ISO 22000 ข้อ 8.5.4 แผนควบคุมอันตราย HACCP/OPRP plan ต้องตอบอะไรให้ครบ

ปกบทความ ISO 22000 ข้อ 8.5.4 แผนควบคุมอันตราย
สรุปสั้นก่อน
ข้อ 8.5.4 แผนควบคุมอันตราย (hazard control plan) ของ ISO 22000:2018 คือจุดที่งานวิเคราะห์ทั้งหมดก่อนหน้านี้ถูกแปลงเป็นคำสั่งที่คนหน้างานใช้ได้จริง ชื่อเต็มของข้อนี้กำกับไว้ในวงเล็บว่า HACCP/OPRP plan ซึ่งบอกอยู่ในตัวว่ามาตรฐานมองแผน HACCP กับแผน OPRP เป็นของสิ่งเดียวกันในเชิงโครงสร้าง ต่างกันที่ลักษณะของมาตรการควบคุม ไม่ใช่ต่างกันที่ระดับความสำคัญ

ข้อ 8.5.4 อยู่ตรงไหนของลำดับงาน

ลำดับงานในหมวด 8.5 ของ ISO 22000:2018 เดินเป็นเส้นตรง ข้อ 8.5.1 เป็นขั้นเตรียมการก่อนวิเคราะห์อันตราย ข้อ 8.5.2 เป็นการวิเคราะห์อันตราย ข้อ 8.5.3 เป็นการยืนยันความถูกต้องของมาตรการควบคุมและชุดของมาตรการควบคุม แล้วจึงมาถึงข้อ 8.5.4 ซึ่งเป็นการเขียนแผนออกมา

ลำดับนี้มีความหมาย แผนควบคุมอันตรายที่ดีไม่ได้เริ่มจากการหยิบแบบฟอร์มมากรอก แต่เริ่มจากผลของสามข้อก่อนหน้า ถ้าองค์กรใดเขียนแผนก่อนแล้วย้อนกลับไปเติมเหตุผลทีหลัง ผู้ตรวจประเมินจะเห็นได้จากความไม่ต่อเนื่อง เช่น มีจุดควบคุมวิกฤต (critical control point หรือ CCP) ที่ไม่ปรากฏในผลการวิเคราะห์อันตราย หรือมีอันตรายที่ประเมินไว้ว่าระดับสูงแต่ไม่มีมาตรการควบคุมรองรับในแผน

แผนต้องตอบอะไรให้ครบ

เจตนาของข้อ 8.5.4 คือทำให้แผนตอบคำถามพื้นฐานของการควบคุมได้ครบทุกข้อ สำหรับ CCP และ OPRP แต่ละตัว คำถามที่แผนต้องตอบมีชุดเดียวกัน คือ ควบคุมอันตรายตัวใด ใช้มาตรการควบคุมอะไร ขีดจำกัดวิกฤตหรือเกณฑ์การปฏิบัติคือเท่าใด เฝ้าระวังอย่างไรและถี่แค่ไหน ใครเป็นผู้เฝ้าระวัง จะทำอะไรเมื่อผลการเฝ้าระวังบอกว่าหลุดเกณฑ์ และเก็บบันทึกอะไรไว้

สนใจอบรม GHPs & HACCP / มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร?
เรียนออนไลน์ผ่าน ZOOM · รับใบประกาศนียบัตร
ดูรอบ & ราคา →

สิ่งที่มาตรฐานเน้นเป็นพิเศษในข้อนี้คือการแก้ไข (correction) และการปฏิบัติการแก้ไข (corrective action) ต้องถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าในแผน ไม่ใช่คิดกันตอนเกิดเหตุ เหตุผลตรงไปตรงมา ถ้าเตาฆ่าเชื้ออุณหภูมิตกกลางกะ คนที่ต้องตัดสินใจคือพนักงานที่ยืนอยู่ตรงนั้น ไม่ใช่ทีมความปลอดภัยอาหารที่จะมาประชุมกันวันรุ่งขึ้น

ความต่างระหว่าง CCP กับ OPRP ในแผนเดียวกัน

ความต่างที่มีผลต่อการเขียนแผนอยู่ที่ธรรมชาติของเกณฑ์และธรรมชาติของการเฝ้าระวัง

ประเด็น CCP OPRP
ชื่อของเกณฑ์ ขีดจำกัดวิกฤต (critical limit) เกณฑ์การปฏิบัติ (action criterion)
ลักษณะของเกณฑ์ วัดได้เป็นตัวเลข แยกยอมรับกับไม่ยอมรับได้ทันทีที่จุดนั้น วัดได้หรือสังเกตได้ ใช้ตัดสินว่ามาตรการยังทำงานอยู่หรือไม่
ผลเมื่อหลุดเกณฑ์ ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบถือว่าอาจไม่ปลอดภัย ต้องจัดการตามข้อ 8.9.4 ต้องประเมินผลกระทบต่อความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ก่อนตัดสินใจ
คำถามที่ใช้แยก พลาดที่จุดนี้แล้วไม่มีขั้นตอนถัดไปจับได้ใช่หรือไม่ มาตรการนี้ลดอันตรายได้แต่ไม่ใช่ด่านสุดท้ายใช่หรือไม่

ตารางนี้เป็นการเรียบเรียงเชิงวิเคราะห์ของผู้เขียน ไม่ใช่เนื้อหาที่ปรากฏในตัวมาตรฐาน

กรณีสมมติ — โรงงานอาหารทะเลแช่เยือกแข็งในสมุทรสาคร
โรงงานสมมติแห่งหนึ่งผลิตกุ้งต้มแช่เยือกแข็งส่งออก แผนควบคุมอันตรายระบุ CCP ไว้ที่ขั้นตอนต้มสุก โดยกำหนดขีดจำกัดวิกฤตเป็นอุณหภูมิน้ำและเวลาที่ผลิตภัณฑ์อยู่ในหม้อ

เมื่อผู้ตรวจประเมินอ่านแผน พบว่าช่องการเฝ้าระวังเขียนว่า “ตรวจสอบอุณหภูมิสม่ำเสมอ” และช่องการแก้ไขเขียนว่า “แจ้งหัวหน้างาน” ทั้งสองช่องเป็นข้อความที่ไม่พาไปสู่การกระทำ เพราะไม่ได้บอกว่าถี่แค่ไหน วัดที่จุดใด และเมื่อแจ้งแล้วผลิตภัณฑ์ที่ผ่านหม้อไปแล้วในช่วงที่ยังไม่รู้ผลจะถูกทำอย่างไร

ทางแก้ที่โรงงานสมมติเลือกใช้คือเขียนแผนใหม่ให้ระบุความถี่ของการเฝ้าระวังเป็นตัวเลข ระบุตำแหน่งหัววัดที่ใช้ ระบุชื่อตำแหน่งผู้เฝ้าระวังและผู้ทวนสอบบันทึก จากนั้นเขียนการแก้ไขไว้ล่วงหน้าเป็นสองท่อน ท่อนแรกคือหยุดปล่อยผลิตภัณฑ์ที่ผลิตตั้งแต่จุดเฝ้าระวังครั้งก่อนที่ผลยังใช้ได้ ท่อนที่สองคือกักผลิตภัณฑ์ล็อตนั้นเข้าสู่กระบวนการจัดการผลิตภัณฑ์ที่อาจไม่ปลอดภัย ส่วนการปฏิบัติการแก้ไขคือการหาสาเหตุของอุณหภูมิตกและป้องกันการเกิดซ้ำ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการจัดการล็อตที่มีปัญหา

สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่จำนวนหน้าเอกสาร แต่คือแผนกลายเป็นสิ่งที่พนักงานหน้าหม้อต้มใช้ตัดสินใจได้เองภายในไม่กี่วินาที

แผนต้องเป็นเอกสารสารสนเทศที่ควบคุม

ข้อ 8.5.4 กำหนดให้แผนควบคุมอันตรายถูกจัดเก็บและคงไว้เป็นเอกสารสารสนเทศ ซึ่งพาไปสู่ข้อ 7.5 โดยอัตโนมัติ ประเด็นในทางปฏิบัติคือฉบับที่แขวนอยู่หน้างานต้องเป็นฉบับเดียวกับที่ทีมความปลอดภัยอาหารอนุมัติ และเมื่อแผนถูกแก้ ฉบับหน้างานต้องถูกเปลี่ยนด้วย

ประเด็นถัดมาคือความเชื่อมโยงไปข้างหน้า แผนที่เขียนเสร็จแล้วยังไม่จบในตัวเอง ข้อ 8.5.3 กำหนดให้มาตรการควบคุมต้องผ่านการยืนยันความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ส่วนข้อ 8.8 กำหนดให้มีการทวนสอบว่าสิ่งที่วางแผนไว้ถูกนำไปปฏิบัติจริงและได้ผล และข้อ 8.6 กำหนดให้ข้อมูลที่ระบุ PRP และแผนควบคุมอันตรายถูกปรับให้เป็นปัจจุบันเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งสามข้อนี้ทำให้แผนเป็นเอกสารที่มีชีวิต ไม่ใช่เอกสารที่เขียนครั้งเดียวตอนขอการรับรอง

สัญญาณที่บอกว่าแผนยังใช้งานจริงไม่ได้

สัญญาณแรกคือช่องเกณฑ์ที่เขียนเป็นคำคุณศัพท์แทนตัวเลข เช่น เพียงพอ เหมาะสม สม่ำเสมอ เพราะคำเหล่านี้ทำให้คนสองคนตัดสินต่างกันได้

สัญญาณที่สองคือช่องการแก้ไขที่เขียนว่าแจ้งผู้เกี่ยวข้องโดยไม่ระบุว่าผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบจะถูกจัดการอย่างไร ซึ่งทำให้เส้นทางไปสู่ข้อ 8.9.4 ขาด

สัญญาณที่สามคือแผนที่ไม่ระบุว่าใครเป็นผู้เฝ้าระวัง เพราะการเฝ้าระวังโดยไม่มีเจ้าของหมายความว่าไม่มีใครรับผิดชอบเมื่อบันทึกขาดช่วง

อ่านประกอบ: ISO 22000 ข้อ 8.5.2 การวิเคราะห์อันตราย · ความต่างระหว่าง CCP กับ OPRP · ISO 22000 ข้อ 8.8 การทวนสอบ PRP และแผนควบคุมอันตราย

คำถามที่ควรตอบได้

  1. CCP และ OPRP ทุกตัวในแผนย้อนกลับไปหาอันตรายตัวใดในผลการวิเคราะห์อันตรายได้ครบหรือไม่ (ที่มา: ข้อ 8.5.4 ร่วมกับข้อ 8.5.2)
  2. ขีดจำกัดวิกฤตและเกณฑ์การปฏิบัติในแผนเขียนเป็นสิ่งที่วัดหรือสังเกตได้จริงหรือไม่ และใครเป็นผู้กำหนด (ที่มา: ข้อ 8.5.4)
  3. แผนระบุการแก้ไขและการปฏิบัติการแก้ไขไว้ล่วงหน้าหรือไม่ และแยกสองเรื่องนี้ออกจากกันชัดเจนเพียงใด (ที่มา: ข้อ 8.5.4 ร่วมกับข้อ 8.9.2 และ 8.9.3)
  4. เมื่อขีดจำกัดวิกฤตถูกละเมิด ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบถูกส่งต่อไปยังกระบวนการใด และใครมีอำนาจตัดสินใจปล่อย (ที่มา: ข้อ 8.5.4 ร่วมกับข้อ 8.9.4)
  5. ฉบับของแผนที่ใช้อยู่หน้างานตรงกับฉบับที่อนุมัติล่าสุดหรือไม่ และการเปลี่ยนแปลงกระบวนการครั้งล่าสุดทำให้แผนถูกปรับปรุงหรือไม่ (ที่มา: ข้อ 8.5.4 ร่วมกับข้อ 7.5 และ 8.6)

บทความอื่นในชุดเดียวกัน: ISO 14001:2026 ข้อ 7.5 เอกสารสารสนเทศ · ประชุมเปิด ประชุมปิด และรายงานการตรวจประเมิน

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก

หลักสูตรอบรม ISO 22000:2018 ระบบการจัดการความปลอดภัยอาหาร

Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ดูตารางอบรม   สอบถามรายละเอียด

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand