทันท่วงทีโดยอ้างอิงเหตุผลเชิงตรรกะและการวิเคราะห์

9. พึ่งพาตนเองได้

สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเป็นอิสระ และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิผล

10. เปิดรับการปรับปรุง

พร้อมเรียนรู้จากสถานการณ์ต่าง ๆ

11. มีความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรม

ใส่ใจและเคารพวัฒนธรรมของผู้รับการตรวจประเมิน

12. ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้

สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิผล รวมถึงสมาชิกคณะผู้ตรวจประเมินและบุคลากรของผู้รับการตรวจประเมิน

ความรู้และทักษะของผู้ตรวจประเมิน

ผู้ตรวจประเมินควรมี

  • ความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการบรรลุผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้ของการตรวจประเมินที่ได้รับมอบหมาย
  • ความสามารถทั่วไป รวมถึงความรู้และทักษะเฉพาะสาขาและเฉพาะภาคส่วนในระดับที่เหมาะสม

หัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมินต้องมีความรู้และทักษะเพิ่มเติมที่จำเป็นสำหรับการเป็นผู้นำคณะผู้ตรวจประเมิน

1. ความรู้ด้านหลักการ กระบวนการ และวิธีการตรวจประเมิน

ผู้ตรวจประเมินควรสามารถดำเนินการดังต่อไปนี้

  • เข้าใจประเภทของความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับการตรวจประเมิน รวมถึงแนวทางที่อ้างอิงความเสี่ยง
  • วางแผนและจัดระบบงานอย่างมีประสิทธิผล
  • ดำเนินการตรวจประเมินภายในตารางเวลาที่ตกลงกัน
  • จัดลำดับความสำคัญและมุ่งเน้นเรื่องที่มีนัยสำคัญ
  • สื่อสารด้วยวาจาและลายลักษณ์อักษรอย่างมีประสิทธิผล ไม่ว่าจะด้วยตนเองหรือผ่านล่าม
  • รวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ การรับฟัง การสังเกต และการทบทวนสารสนเทศที่เป็นเอกสาร รวมถึงบันทึกและข้อมูล
  • เข้าใจความเหมาะสมและผลที่ตามมาของการใช้เทคนิคการสุ่มตัวอย่าง
  • เข้าใจและพิจารณาความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิค
  • ตรวจประเมินกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ รวมถึงความสัมพันธ์กับกระบวนการและหน้าที่อื่น
  • เข้าใจความเหมาะสมและผลที่ตามมาของการใช้เครื่องมือเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมถึงเทคโนโลยีเกิดใหม่ เช่น เครื่องมือประเมินที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์
  • ทวนสอบความเกี่ยวข้องและความถูกต้องของข้อมูลที่รวบรวมได้
  • ยืนยันความเพียงพอและความเหมาะสมของหลักฐานในการสนับสนุนสิ่งที่ตรวจพบและข้อสรุป
  • ประเมินปัจจัยที่อาจมีผลต่อความน่าเชื่อถือของสิ่งที่ตรวจพบและข้อสรุป
  • จัดทำเอกสารกิจกรรม สิ่งที่ตรวจพบ และรายงานการตรวจประเมิน
  • รักษาความลับและความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล
  • บรรลุผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้ของการตรวจประเมิน

2. ความรู้ด้านมาตรฐานระบบการจัดการและเอกสารอ้างอิง

ผู้ตรวจประเมินควรมีความรู้และทักษะที่ช่วยให้เข้าใจขอบข่ายและสามารถใช้เกณฑ์การตรวจประเมินได้ ซึ่งรวมถึง

  • มาตรฐานระบบการจัดการ เอกสารเชิงบังคับ เอกสารแนวทาง หรือเอกสารสนับสนุนที่ใช้กำหนดเกณฑ์หรือวิธีการตรวจ
  • การนำมาตรฐานระบบการจัดการไปใช้โดยผู้รับการตรวจประเมินและองค์กรอื่น
  • ความสัมพันธ์และปฏิสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการของระบบการจัดการ
  • ความสำคัญและลำดับความสำคัญของมาตรฐานหรือเอกสารอ้างอิงหลายฉบับ
  • การประยุกต์ใช้มาตรฐานหรือเอกสารอ้างอิงกับสถานการณ์การตรวจประเมินที่แตกต่างกัน

3. ความรู้เกี่ยวกับองค์กรและบริบทขององค์กร

ผู้ตรวจประเมินควรมีความรู้และทักษะที่ช่วยให้เข้าใจโครงสร้าง วัตถุประสงค์ และแนวปฏิบัติด้านการจัดการของผู้รับการตรวจประเมิน ซึ่งรวมถึง

  • ความต้องการและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีผลต่อระบบการจัดการ
  • ประเภทขององค์กร การกำกับดูแล ขนาด โครงสร้าง หน้าที่ และความสัมพันธ์
  • แนวคิดทั่วไปด้านธุรกิจและการจัดการ กระบวนการและคำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการวางแผน การจัดทำงบประมาณ และการบริหารบุคคล
  • ลักษณะด้านวัฒนธรรมและสังคมของผู้รับการตรวจประเมิน

4. ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย ข้อบังคับ และข้อกำหนดอื่น

ความรู้และทักษะด้านนี้ควรรวมถึง

  • ข้อกำหนดตามกฎหมายและข้อบังคับ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง
  • คำศัพท์พื้นฐานทางกฎหมาย
  • การทำสัญญาและความรับผิด
  • การคุ้มครองข้อมูลและความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล

การตระหนักถึงข้อกำหนดตามกฎหมายและข้อบังคับไม่ได้หมายความว่าผู้ตรวจประเมินเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย และการตรวจประเมินระบบการจัดการไม่สามารถถือเป็นการตรวจประเมินการปฏิบัติตามกฎหมายโดยตรง

ความสามารถเฉพาะสาขาและเฉพาะภาคส่วน

คณะผู้ตรวจประเมินควรมีความสามารถโดยรวมเฉพาะสาขาและเฉพาะภาคส่วนที่เหมาะสมกับประเภทของระบบการจัดการและภาคส่วนที่จะรับการตรวจประเมิน

ความสามารถดังกล่าวควรรวมถึง

  • ข้อกำหนดและหลักการของระบบการจัดการ รวมถึงการนำไปใช้
  • พื้นฐานของสาขาและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานระบบการจัดการ
  • การประยุกต์ใช้วิธีการ เทคนิค กระบวนการ และแนวปฏิบัติเฉพาะสาขาและเฉพาะภาคส่วน เพื่อประเมินความสอดคล้องและจัดทำสิ่งที่ตรวจพบกับข้อสรุปที่เหมาะสม
  • หลักการ วิธีการ และเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับสาขาและภาคส่วน เพื่อกำหนดและประเมินความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์การตรวจประเมิน

คุณสมบัติของหัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมิน

หัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมินควรมีความสามารถเพิ่มเติมเพื่อให้การตรวจประเมินดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล ได้แก่

  • วางแผนการตรวจและมอบหมายงานตามความสามารถของสมาชิกแต่ละคน
  • หารือประเด็นเชิงกลยุทธ์กับผู้บริหารระดับสูงของผู้รับการตรวจประเมิน
  • พัฒนาและรักษาความสัมพันธ์ในการทำงานร่วมกันระหว่างสมาชิกคณะผู้ตรวจประเมิน
  • ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิผล
  • บริหารความไม่แน่นอนในการบรรลุวัตถุประสงค์
  • คำนึงถึงอาชีวอนามัย ความปลอดภัย และความมั่นคงปลอดภัยของสมาชิกคณะผู้ตรวจประเมิน
  • กำกับสมาชิกคณะผู้ตรวจประเมิน
  • ให้คำแนะนำแก่ผู้ตรวจประเมินฝึกหัด
  • ป้องกันและแก้ไขความขัดแย้งและปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการตรวจ
  • เป็นผู้แทนคณะผู้ตรวจประเมินในการสื่อสารกับผู้บริหารโปรแกรม ผู้ว่าจ้าง และผู้รับการตรวจประเมิน
  • นำคณะผู้ตรวจประเมินไปสู่การจัดทำข้อสรุป
  • จัดเตรียมและจัดทำรายงานการตรวจประเมินให้เสร็จสมบูรณ์

ความรู้และทักษะสำหรับการตรวจประเมินหลายสาขา

เมื่อดำเนินการตรวจประเมินระบบการจัดการหลายสาขา สมาชิกคณะผู้ตรวจประเมินควรเข้าใจปฏิสัมพันธ์และการเสริมประโยชน์ร่วมกันระหว่างระบบการจัดการต่าง ๆ

หัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมินควรเข้าใจข้อกำหนดของมาตรฐานระบบการจัดการแต่ละฉบับที่ตรวจ และตระหนักถึงข้อจำกัดของความสามารถของตนในแต่ละสาขา

ผู้ตรวจประเมินจะมีความสามารถได้อย่างไร

ความสามารถของผู้ตรวจประเมินอาจได้มาจากการผสมผสานรายการต่อไปนี้

  • สำเร็จหลักสูตรฝึกอบรมที่ครอบคลุมความรู้และทักษะทั่วไปของผู้ตรวจประเมิน
  • มีประสบการณ์ในตำแหน่งทางเทคนิค การบริหาร หรือวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องใช้ดุลยพินิจ การตัดสินใจ การแก้ปัญหา และการสื่อสาร
  • มีการศึกษา การฝึกอบรม และประสบการณ์ในสาขาและภาคส่วนเฉพาะของระบบการจัดการ
  • มีประสบการณ์การตรวจประเมินภายใต้การกำกับดูแลของผู้ตรวจประเมินที่มีความสามารถในสาขาเดียวกัน

การสำเร็จหลักสูตรขึ้นอยู่กับประเภทของหลักสูตร หลักสูตรที่มีการสอบอาจหมายถึงการสอบผ่าน ส่วนหลักสูตรอื่นอาจหมายถึงการเข้าร่วมและเรียนจบหลักสูตร

หัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมินต้องมีประสบการณ์เพิ่มเติมหรือไม่

หัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมินควรมีประสบการณ์การตรวจประเมินเพิ่มเติม เพื่อพัฒนาความสามารถในการเป็นผู้นำคณะผู้ตรวจประเมิน

ประสบการณ์เพิ่มเติมดังกล่าวควรได้รับจากการปฏิบัติงานภายใต้การกำกับและคำแนะนำของหัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมินอีกคนหนึ่ง

การกำหนดเกณฑ์ประเมินผู้ตรวจประเมิน

เกณฑ์ที่ใช้ประเมินผู้ตรวจประเมินควรประกอบด้วย

เกณฑ์เชิงคุณภาพ เช่น

  • การแสดงพฤติกรรมที่พึงประสงค์
  • ความรู้
  • การใช้ทักษะระหว่างการฝึกอบรมหรือในสถานที่ทำงาน

เกณฑ์เชิงปริมาณ เช่น

  • จำนวนปีของประสบการณ์การทำงานและการศึกษา
  • จำนวนครั้งของการตรวจประเมินที่ดำเนินการ
  • จำนวนชั่วโมงการฝึกอบรมด้านการตรวจประเมิน

สรุปคุณสมบัติผู้ตรวจประเมิน

คุณสมบัติของผู้ตรวจประเมินตาม ISO 19011:2026 ไม่ได้พิจารณาเฉพาะการผ่านหลักสูตรฝึกอบรม แต่ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่

  • พฤติกรรมส่วนบุคคลที่เหมาะสม
  • ความรู้และทักษะด้านการตรวจประเมิน
  • ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานและเอกสารอ้างอิง
  • ความเข้าใจองค์กรและบริบท
  • ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
  • ความสามารถเฉพาะสาขาและเฉพาะภาคส่วน
  • การศึกษา การฝึกอบรม และประสบการณ์ทำงาน
  • ประสบการณ์การตรวจภายใต้การกำกับของผู้ตรวจที่มีความสามารถ

สำหรับหัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมิน ต้องมีความสามารถด้านการวางแผน การบริหารคณะผู้ตรวจประเมิน การแก้ไขปัญหา การนำคณะผู้ตรวจประเมินจัดทำข้อสรุป และการจัดทำรายงาน รวมถึงต้องได้รับประสบการณ์เพิ่มเติมภายใต้การกำกับของหัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมินอีกคนหนึ่ง.

บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand