งานแก้ไข (Rework) ตาม ISO 22002-1:2025 ข้อ 17 จัดเก็บ ชี้บ่ง และนำกลับมาใช้อย่างไร

ภาพปกบทความ งานแก้ไข Rework ตาม ISO 22002-1:2025 ข้อ 17
สรุปสั้นก่อน
ข้อ 17 ของ ISO 22002-1:2025 ว่าด้วยงานแก้ไข (rework) ซึ่งหมายถึงผลิตภัณฑ์ที่ถูกนำกลับเข้าไปใช้ในกระบวนการผลิตอีกครั้ง ข้อกำหนดตั้งเป้าไว้สามเรื่องพร้อมกันคือ ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ความสมบูรณ์ของผลิตภัณฑ์ และการสอบกลับ งานแก้ไขจึงไม่ใช่เรื่องของการลดของเสียเพียงอย่างเดียว แต่เป็นจุดที่ความเสี่ยงสามด้านมาบรรจบกัน

สามคำในข้อ 17.1 คือกรอบของทั้งบท

ข้อ 17.1 กำหนดให้จัดเก็บ จัดการ และใช้งานแก้ไขในลักษณะที่รักษาความปลอดภัย ความสมบูรณ์ และการสอบกลับของผลิตภัณฑ์ไว้ สามคำนี้แปลเป็นคำถามที่ใช้ตรวจตัวเองได้ทันที ของที่รออยู่ปลอดภัยหรือไม่ ยังเป็นของที่มีคุณลักษณะตามที่ตั้งใจหรือไม่ และถ้ามันถูกใส่กลับเข้าไปในล็อตใหม่ เราตามได้หรือไม่ว่าไปอยู่ในล็อตไหน

คำถามข้อสุดท้ายคือข้อที่ทำให้ระบบสอบกลับของหลายโรงงานขาดตอน เพราะงานแก้ไขทำให้ล็อตหนึ่งไหลข้ามไปอยู่ในอีกล็อตหนึ่ง ถ้าไม่มีบันทึกเชื่อม การสอบกลับจะหยุดที่จุดนี้

การจัดเก็บและการชี้บ่ง

ข้อ 17.2 กำหนดให้งานแก้ไขที่จัดเก็บไว้ต้องได้รับการปกป้องจากการปนเปื้อนทางจุลินทรีย์ เคมี กายภาพ และสารก่อภูมิแพ้ และให้จัดทำเป็นเอกสารพร้อมปฏิบัติตามข้อกำหนดเรื่องการแยก เช่น การแยกตามสารก่อภูมิแพ้

สนใจอบรม GHPs & HACCP / มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร?
เรียนออนไลน์ผ่าน ZOOM · รับใบประกาศนียบัตร
ดูรอบ & ราคา →

นอกจากนี้ยังกำหนดให้ชี้บ่งหรือติดฉลากงานแก้ไขให้ชัดเจนเพื่อให้สอบกลับได้ และต้องเก็บสารสนเทศที่จัดทำเป็นเอกสารสำหรับการสอบกลับงานแก้ไขไว้ รวมถึงต้องเก็บการจัดประเภทหรือเหตุผลของการกำหนดให้เป็นงานแก้ไขไว้เป็นเอกสารด้วย ตัวอย่างข้อมูลที่ควรมีคือชื่อผลิตภัณฑ์ วันที่ผลิต กะ สายการผลิตต้นทาง และอายุการเก็บรักษา

กรณีสมมติ โรงงานผลิตซอสปรุงรสแห่งหนึ่งในสมุทรปราการ (กรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย) เก็บงานแก้ไขไว้ในถังพลาสติกที่ติดป้ายเขียนด้วยปากกาเมจิกว่า “ซอสรอเติม”

เมื่อผู้ตรวจประเมินถามว่าถังนี้มาจากรอบผลิตใด กะไหน และเหลืออายุเท่าใด พนักงานตอบได้จากความจำ แต่ไม่มีเอกสารรองรับ

ตามข้อ 17.2 สิ่งที่ขาดไม่ใช่ป้าย แต่คือข้อมูลที่ต้องเก็บเป็นเอกสาร ซึ่งได้แก่ชื่อผลิตภัณฑ์ วันที่ผลิต กะ สายการผลิตต้นทาง และอายุการเก็บรักษา ป้ายที่เขียนด้วยมือจึงยังไม่ตอบข้อกำหนด แม้พนักงานจะจำได้จริงก็ตาม

การนำกลับมาใช้ต้องกำหนดล่วงหน้า

ข้อ 17.3 กำหนดว่าเมื่อนำงานแก้ไขใส่กลับเข้าไปในผลิตภัณฑ์ในฐานะขั้นตอนระหว่างกระบวนการ ต้องระบุปริมาณที่ยอมรับได้ ประเภท และเงื่อนไขของการใช้งานแก้ไขนั้น พร้อมกำหนดขั้นตอนของกระบวนการและวิธีการเติม รวมถึงขั้นตอนการเตรียมล่วงหน้าที่จำเป็น

ประโยคนี้ปิดช่องโหว่ที่พบได้ทั่วไปคือการเติมงานแก้ไขตามดุลยพินิจของพนักงานหน้างาน การกำหนดปริมาณสูงสุดที่ยอมรับได้ไว้ล่วงหน้า ทำให้คุณลักษณะของผลิตภัณฑ์ยังอยู่ในกรอบที่ผ่านการยืนยันความถูกต้องมาแล้ว

การแกะบรรจุภัณฑ์คือจุดเสี่ยงที่ต้องมีมาตรการเฉพาะ

ข้อกำหนดระบุไว้ว่าเมื่อกิจกรรมงานแก้ไขเกี่ยวข้องกับการนำผลิตภัณฑ์ออกจากบรรจุภัณฑ์ที่บรรจุหรือห่อแล้ว ต้องมีการควบคุมเพื่อให้มั่นใจว่ามีการนำวัสดุบรรจุภัณฑ์ออกและแยกออกไป และเพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนผลิตภัณฑ์ด้วยสิ่งแปลกปลอม

ในทางปฏิบัติ ขั้นตอนนี้ควรทำในพื้นที่ที่กำหนดไว้เฉพาะ มีการนับหรือชั่งวัสดุบรรจุภัณฑ์เข้าออก และไม่ควรทำในบริเวณเดียวกับสายการผลิตที่เปิดโล่ง จุดนี้เชื่อมกลับไปที่ข้อ 12.4 เรื่องการปนเปื้อนทางกายภาพโดยตรง

ขั้นตอน สิ่งที่ต้องกำหนดไว้ล่วงหน้า
จัดเก็บ ภาชนะ สถานที่ อุณหภูมิ และการแยกตามสารก่อภูมิแพ้
ชี้บ่ง ฉลากที่ระบุชื่อผลิตภัณฑ์ วันที่ผลิต กะ สายการผลิตต้นทาง และอายุการเก็บ
จัดประเภท เหตุผลที่ของนั้นถูกกำหนดให้เป็นงานแก้ไข บันทึกเป็นเอกสาร
ปริมาณและประเภท ปริมาณสูงสุดที่ยอมรับได้ และชนิดของงานแก้ไขที่ใช้กับสูตรใดได้
วิธีเติม ขั้นตอนของกระบวนการที่เติม และการเตรียมล่วงหน้าที่จำเป็น
แกะบรรจุภัณฑ์ พื้นที่ที่กำหนด วิธีแยกวัสดุบรรจุภัณฑ์ และการป้องกันสิ่งแปลกปลอม
สอบกลับ บันทึกที่เชื่อมงานแก้ไขกับล็อตต้นทางและล็อตปลายทาง

อ่านต่อเรื่องระบบสอบกลับที่งานแก้ไขไปเชื่อมด้วยได้ที่บทความ ISO 22000:2018 ข้อ 8.3 ระบบสืบย้อนกลับ

คำถามที่ควรตอบได้

  • งานแก้ไขที่จัดเก็บอยู่ ถูกปกป้องจากการปนเปื้อนครบทั้งสี่ด้านหรือไม่ (ที่มา ข้อ 17.2)
  • ฉลากหรือการชี้บ่งงานแก้ไขมีข้อมูลครบพอให้สอบกลับได้หรือไม่ (ที่มา ข้อ 17.2)
  • เหตุผลของการกำหนดให้เป็นงานแก้ไขถูกบันทึกไว้เป็นเอกสารหรือไม่ (ที่มา ข้อ 17.2)
  • ปริมาณและเงื่อนไขการใช้งานแก้ไขถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าหรือขึ้นกับหน้างาน (ที่มา ข้อ 17.3)
  • ถ้ามีการแกะผลิตภัณฑ์ออกจากบรรจุภัณฑ์ มีมาตรการแยกวัสดุบรรจุภัณฑ์อย่างไร (ที่มา ข้อ 17.3)

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก

หลักสูตรฝึกอบรม ISO 22002-1:2025 และโปรแกรมพื้นฐาน

Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ดูตารางอบรม   สอบถามรายละเอียด

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand