Validation กับ Verification ต่างกันอย่างไร แยกให้ชัดตามข้อ 8.5.3 และ 8.8 ของ ISO 22000:2018

ภาพปกบทความ Validation กับ Verification ต่างกันอย่างไร โดย Equal Assurance (Thailand)
สรุปสั้นก่อน
การตรวจสอบความใช้ได้ (validation) การเฝ้าระวัง (monitoring) และการทวนสอบ (verification) เป็นคนละเรื่องกันที่ ตำแหน่งบนเส้นเวลา ไม่ใช่ที่ความเข้มงวด อย่างแรกทำก่อน อย่างที่สองทำระหว่าง อย่างที่สามทำหลัง มาตรฐานเขียนความต่างนี้ไว้ในหมายเหตุของนิยามข้อ 3.45 และผูกหน้าที่ไว้คนละข้อกัน บทความนี้แยกให้ชัดพร้อมตัวอย่างสามกระบวนการ

ลำดับเวลาที่อธิบายทั้งสามคำได้ในภาพเดียว

ถ้าจำได้เรื่องเดียวจากบทความนี้ ให้จำเส้นเวลา

ก่อน — การตรวจสอบความใช้ได้ (validation) ตอบว่า มาตรการนี้ทำได้จริงหรือเปล่า ทำก่อนเอาไปใช้จริง

ระหว่าง — การเฝ้าระวัง (monitoring) ตอบว่า ตอนนี้กำลังทำได้อยู่หรือเปล่า และให้ข้อมูลเพื่อดำเนินการภายในกรอบเวลาที่กำหนด

สนใจอบรม GHPs & HACCP / มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร?
เรียนออนไลน์ผ่าน ZOOM · รับใบประกาศนียบัตร
ดูรอบ & ราคา →

หลัง — การทวนสอบ (verification) ตอบว่า ที่ผ่านมาทำได้จริงหรือเปล่า เป็นการยืนยันความสอดคล้องย้อนหลัง

ความต่างนี้ไม่ได้ซ่อนอยู่ที่ไหน มาตรฐานเขียนไว้ตรง ๆ ในหมายเหตุใต้นิยามข้อ 3.45 ซึ่งเทียบสามคำนี้ไว้ในย่อหน้าเดียว แต่เป็นย่อหน้าที่คนอ่านผ่านเพราะอยู่ในบทนิยาม ไม่ได้อยู่ในข้อกำหนด

เมื่อวางเส้นเวลาแล้ว คำถามที่เคยสับสนจะตอบได้เอง เช่น การสอบเทียบเทอร์โมมิเตอร์เป็นอะไร คำตอบคือไม่ใช่ทั้งสามอย่าง สิ่งนี้เป็นข้อ 8.7 การควบคุมการเฝ้าระวังและการวัด ซึ่งเป็นการดูแลเครื่องมือที่ใช้เฝ้าระวัง ไม่ใช่การพิสูจน์ว่ามาตรการทำได้

ข้อ 8.5.3 การตรวจสอบความใช้ได้ — สามสิ่งที่ข้อกำหนดนี้กำหนดไว้

ข้อ 8.5.3 สั้นมากแต่มีของแข็งอยู่สามเรื่อง

เรื่องแรก ต้องทำก่อนใช้ ข้อกำหนดระบุว่าการตรวจสอบความใช้ได้ต้องทำ ก่อนนำมาตรการนั้นเข้าไปอยู่ในแผนควบคุมอันตราย ไม่ใช่ทำย้อนหลังเมื่อผู้ตรวจถาม

เรื่องที่สอง ต้องทำใหม่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง ข้อกำหนดผูกไว้กับข้อว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงและการปรับปรุงโดยตรง หมายความว่าทุกครั้งที่เปลี่ยนพารามิเตอร์กระบวนการ เปลี่ยนเครื่องจักร เปลี่ยนสูตร เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ หรือเปลี่ยนวิธีกระจายสินค้า ต้องกลับมาถามว่าหลักฐานเดิมยังใช้ได้อยู่ไหม

เรื่องที่สาม ถ้าผลออกมาว่าทำไม่ได้ ต้องแก้แล้วประเมินใหม่ ข้อกำหนดไม่ได้เปิดช่องให้บันทึกว่า “ผลไม่ผ่านแต่ใช้ต่อไปก่อน” ทีมต้องปรับมาตรการหรือปรับชุดมาตรการแล้ววนกลับไปประเมินใหม่

และสิ่งที่ต้องเก็บคือ ทั้งวิธีการที่ใช้ตรวจสอบ และหลักฐานความสามารถของมาตรการ ไม่ใช่เก็บแค่ข้อสรุปว่าผ่าน

ข้อ 8.8 การทวนสอบ และผลบังคับที่ตามมา

ข้อ 8.8.1 บังคับให้วางแผนการทวนสอบโดยระบุ วัตถุประสงค์ วิธีการ ความถี่ และผู้รับผิดชอบ ไม่ใช่ทำเป็นกิจกรรมประจำที่ไม่มีเหตุผลรองรับ

สิ่งที่การทวนสอบต้องยืนยันครอบคลุมทั้งฝั่งโปรแกรมสุขลักษณะพื้นฐาน (PRP) และฝั่งแผนควบคุมอันตราย ว่า นำไปปฏิบัติจริงและได้ผลจริง รวมถึงยืนยันว่าระดับอันตรายยังอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และข้อมูลที่ใช้ตั้งต้นวิเคราะห์อันตรายยังเป็นปัจจุบัน

สามเรื่องต่อไปนี้เป็นส่วนที่มีผลในทางปฏิบัติมากที่สุดของข้อนี้

หนึ่ง ผลการทวนสอบทำให้สินค้ากลายเป็นของที่อาจไม่ปลอดภัยได้

ถ้าการทวนสอบใช้การทดสอบตัวอย่างผลิตภัณฑ์สุดท้ายหรือตัวอย่างจากกระบวนการ แล้วผลออกมาว่าเกินระดับที่ยอมรับได้ ข้อกำหนดสั่งให้ จัดการล็อตที่ได้รับผลกระทบเป็นผลิตภัณฑ์ที่อาจไม่ปลอดภัย และดำเนินการแก้ไขทันที

นี่คือเหตุผลที่ผลแล็บที่ส่งกลับมาช้ากว่ากำหนดจึงเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจ ไม่ใช่แค่เรื่องเอกสาร เพราะเมื่อผลออกมาเกินเกณฑ์ สินค้าที่อาจถูกส่งออกไปแล้วจะกลายเป็นเรื่องของการเรียกคืน

สอง คนทวนสอบต้องไม่ใช่คนเฝ้าระวัง

ข้อ 8.8.1 เขียนไว้ชัดว่าองค์กรต้องทำให้มั่นใจว่า กิจกรรมทวนสอบไม่ได้ทำโดยผู้ที่รับผิดชอบการเฝ้าระวังกิจกรรมเดียวกัน

ข้อนี้กระทบผังองค์กรจริง โดยเฉพาะโรงงานที่มีคนจำกัด การให้หัวหน้ากะเซ็นทั้งช่องเฝ้าระวังและช่องทวนสอบในฟอร์มเดียวกันคือสิ่งที่ข้อกำหนดปิดทางไว้

สาม ผลการทวนสอบต้องถูกสื่อสาร ไม่ใช่แค่เก็บ

ข้อกำหนดระบุว่าผลต้องถูกเก็บเป็นเอกสารและ ต้องถูกสื่อสาร ต่อ และข้อ 8.8.2 บังคับให้ทีมความปลอดภัยอาหารวิเคราะห์ผลการทวนสอบ แล้วส่งเป็นข้อมูลเข้าสู่การประเมินสมรรถนะ

หมายความว่าแฟ้มผลทวนสอบที่ไม่เคยถูกเปิดอ่านในที่ประชุมใด ๆ เลย ยังไม่ถือว่าครบตามข้อนี้

ตัวอย่างการประยุกต์ใช้กับสามกระบวนการ

ตัวอย่างข้างล่างเป็นกรณีสมมติเพื่ออธิบายว่ากิจกรรมแบบไหนตกอยู่ในช่องไหน

กระบวนการที่ 1 — การฆ่าเชื้อด้วยความร้อน

ก่อน (ข้อ 8.5.3) หลักฐานทางวิชาการหรือผลการศึกษาที่แสดงว่าอุณหภูมิและเวลาที่เลือกลดจุลินทรีย์เป้าหมายได้ตามที่ต้องการ รวมถึงข้อมูลการกระจายความร้อนของเครื่องที่ใช้จริง
ระหว่าง (ข้อ 8.5.4.3) บันทึกอุณหภูมิและเวลาต่อเนื่องระหว่างเดินเครื่อง พร้อมระบบเบี่ยงทางเมื่อหลุดเกณฑ์
หลัง (ข้อ 8.8) การทบทวนบันทึกโดยผู้ที่ไม่ได้เป็นคนบันทึก การสุ่มทดสอบผลิตภัณฑ์ตามแผน และการทบทวนแนวโน้มของค่าที่บันทึกได้
เครื่องมือ (ข้อ 8.7) การสอบเทียบเทอร์โมมิเตอร์และตัวบันทึก ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับสามช่องบน

กระบวนการที่ 2 — การตรวจจับโลหะ

ก่อน การกำหนดขนาดชิ้นทดสอบที่เครื่องต้องตรวจจับได้สำหรับผลิตภัณฑ์และรูปแบบบรรจุนั้นโดยเฉพาะ พร้อมหลักฐานการทดสอบในสภาพที่ใช้งานจริง เพราะผลิตภัณฑ์ที่มีความชื้นหรือเกลือต่างกันให้ผลต่างกัน

ระหว่าง การทดสอบด้วยชิ้นทดสอบตามความถี่ที่กำหนด และการยืนยันว่าชุดคัดแยกทำงาน

หลัง การทบทวนบันทึกการทดสอบชิ้นทดสอบ การตรวจสอบว่าเมื่อพบของหลุดมีการกันสินค้าย้อนกลับจริงตามที่เขียนไว้ และการประเมินสมรรถนะเครื่องตามรอบ

เมื่อไรต้องกลับไปทำใหม่ เปลี่ยนสูตร เปลี่ยนขนาดบรรจุ เปลี่ยนวัสดุห่อ หรือย้ายตำแหน่งเครื่อง ทั้งหมดนี้เข้าเงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงตามข้อ 8.5.3

กระบวนการที่ 3 — การล้างเปลี่ยนรุ่นเพื่อคุมสารก่อภูมิแพ้

ก่อน การศึกษาที่พิสูจน์ว่าขั้นตอนการล้างชุดนี้ ที่ความเข้มข้นน้ำยา อุณหภูมิ และเวลาสัมผัสที่กำหนด ลดสารตกค้างลงต่ำกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้จริง ทำในเครื่องจริงและกับสูตรที่ยากที่สุด

ระหว่าง การตรวจพินิจตามคำสั่งงานที่จุดที่ระบุไว้ ก่อนปล่อยให้เริ่มผลิตรุ่นถัดไป

หลัง การสุ่มป้ายผิวสัมผัสส่งทดสอบตามแผน และการทบทวนว่าผลที่ได้ยังสอดคล้องกับสิ่งที่พิสูจน์ไว้ตอนแรก

จุดที่ต้องแยกให้ขาดในกรณีนี้คือ การป้ายผิวสัมผัสหลังล้างในการผลิตปกติ ไม่ใช่การตรวจสอบความใช้ได้ เพราะทำหลังกิจกรรม สิ่งนี้คือการทวนสอบ ส่วนการป้ายผิวสัมผัสในการศึกษาครั้งแรกเพื่อกำหนดขั้นตอนการล้าง นั่นคือการตรวจสอบความใช้ได้

ห้ากรณีที่มักถูกเรียกว่า validation แต่ไม่เข้านิยาม

  • การสอบเทียบเครื่องมือ — อยู่ในข้อ 8.7 เป็นการดูแลเครื่องมือที่ใช้เฝ้าระวัง
  • การตรวจติดตามภายใน — อยู่ในข้อ 9.2 เป็นการตรวจระบบ ไม่ใช่การพิสูจน์มาตรการ
  • การทดสอบผลิตภัณฑ์ประจำเดือน — เป็นการทวนสอบตามข้อ 8.8 เพราะทำหลังผลิต
  • การทดสอบเรียกคืนสินค้าจำลอง — อยู่ในข้อ 8.9.5 เป็นการทวนสอบความสามารถในการเรียกคืน
  • การอนุมัติเอกสารโดยหัวหน้า — เป็นการควบคุมเอกสาร ไม่ได้พิสูจน์ว่ามาตรการทำงานได้

มีอีกกรณีที่เป็นการตรวจสอบความใช้ได้จริงแต่ถูกลืม คือ ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเฝ้าระวังและการวัด ข้อ 8.7 กำหนดให้ต้องตรวจสอบความใช้ได้ก่อนใช้งาน และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าหรือการแก้ไขซอฟต์แวร์ ต้องได้รับอนุมัติ จัดทำเอกสาร และตรวจสอบความใช้ได้ก่อนนำไปใช้

ตารางสรุปผู้รับผิดชอบและช่วงเวลาดำเนินการ

คำถามที่ตอบ กิจกรรม ข้อ จังหวะ
มาตรการนี้ทำได้จริงไหม ตรวจสอบความใช้ได้ 8.5.3 ก่อนใช้ และเมื่อเปลี่ยนแปลง
ตอนนี้ทำได้อยู่ไหม เฝ้าระวัง 8.5.4.3 ระหว่างผลิต
ที่ผ่านมาทำได้จริงไหม ทวนสอบ 8.8 หลังกิจกรรม ตามแผน
เครื่องมือที่ใช้เชื่อถือได้ไหม ควบคุมการเฝ้าระวังและการวัด 8.7 ตามรอบที่กำหนด
ผลรวมทั้งระบบเป็นอย่างไร วิเคราะห์ผลการทวนสอบ 8.8.2 และ 9.1.2 ก่อนประเมินสมรรถนะ

สี่คำถามสำหรับการตรวจสอบตนเอง

หนึ่ง หยิบ CCP หรือ OPRP มาหนึ่งตัว แล้วถามว่าหลักฐานที่พิสูจน์ว่ามาตรการนี้ทำได้ อยู่ในเอกสารฉบับไหน ลงวันที่เมื่อไร และทำก่อนเริ่มใช้จริงหรือไม่

สอง ไล่ดูรายการการเปลี่ยนแปลงในรอบปีที่ผ่านมา ทั้งเปลี่ยนสูตร เปลี่ยนเครื่อง เปลี่ยนผู้ส่งมอบ แล้วถามว่ามีตัวไหนที่ควรกลับไปตรวจสอบความใช้ได้ใหม่แต่ยังไม่ได้ทำ

สาม เปิดฟอร์มเฝ้าระวังหนึ่งใบ ดูว่าคนเซ็นช่องทวนสอบกับคนเซ็นช่องเฝ้าระวังเป็นคนเดียวกันหรือไม่

สี่ ถามว่าผลการทวนสอบรอบล่าสุดถูกนำเข้าที่ประชุมไหน และมีบันทึกการวิเคราะห์ผลหรือเปล่า ถ้าตอบว่าเก็บไว้ในแฟ้มเฉย ๆ หมายความว่ายังขาดข้อ 8.8.2

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐาน ISO 22000:2018 ฉบับจริงเป็นหลัก

อบรมการตรวจสอบความใช้ได้และการทวนสอบตาม ISO 22000

Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตร ISO 22000 และ FSSC 22000 ทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ดูตารางอบรม   สอบถามรายละเอียด

ชุดบทความตีความ ISO 22000:2018
การวิเคราะห์อันตรายตามข้อ 8.5.1 ถึง 8.5.2.3 — ข้อมูลตั้งต้นถึงอันตรายที่มีนัยสำคัญ
CCP กับ OPRP ต่างกันตรงไหน — ตีความข้อ 8.5.2.4 และ 8.5.4
Validation กับ Verification ต่างกันอย่างไร — ข้อ 8.5.3 กับ 8.8 — บทความนี้
ผลิตภัณฑ์ที่อาจไม่ปลอดภัย จัดการอย่างไร — ลำดับข้อ 8.9.1 ถึง 8.9.4
การแก้ไข กับ การปฏิบัติการแก้ไข ต่างกันตรงไหน — ข้อ 3.9 3.10 และ 8.9.3
การถอนคืนและเรียกคืนสินค้า — ข้อ 8.9.5 และการทดสอบเรียกคืนจำลอง

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand