ข้อ 5.3 ของ ISO 45001:2018 ว่าด้วยบทบาท ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ในองค์กร (organizational roles, responsibilities and authorities) เป็นข้อสั้น แต่มีเงื่อนไขที่ทำให้ต่างจากข้อ 5.3 ของมาตรฐานระบบการจัดการฉบับอื่นอยู่สองอย่าง อย่างแรกคือความรับผิดชอบโดยรวมของผู้บริหารสูงสุดต่อการป้องกันการบาดเจ็บและความเจ็บป่วยจากการทำงาน เป็นสิ่งที่มอบหมายต่อไม่ได้ อย่างที่สองคือผู้ปฏิบัติงานทุกระดับต้องรับผิดชอบในส่วนของระบบที่ตนควบคุมได้ บทความนี้อธิบายว่าเจตนาของข้อนี้คืออะไร และผังอำนาจแบบใดที่ตอบข้อกำหนดไม่ได้
ข้อกำหนดต้องการอะไร
สิ่งที่ข้อ 5.3 ขอมีสามชั้นซ้อนกัน ชั้นแรกคือผู้บริหารสูงสุดต้องทำให้ความรับผิดชอบและอำนาจหน้าที่ของบทบาทที่เกี่ยวข้องภายในระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ถูกมอบหมาย สื่อสาร และเข้าใจตรงกันในทุกระดับขององค์กร ชั้นที่สองคือการกำหนดว่าใครมีอำนาจตัดสินใจในเรื่องใด ชั้นที่สามคือการทำให้ผู้ปฏิบัติงานแต่ละคนรับผิดชอบต่อส่วนของระบบที่อยู่ในการควบคุมของตน
คำสามคำในชั้นแรกไม่ได้เท่ากัน การมอบหมายคือการระบุว่าใครทำอะไร การสื่อสารคือการทำให้ข้อมูลนั้นไปถึงคนที่ต้องรู้ ส่วนการเข้าใจคือผลลัพธ์ที่ตรวจสอบได้จากตัวคนทำงาน ไม่ใช่จากแฟ้มเอกสาร ข้อกำหนดเขียนคำที่สามไว้ด้วย จึงหมายความว่าการมีผังอำนาจที่ครบถ้วนแต่ไม่มีใครอธิบายได้ว่าตัวเองมีอำนาจอะไร ยังไม่ตอบข้อกำหนดนี้
ชั้นที่สองเป็นจุดที่คำว่า “อำนาจหน้าที่” ทำงาน ความรับผิดชอบบอกว่าใครต้องทำ อำนาจบอกว่าใครตัดสินใจได้โดยไม่ต้องขออนุมัติเพิ่ม สองอย่างนี้ต้องมาคู่กัน ถ้ามอบความรับผิดชอบให้คนหนึ่งแต่อำนาจตัดสินใจอยู่กับอีกคนหนึ่ง ระบบจะมีจุดที่งานหยุดรอโดยไม่มีใครผิด
สิ่งที่มอบหมายต่อไม่ได้
ข้อกำหนดระบุไว้ตรงว่าผู้บริหารสูงสุดยังคงรับผิดชอบโดยรวมต่อการป้องกันการบาดเจ็บและความเจ็บป่วยจากการทำงาน และต่อการจัดให้มีสถานที่ทำงานและกิจกรรมที่ปลอดภัยและมีสุขภาพอนามัยที่ดี ถ้อยคำนี้ปิดทางออกที่ใช้กันในทางปฏิบัติ คือการแต่งตั้งผู้แทนฝ่ายบริหารหรือหัวหน้าหน่วยงานความปลอดภัยแล้วถือว่าความรับผิดชอบย้ายตามไปด้วย
สิ่งที่มอบหมายได้คือหน้าที่ในการดำเนินการ เช่น การจัดทำการชี้บ่งอันตราย การวางแผนการตรวจติดตาม การรวบรวมข้อมูลอุบัติการณ์ สิ่งที่มอบหมายไม่ได้คือการเป็นผู้รับผิดชอบว่าผลลัพธ์ด้านความปลอดภัยขององค์กรจะออกมาอย่างไร ในการตรวจประเมิน ความต่างนี้ปรากฏชัดเมื่อผู้ตรวจถามคำถามเชิงผลลัพธ์กับผู้บริหารสูงสุดโดยตรง ไม่ใช่ถามผ่านผู้ประสานงานระบบ
ผลอีกด้านหนึ่งของถ้อยคำนี้คือการจัดสรรทรัพยากร ถ้าความรับผิดชอบโดยรวมยังอยู่ที่ผู้บริหารสูงสุด การที่ผู้รับมอบหมายไม่มีงบประมาณ ไม่มีเวลา หรือไม่มีอำนาจสั่งหยุดงาน ก็ไม่ใช่ข้อบกพร่องของผู้รับมอบหมาย แต่เป็นข้อบกพร่องของการมอบหมาย
โรงงานสมมติแห่งหนึ่งมีพนักงาน 480 คน ทำงานสามกะ มีงานเชื่อม งานปั๊มโลหะ และงานพ่นสี
ในเอกสารระบบ มีคำสั่งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพเป็น “ผู้รับผิดชอบระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย” และผังอำนาจระบุว่าตำแหน่งนี้รับผิดชอบ “ทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย”
เมื่อผู้ตรวจไล่ถามต่อว่า ถ้าพบเครื่องปั๊มที่การ์ดนิรภัยชำรุดในกะดึก ใครสั่งหยุดเครื่องได้ คำตอบที่ได้จากหัวหน้ากะคือ ต้องรอผู้จัดการฝ่ายผลิตอนุมัติในเช้าวันรุ่งขึ้น เพราะการหยุดเครื่องกระทบแผนส่งมอบ
สิ่งที่กรณีนี้แสดงคือ ความรับผิดชอบถูกเขียนไว้กว้างมากจนไม่ระบุอำนาจใด ๆ ที่ใช้ได้จริง ณ จุดที่อันตรายเกิด ผังอำนาจตอบคำถามว่าใครถูกตำหนิเมื่อเกิดเหตุ แต่ไม่ตอบคำถามว่าใครหยุดเหตุได้ก่อนที่มันจะเกิด
การแก้ที่ตรงกับเจตนาของข้อ 5.3 ไม่ใช่การเขียนหน้าที่เพิ่มให้ตำแหน่งเดิม แต่คือการระบุอำนาจสั่งหยุดงานไว้ที่หัวหน้ากะและผู้ควบคุมเครื่องอย่างชัดเจน พร้อมเงื่อนไขที่ใช้อำนาจนั้น และทำให้ผู้ปฏิบัติงานในกะดึกอธิบายได้ว่าตนใช้อำนาจนี้ได้เมื่อใด
ข้อ 5.3 กับข้อ 5.4 ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
ข้อ 5.4 ว่าด้วยการปรึกษาหารือและการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงาน ส่วนข้อ 5.3 ว่าด้วยบทบาทและอำนาจ ทั้งสองข้อพูดถึงผู้ปฏิบัติงานเหมือนกันแต่คนละมุม
ข้อ 5.4 ถามว่าผู้ปฏิบัติงานได้แสดงความเห็นและมีส่วนตัดสินใจในเรื่องที่กระทบตนหรือไม่ ข้อ 5.3 ถามว่าผู้ปฏิบัติงานรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนควบคุมได้หรือไม่ ตัวอย่างของความต่างคือ การให้ผู้ปฏิบัติงานร่วมทบทวนการประเมินความเสี่ยงของงานที่ตนทำ เป็นเรื่องของข้อ 5.4 ส่วนการที่ผู้ปฏิบัติงานคนเดียวกันมีหน้าที่ตรวจสภาพอุปกรณ์ก่อนเริ่มงานและมีอำนาจไม่เริ่มงานเมื่อสภาพไม่พร้อม เป็นเรื่องของข้อ 5.3
การแยกสองข้อนี้ออกจากกันมีผลต่อการเขียนเอกสารด้วย เอกสารที่ตอบข้อ 5.4 คือบันทึกการหารือและช่องทางรับข้อเสนอ ส่วนเอกสารที่ตอบข้อ 5.3 คือคำบรรยายลักษณะงานที่ระบุอำนาจ และหลักฐานว่าคนในตำแหน่งนั้นรับรู้
| ข้อความที่พบในผังอำนาจ | เหตุที่ยังไม่ตอบข้อ 5.3 | คำถามที่ควรถามต่อ |
|---|---|---|
| รับผิดชอบงานความปลอดภัยทั้งหมดของโรงงาน | ระบุขอบเขตกว้างจนไม่มีอำนาจเฉพาะเรื่องใดเลย | ตำแหน่งนี้ตัดสินใจอะไรได้เองโดยไม่ต้องขออนุมัติ |
| ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | เป็นการอธิบายกิจกรรม ไม่ใช่ความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ | ถ้าการประสานงานไม่เกิดผล ใครเป็นผู้รับผิดชอบผลนั้น |
| ผู้แทนฝ่ายบริหารรับผิดชอบระบบการจัดการ | อาจถูกอ่านว่าความรับผิดชอบโดยรวมย้ายออกจากผู้บริหารสูงสุด | ผู้บริหารสูงสุดอธิบายความรับผิดชอบของตนเองได้อย่างไร |
| พนักงานทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎความปลอดภัย | เป็นข้อบังคับ ไม่ใช่การมอบอำนาจให้ทำสิ่งใดได้ | พนักงานมีอำนาจอะไรเมื่อพบสภาพที่ไม่ปลอดภัย |
| หัวหน้างานดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ | ไม่ระบุว่าอำนาจสิ้นสุดที่ใดและส่งต่อให้ใคร | เมื่อเกินอำนาจของหัวหน้างาน เรื่องไปถึงใครและภายในเวลาเท่าใด |
ตารางนี้เป็นชุดคำถามที่ผู้เรียบเรียงจัดทำขึ้นจากมุมมองของผู้ตรวจประเมิน ไม่ใช่การสรุปหรือแปลตัวบทของมาตรฐาน
หลักฐานที่ใช้ยืนยันว่าข้อนี้ทำงานจริง
หลักฐานของข้อ 5.3 ไม่ได้อยู่ที่การมีเอกสารเพียงอย่างเดียว เพราะข้อกำหนดพูดถึงความเข้าใจด้วย ในการตรวจประเมิน หลักฐานจึงมาจากสามทางประกอบกัน
ทางแรกคือเอกสารที่ระบุบทบาทและอำนาจ ซึ่งอาจอยู่ในคำบรรยายลักษณะงาน ผังองค์กร คำสั่งแต่งตั้ง หรือขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ระบุผู้มีอำนาจอนุมัติในแต่ละขั้น รูปแบบไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือคนที่ต้องใช้เอกสารนั้นหาเจอ
ทางที่สองคือการสัมภาษณ์คนในบทบาทนั้น คำถามที่ใช้ไม่ใช่ “หน้าที่ของคุณคืออะไร” ซึ่งตอบได้จากการท่องจำ แต่เป็นคำถามเชิงสถานการณ์ เช่น ถ้าพบสิ่งนี้ คุณทำอะไรได้เองบ้าง และต้องแจ้งใคร
ทางที่สามคือร่องรอยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในองค์กร เช่น บันทึกการหยุดงานเพราะสภาพไม่ปลอดภัย บันทึกการอนุมัติงานที่มีความเสี่ยงสูง หรือบันทึกการรายงานอุบัติการณ์ ร่องรอยเหล่านี้แสดงว่าอำนาจที่เขียนไว้ถูกใช้จริง ซึ่งเป็นหลักฐานที่ผังองค์กรให้ไม่ได้
สำหรับองค์กรในประเทศไทย ยังมีอีกชั้นหนึ่งที่ต้องวางให้สอดคล้องกัน คือโครงสร้างตามกฎหมายด้านความปลอดภัยในการทำงาน ซึ่งกำหนดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานและคณะกรรมการความปลอดภัยตามลักษณะและขนาดของกิจการ บทบาทตามกฎหมายกับบทบาทที่กำหนดในระบบการจัดการควรอ้างอิงถึงกัน ไม่ใช่เขียนเป็นสองชุดที่ไม่รู้จักกัน มิฉะนั้นองค์กรจะมีผังอำนาจสองฉบับที่ขัดกันเองในวันที่ต้องใช้
อ่านประกอบ: ISO 45001 ข้อ 5.4 การปรึกษาหารือและการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงาน · ISO 45001 ข้อ 5.1 ความเป็นผู้นำและความมุ่งมั่น · ISO 45001 ข้อ 8.1.1 การวางแผนและควบคุมการปฏิบัติงาน
คำถามที่ควรตอบได้
- ผู้บริหารสูงสุดอธิบายความรับผิดชอบของตนเองต่อการป้องกันการบาดเจ็บและความเจ็บป่วยได้อย่างไร โดยไม่อ้างถึงผู้รับมอบหมาย (ที่มา: ข้อ 5.3 ส่วนที่ว่าด้วยความรับผิดชอบโดยรวมของผู้บริหารสูงสุด)
- สำหรับแต่ละบทบาทที่กำหนดไว้ อำนาจตัดสินใจที่ให้มาคืออะไร และสิ้นสุดที่ใด (ที่มา: ข้อ 5.3 ส่วนที่ว่าด้วยการมอบหมายความรับผิดชอบและอำนาจหน้าที่)
- ถ้าสุ่มถามผู้ปฏิบัติงานในกะที่ไม่มีผู้บริหารอยู่ เขาอธิบายอำนาจของตนเองได้หรือไม่ (ที่มา: ข้อ 5.3 ส่วนที่ว่าด้วยการสื่อสารและความเข้าใจภายในองค์กร)
- มีร่องรอยหรือไม่ว่าอำนาจที่มอบไว้ถูกใช้จริงในรอบปีที่ผ่านมา (ที่มา: ข้อ 5.3 อ่านประกอบกับข้อ 8.1.1)
- บทบาทตามกฎหมายด้านความปลอดภัยกับบทบาทในระบบการจัดการอ้างอิงถึงกันหรือไม่ (ที่มา: ข้อ 5.3 อ่านประกอบกับข้อ 6.1.3)
บทความใหม่ในชุดเดียวกัน: ISO 22000 ข้อ 5.2 นโยบายความปลอดภัยอาหาร · การตรวจประเมินระยะไกลและการใช้เทคโนโลยีในการตรวจ
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก
หลักสูตรอบรม ISO 45001 ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ISO 45001 ข้อ 9.2 การตรวจติดตามภายใน ต่างจากการตรวจระบบคุณภาพอย่างไร
ISO 45001 ข้อ 6.1.4 การวางแผนการดำเนินการ — สะพานจากทะเบียนความเสี่ยงไปสู่กระบวนการจริง
ISO 45001 ข้อ 4.3 การกำหนดขอบเขตของระบบ — เส้นแบ่งเดินตามคน ไม่ใช่ตามรั้ว
ISO 45001:2018 ข้อ 7.5 เอกสารสารสนเทศ — ต้องมีอะไร ควบคุมอย่างไร และทำไมการเข้าถึงจึงสำคัญ
ISO 45001:2018 ข้อ 4.1 และ 4.2 บริบทองค์กรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตีความข้อกำหนด
ISO 45001 ข้อ 10.3 การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ตีความอย่างไรให้ใช้งานได้จริง