มาตรฐาน BRCGS Food ข้อ 4.5.2 แผนผังระบบจ่ายน้ำ ต้องมีอะไรบ้าง?

ตัวอย่างแผนผังแบบแผนภาพระบบน้ำ (Schematic Diagram) ตามข้อกำหนด BRCGS Food ข้อ 4.5.2 แสดงแหล่งน้ำ ถังพักน้ำ ระบบบำบัดน้ำ ระบบจ่ายน้ำ และจุดเก็บตัวอย่างน้ำ

น้ำเป็นปัจจัยสำคัญในสถานประกอบการผลิตอาหาร เพราะอาจเกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต การล้าง การทำความสะอาด การทำความเย็น หรือกิจกรรมอื่นที่มีผลต่อความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์

ตาม มาตรฐาน BRCGS Food ข้อ 4.5.2 สถานประกอบการต้องมี แผนผังระบบจ่ายน้ำ หรือระบบกระจายน้ำ (Water Distribution System) ที่เป็นปัจจุบัน พร้อมใช้งาน และแสดงข้อมูลของระบบน้ำในสถานที่อย่างเหมาะสม

แผนผังนี้ต้องรวมถึง แหล่งน้ำ ถังพักน้ำ ระบบบำบัดน้ำ และการนำน้ำกลับมาใช้ ตามความเหมาะสม และต้องใช้เป็นพื้นฐานสำหรับการกำหนดจุดเก็บตัวอย่างน้ำ รวมถึงการจัดการคุณภาพน้ำ

สนใจอบรม BRCGS (Approved Training Partner)?
เรียนออนไลน์ผ่าน ZOOM · รับใบประกาศนียบัตร
ดูรอบ & ราคา →

แผนผังระบบจ่ายน้ำ (Water Distribution System) คืออะไร?

แผนผังระบบจ่ายน้ำ (Water Distribution System) คือ แผนภาพที่แสดงระบบน้ำภายในสถานประกอบการ เพื่อให้เห็นส่วนประกอบสำคัญของระบบน้ำ การเชื่อมต่อระหว่างส่วนต่าง ๆ และตำแหน่งที่มีน้ำดื่มได้และน้ำดื่มไม่ได้อยู่ในระบบ

ข้อกำหนดนี้ไม่ได้ต้องการแผนผังเชิงสถาปัตยกรรมที่แสดงท่อทุกเส้นอย่างละเอียด แต่ต้องการแผนผังทั่วไป หรือ แผนผังแบบแผนภาพ (Schematic Diagram) ที่ช่วยให้สถานประกอบการและผู้ตรวจประเมินสามารถเข้าใจระบบน้ำ และประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในระบบจ่ายน้ำได้

ข้อกำหนดหลักของ BRCGS Food ข้อ 4.5.2?

ตามข้อกำหนด สถานประกอบการต้องมี แผนผังแบบแผนภาพที่เป็นปัจจุบัน (Up-to-date Schematic Diagram) ของระบบจ่ายน้ำในสถานที่

แผนผังต้องรวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น

  • แหล่งน้ำ
  • ถังพักน้ำ
  • ระบบบำบัดน้ำ
  • การนำน้ำกลับมาใช้ ตามความเหมาะสม

แผนผังดังกล่าวต้องใช้เป็นพื้นฐานสำหรับ

  • การกำหนดจุดเก็บตัวอย่างน้ำ
  • การบริหารจัดการคุณภาพน้ำ

ดังนั้น แผนผังระบบน้ำไม่ได้เป็นเพียงเอกสารประกอบ แต่เป็นข้อมูลสำคัญที่ใช้ในการควบคุม ติดตาม และจัดการคุณภาพน้ำในสถานประกอบการ

จุดประสงค์ของข้อกำหนดนี้คืออะไร?

จุดประสงค์ของข้อกำหนดนี้คือ เพื่อระบุส่วนประกอบสำคัญของระบบจ่ายน้ำ และแสดงให้เห็นว่าส่วนประกอบเหล่านั้นเชื่อมต่อกันอย่างไร

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องสามารถเห็นได้ว่า น้ำดื่มได้ (Potable Water) และ น้ำดื่มไม่ได้ (Non-potable Water) อยู่บริเวณใดของระบบ

การมีแผนผังระบบน้ำช่วยให้สถานประกอบการเข้าใจโครงสร้างของระบบน้ำ และช่วยให้สามารถพิจารณาความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับน้ำได้อย่างเป็นระบบ

แผนผังระบบน้ำต้องละเอียดแค่ไหน?

ไม่จำเป็นต้องมีแผนผังสถาปัตยกรรมอย่างละเอียดที่แสดงระบบท่อทั้งหมดอย่างครบถ้วน

สิ่งที่ต้องมีคือ แผนผังทั่วไป หรือแผนผังแบบแผนภาพ (General Plan or Schematic Diagram) ที่เพียงพอให้สถานประกอบการและผู้ตรวจประเมินสามารถประเมินอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในระบบจ่ายน้ำได้

กล่าวคือ แผนผังควรเข้าใจง่าย เห็นภาพรวมของระบบ และสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการพิจารณาความเสี่ยง รวมถึงกำหนดจุดเก็บตัวอย่างน้ำได้อย่างเหมาะสม

แผนผังระบบจ่ายน้ำควรแสดงอะไรบ้าง?

จากข้อกำหนดและแนวทางประยุกต์ใช้ แผนผังระบบจ่ายน้ำควรแสดงข้อมูลสำคัญอย่างน้อยดังนี้

ตัวอย่างแผนผังแบบแผนภาพระบบน้ำ (Schematic Diagram) ตามข้อกำหนด BRCGS Food ข้อ 4.5.2 แสดงแหล่งน้ำ ถังพักน้ำ ระบบบำบัดน้ำ ระบบจ่ายน้ำ และจุดเก็บตัวอย่างน้ำ

1. แหล่งน้ำ
แผนผังต้องแสดงแหล่งที่มาของน้ำ เช่น

  • บ่อน้ำบาดาล
  • ถังเก็บน้ำภายในสถานที่
  • แหล่งน้ำจากระบบประปาหลัก

การระบุแหล่งน้ำช่วยให้สามารถประเมินความเสี่ยงของน้ำตั้งแต่ต้นทาง และใช้เป็นข้อมูลสำหรับการกำหนดจุดเก็บตัวอย่างน้ำ

2. ถังพักน้ำ
ถังพักน้ำ หรือถังเก็บน้ำ ต้องถูกแสดงไว้ในแผนผังตามความเหมาะสม เพราะเป็นส่วนหนึ่งของระบบจ่ายน้ำที่อาจมีผลต่อคุณภาพน้ำ

แผนผังควรทำให้เห็นว่าถังพักน้ำเชื่อมต่อกับส่วนอื่นของระบบอย่างไร และน้ำถูกส่งต่อไปยังจุดใช้งานใดบ้าง

3. ระบบบำบัดน้ำ
หากสถานประกอบการมีระบบบำบัดน้ำภายใน ต้องรวมระบบบำบัดน้ำไว้ในแผนผังด้วย

แผนผังควรรวมกระบวนการบำบัดน้ำภายในสถานที่ เพื่อให้สามารถใช้ประเมินคุณภาพน้ำ และกำหนดจุดเก็บตัวอย่างน้ำที่เหมาะสมได้

4. การนำน้ำกลับมาใช้
หากมีการนำน้ำกลับมาใช้ หรือมีระบบน้ำรีไซเคิล ต้องแสดงไว้ในแผนผังตามความเหมาะสม

ในกรณีที่มีการนำน้ำกลับมาใช้ เช่น การทำความเย็นกระป๋อง น้ำอาจต้องได้รับการบำบัด และบางครั้งอาจต้องมีการกรอง เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำมีคุณภาพที่น่าพอใจ

5. จุดที่เป็นน้ำบริโภคและน้ำอุปโภค
แผนผังต้องช่วยให้เห็นว่า จุดใดเป็นน้ำบริโภคและจุดใดเป็นน้ำอุปโภค

ประเด็นนี้มีความสำคัญ เพราะช่วยให้สามารถพิจารณาความเสี่ยงจากการเชื่อมต่อผิด การไหลย้อนกลับ หรือการใช้น้ำผิดประเภทในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์อาหาร

แผนผังระบบน้ำช่วยประเมินความเสี่ยงอะไรได้บ้าง?

แผนผังระบบน้ำควรช่วยให้สถานประกอบการประเมินอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในระบบจ่ายน้ำ และทำให้มั่นใจว่ามีระบบการจัดการที่เพียงพอเพื่อลดอันตรายเหล่านั้น

ตัวอย่างความเสี่ยงที่แผนผังควรช่วยให้พิจารณาได้ ได้แก่

1. การเชื่อมต่อผิด
ตัวอย่างเช่น หากมีการเชื่อมต่อผิดระหว่างระบบน้ำดื่มได้และน้ำดื่มไม่ได้ อาจเกิดความเสี่ยงต่อคุณภาพน้ำและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์

ดังนั้น แผนผังควรช่วยให้เห็นเส้นทางการไหลของน้ำ และการแยกกันของระบบน้ำแต่ละประเภทอย่างชัดเจน

2. การไหลย้อนกลับ
การไหลย้อนกลับของน้ำเป็นอีกความเสี่ยงที่ต้องพิจารณา เพราะอาจทำให้สิ่งปนเปื้อนย้อนเข้าสู่ระบบน้ำที่ควรสะอาด

แผนผังจึงควรช่วยให้สามารถประเมินได้ว่า จุดใดของระบบมีความเสี่ยงต่อการไหลย้อนกลับ และมีการควบคุมที่เหมาะสมหรือไม่

3. จุดปลายท่อที่ไม่มีการใช้งาน
จุดปลายท่อที่ไม่มีการใช้งาน หรือ ท่อปลายตัน (Dead Legs) อาจทำให้เกิดการเจริญของจุลินทรีย์ได้

ดังนั้น แผนผังระบบน้ำควรช่วยระบุบริเวณที่อาจมีท่อปลายตัน เพื่อให้สามารถประเมินและจัดการความเสี่ยงได้

4. การเกิดน้ำขัง
หากการไหลของน้ำไม่ถูกควบคุม อาจเกิดน้ำขังขึ้นได้

น้ำขังอาจเป็นประเด็นที่ต้องนำมาพิจารณาในการบริหารจัดการระบบน้ำ เพราะอาจมีผลต่อคุณภาพน้ำและการควบคุมสุขลักษณะของระบบ

5. การนำน้ำกลับมาใช้และคุณภาพน้ำ
ในกรณีที่มีการนำน้ำกลับมาใช้ เช่น ใช้ในกระบวนการทำความเย็น น้ำอาจจำเป็นต้องได้รับการบำบัดและอาจต้องมีการกรอง เพื่อให้มั่นใจว่าคุณภาพน้ำอยู่ในระดับที่น่าพอใจ

ดังนั้น แผนผังต้องแสดงระบบหรือจุดที่เกี่ยวข้องกับการนำน้ำกลับมาใช้ เพื่อใช้ในการพิจารณาการจัดการคุณภาพน้ำ

จุดเก็บตัวอย่างน้ำควรกำหนดจากอะไร?

ข้อกำหนดระบุว่า แผนผังระบบจ่ายน้ำต้องใช้เป็นพื้นฐานสำหรับการเก็บตัวอย่างน้ำและการจัดการคุณภาพน้ำ

แนวทางประยุกต์ใช้เพิ่มเติมว่า จุดเก็บตัวอย่างน้ำที่ดีที่สุดเพื่อประเมินคุณภาพน้ำ ควรถูกพิจารณาจากแผนผังนี้

ดังนั้น การกำหนดจุดเก็บตัวอย่างน้ำไม่ควรเลือกแบบสุ่มโดยไม่มีเหตุผล แต่ควรพิจารณาจากโครงสร้างระบบน้ำ แหล่งน้ำ จุดบำบัด จุดพักน้ำ จุดใช้งาน และจุดที่อาจมีความเสี่ยง

ทำไมแผนผังระบบน้ำต้องเป็นปัจจุบัน?

ข้อกำหนดระบุชัดเจนว่า แผนผังต้องเป็นปัจจุบัน

เนื่องจากระบบน้ำอาจมีการเปลี่ยนแปลง เช่น เพิ่มถังพักน้ำ เปลี่ยนแหล่งน้ำ ปรับปรุงระบบบำบัด เปลี่ยนเส้นทางท่อ หรือเพิ่มจุดใช้น้ำ หากแผนผังไม่เป็นปัจจุบัน อาจทำให้การประเมินความเสี่ยงและการกำหนดจุดเก็บตัวอย่างน้ำไม่สอดคล้องกับระบบจริง

ดังนั้น เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงระบบน้ำ ควรมีการปรับปรุงแผนผังให้ทันสมัย เพื่อให้ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการจัดการคุณภาพน้ำได้อย่างถูกต้อง

แผนผังระบบจ่ายน้ำที่เป็นปัจจุบันและครบถ้วนตามมาตรฐาน BRCGS Food ข้อ 4.5.2 ไม่เพียงช่วยให้ผ่านการตรวจประเมินเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านคุณภาพน้ำอย่างเป็นระบบ หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรม BRCGS Food Safety สามารถดูรายละเอียดได้ที่ หลักสูตร BRCGS ของ EQA Thailand


บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand