ผลิตภัณฑ์ที่อาจไม่ปลอดภัย จัดการอย่างไรให้สอดคล้องกับข้อกำหนด ไล่ลำดับข้อ 8.9.1 ถึง 8.9.4 ของ ISO 22000:2018

ภาพปกบทความ ผลิตภัณฑ์ที่อาจไม่ปลอดภัย โดย Equal Assurance (Thailand)
สรุปสั้นก่อน
เมื่อค่าหลุดเกณฑ์ สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นไม่ใช่การเขียนใบแก้ไขอย่างเดียว แต่เป็นลำดับการดำเนินงานที่ข้อ 8.9 กำหนดไว้เป็นลำดับ คือ ใครประเมิน ทำการแก้ไขอะไร ผลิตภัณฑ์ถูกจัดสถานะอย่างไร แล้วจึงตัดสินว่าปล่อยหรือไม่ปล่อย จุดที่ตัดสินสถานะผลิตภัณฑ์อยู่ที่ข้อ 8.9.2.2 กับ 8.9.2.3 ซึ่งเขียนไว้ไม่เหมือนกันระหว่าง CCP กับ OPRP บทความนี้เดินลำดับการดำเนินงานนี้ทีละขั้นพร้อมตัวอย่างหนึ่งเหตุการณ์

ลำดับการดำเนินงานที่ข้อ 8.9 กำหนดไว้

ข้อ 8.9 ไม่ได้เป็นข้อเดียวโดด แต่เป็นลำดับที่ต่อกัน

ข้อ 8.9.1 กำหนดว่าใครมีสิทธิ์ประเมินข้อมูลและสั่งการ

ข้อ 8.9.2 ว่าด้วยการแก้ไข คือสิ่งที่ต้องทำกับผลิตภัณฑ์และกระบวนการทันที

สนใจอบรม GHPs & HACCP / มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร?
เรียนออนไลน์ผ่าน ZOOM · รับใบประกาศนียบัตร
ดูรอบ & ราคา →

ข้อ 8.9.3 ว่าด้วยการปฏิบัติการแก้ไข คือการไล่หาสาเหตุเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ ซึ่งเป็นเนื้อหาของอีกตอนหนึ่ง

ข้อ 8.9.4 ว่าด้วยการจัดการผลิตภัณฑ์ที่อาจไม่ปลอดภัย ตั้งแต่การกัน การประเมินเพื่อปล่อย จนถึงการตัดสินสถานะผลิตภัณฑ์ที่ปล่อยไม่ได้

ข้อ 8.9.5 ว่าด้วยการเรียกคืน ซึ่งเป็นปลายทางเมื่อสินค้าออกจากมือเราไปแล้ว

บทความนี้อยู่ที่ข้อ 8.9.1 ข้อ 8.9.2 และข้อ 8.9.4

ข้อ 8.9.1 สามคุณสมบัติของผู้มีอำนาจดำเนินการ

ข้อนี้สั้นแต่กำหนดคุณสมบัติของคนไว้สามอย่างพร้อมกัน คือ ข้อมูลจากการเฝ้าระวังที่ CCP และ OPRP ต้องถูกประเมินโดยผู้ที่ ได้รับมอบหมาย มีความสามารถ และมีอำนาจสั่งการแก้ไขและการปฏิบัติการแก้ไข

สามอย่างนี้ต้องมาด้วยกัน การมีคนเซ็นในฟอร์มไม่เท่ากับการได้รับมอบหมาย และการได้รับมอบหมายไม่เท่ากับการมีอำนาจ ถ้าหัวหน้ากะเซ็นประเมินได้แต่ต้องรอผู้จัดการอนุมัติก่อนจึงจะสั่งกันผลิตภัณฑ์ได้ นั่นหมายความว่าอำนาจอยู่ที่ผู้จัดการ และเอกสารมอบอำนาจควรสะท้อนความจริงข้อนั้น

ในทางปฏิบัติ สิ่งที่ควรมีคือเอกสารที่ระบุชื่อหรือตำแหน่งของผู้ประเมิน ระบุขอบเขตอำนาจว่าสั่งอะไรได้บ้าง และมีหลักฐานความสามารถของคนนั้น ซึ่งเชื่อมกลับไปที่ข้อ 7.2 เรื่องความสามารถ

ข้อ 8.9.2 การแก้ไข และขอบเขตที่มักถูกข้าม

ข้อ 8.9.2.1 กำหนดว่าเมื่อค่าจำกัดวิกฤตที่ CCP หรือเกณฑ์ปฏิบัติการของ OPRP ไม่เป็นไปตามที่กำหนด ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบต้องถูก ชี้บ่งและควบคุมทั้งในแง่การใช้งานและการปล่อย และองค์กรต้องมีเอกสารที่ระบุวิธีชี้บ่ง วิธีประเมิน วิธีแก้ไข รวมถึง การจัดให้มีการทบทวนการแก้ไขที่ทำไปแล้ว

คำสุดท้ายนั้นสำคัญ ข้อกำหนดไม่ได้ขอแค่ให้แก้ แต่ขอให้มีกลไกย้อนกลับมาดูว่าการแก้ที่ทำไปนั้นเหมาะสมหรือไม่

เส้นแบ่งที่ข้อ 8.9.2.2 กับ 8.9.2.3

CCP หลุดค่าจำกัดวิกฤต — ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบถูก ชี้บ่งและจัดการเป็นผลิตภัณฑ์ที่อาจไม่ปลอดภัย ตามข้อ 8.9.4 ทันที ไม่มีขั้นตอนประเมินก่อนว่าจะถือเป็นของที่อาจไม่ปลอดภัยหรือไม่

OPRP ไม่ผ่านเกณฑ์ปฏิบัติการ — ต้องทำสามอย่างก่อน คือ ประเมินผลของความล้มเหลวนั้นต่อความปลอดภัยอาหาร หาสาเหตุของความล้มเหลว และชี้บ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบ แล้วจึงจัดการตามข้อ 8.9.4 พร้อมเก็บผลการประเมินไว้เป็นเอกสาร

ความต่างนี้คือเหตุผลว่าทำไมการจัดประเภทมาตรการในข้อ 8.5.2.4 จึงมีผลถึงหน้างาน ถ้าจัดเป็น CCP แล้วค่าหลุด พนักงานไม่ต้องคิด กักผลิตภัณฑ์ทันที แต่ถ้าเป็น OPRP จะมีขั้นตอนประเมินคั่นอยู่ ซึ่งต้องมีคนที่มีคุณสมบัติตามข้อ 8.9.1 เป็นผู้ประเมิน ไม่ใช่ให้พนักงานกระบวนการผลิตตัดสินเอง

ข้อ 8.9.2.4 — ช่องสาเหตุในใบบันทึกไม่ใช่ทางเลือก

ข้อนี้ระบุว่าบันทึกการแก้ไขต้องอธิบาย ลักษณะของความไม่สอดคล้อง สาเหตุของความล้มเหลว และผลที่ตามมา

แบบฟอร์มที่มีแค่ช่อง “ปัญหาที่พบ” กับ “การแก้ไข” จึงยังไม่ครบ เพราะขาดช่องสาเหตุและช่องผลที่ตามมา และช่องผลที่ตามมานี่เองที่เป็นสะพานไปสู่การตัดสินสถานะผลิตภัณฑ์ในข้อ 8.9.4

ข้อ 8.9.4.1 การกักผลิตภัณฑ์ไว้ก่อนการประเมิน

หลักของข้อนี้คือ องค์กรต้องดำเนินการเพื่อ ป้องกันไม่ให้ผลิตภัณฑ์ที่อาจไม่ปลอดภัยเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร เว้นแต่จะแสดงให้เห็นได้ว่าอันตรายที่เป็นประเด็นถูกลดลงถึงระดับที่ยอมรับได้แล้ว หรือจะถูกลดลงก่อนเข้าสู่ห่วงโซ่ หรือผลิตภัณฑ์ยังคงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้แม้จะมีความไม่สอดคล้องเกิดขึ้น รายละเอียดของเงื่อนไขให้เปิดดูในตัวเล่ม

สังเกตทิศทางของประโยค ค่าตั้งต้นคือ ห้ามออก แล้วภาระการพิสูจน์อยู่ที่องค์กรที่จะแสดงให้เห็นว่าเข้าข้อยกเว้น ไม่ใช่ตั้งต้นว่าออกได้แล้วรอให้ใครมาค้าน

ข้อเดียวกันยังกำหนดว่าผลิตภัณฑ์ที่ถูกชี้ว่าอาจไม่ปลอดภัยต้อง ถูกกักไว้ภายใต้การควบคุมขององค์กร จนกว่าจะประเมินเสร็จและตัดสินสถานะแล้ว คำว่าภายใต้การควบคุมมีความหมายจริงในทางกายภาพ ป้ายแขวนอย่างเดียวโดยที่ของยังวางปนอยู่กับของปกติ อธิบายยากในรอบตรวจ

และประโยคสุดท้ายของข้อนี้คือจุดที่ต่อไปยังการเรียกคืน ถ้าสินค้าที่ออกจากการควบคุมขององค์กรไปแล้วถูกพบภายหลังว่าไม่ปลอดภัย องค์กรต้อง แจ้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องและเริ่มการเรียกคืน

ข้อ 8.9.4.2 การประเมินเพื่อปล่อยผลิตภัณฑ์เป็นรายล็อต

ข้อนี้เริ่มด้วยประโยคที่กำหนดขอบเขตงานไว้ชัด คือ ทุกล็อตที่ได้รับผลกระทบต้องถูกประเมิน ไม่ใช่ประเมินรวมเป็นวันผลิตหรือประเมินเฉพาะล็อตที่สงสัย

จากนั้นแยกทางเป็นสองเส้น

ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบจากการหลุดค่าจำกัดวิกฤตที่ CCP ต้องไม่ถูกปล่อย ให้ไปจัดการตามข้อ 8.9.4.3 ประโยคนี้ไม่มีเงื่อนไข

ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบจากการไม่ผ่านเกณฑ์ปฏิบัติการของ OPRP ปล่อยเป็นผลิตภัณฑ์ปลอดภัยได้ เมื่อเข้าเงื่อนไขที่ข้อกำหนดวางไว้ ซึ่งแก่นร่วมของทุกเงื่อนไขคือ ต้องมี หลักฐานที่ไม่ใช่บันทึกการเฝ้าระวังของ OPRP ตัวนั้นเอง มายืนยันว่าผลิตภัณฑ์ยังอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ จะเป็นหลักฐานว่ามาตรการทำงานได้จริง หลักฐานว่าผลรวมของชุดมาตรการยังให้ผลตามที่ตั้งใจ หรือผลการสุ่มตรวจและกิจกรรมทวนสอบก็ได้

เหตุผลเชิงตรรกะอยู่ตรงนี้ บันทึกที่บอกว่าไม่ผ่านเกณฑ์คือหลักฐานเดียวที่เรามีอยู่แล้ว และข้อกำหนดระบุว่ามีปัญหา ดังนั้นสิ่งที่จะกู้ล็อตคืนได้ต้องมาจากแหล่งอื่น

และผลการประเมินเพื่อปล่อยต้องเก็บเป็นเอกสาร

ข้อ 8.9.4.3 สามแนวทางการจัดการ และผู้มีอำนาจอนุมัติ

ผลิตภัณฑ์ที่ปล่อยไม่ได้มีทางไปสามทาง คือ นำไปแปรรูปซ้ำหรือแปรรูปต่อ ทั้งภายในหรือภายนอกองค์กรเพื่อให้อันตรายลดลงถึงระดับที่ยอมรับได้ เปลี่ยนไปใช้ทางอื่น โดยที่ความปลอดภัยในห่วงโซ่อาหารไม่ได้รับผลกระทบ หรือ ทำลายหรือกำจัดเป็นของเสีย

สิ่งที่ข้อนี้บังคับเพิ่มคือ เอกสารการตัดสินสถานะผลิตภัณฑ์ต้องระบุ ตัวบุคคลที่มีอำนาจอนุมัติ ไม่ใช่แค่บันทึกว่าทำอะไรกับของ

ทางเลือกที่สองมีข้อพึงระวังอยู่ การเปลี่ยนไปใช้ทางอื่นต้องไม่กระทบความปลอดภัยในห่วงโซ่อาหาร ซึ่งรวมถึงห่วงโซ่อาหารสัตว์ด้วย เพราะนิยามห่วงโซ่อาหารในข้อ 3.20 ครอบคลุมการผลิตอาหารสัตว์ การส่งของที่ปนเปื้อนไปทำอาหารสัตว์จึงไม่ใช่ทางออกอัตโนมัติ

ตัวอย่างการดำเนินการหนึ่งเหตุการณ์

ตัวอย่างสมมติ โรงงานหนึ่งมีเครื่องตรวจจับโลหะเป็น CCP ทดสอบด้วยชิ้นทดสอบทุกสองชั่วโมง

10:00 ทดสอบผ่าน บันทึกไว้
14:00 ทดสอบไม่ผ่าน เครื่องไม่ตรวจจับชิ้นทดสอบ
ทันที หยุดปล่อยผลิตภัณฑ์ และชี้บ่งผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่ผลิตตั้งแต่หลังการทดสอบที่ผ่านครั้งล่าสุด คือช่วง 10:00 ถึง 14:00 เป็นผลิตภัณฑ์ที่อาจไม่ปลอดภัย ตามข้อ 8.9.2.2
การกัน แยกของออกจากพื้นที่ของปกติและกักไว้ใต้การควบคุม ตามข้อ 8.9.4.1
ผู้ประเมิน คนที่ได้รับมอบหมาย มีความสามารถ และมีอำนาจตามข้อ 8.9.1 เป็นผู้ประเมิน ไม่ใช่พนักงานกระบวนการผลิต
การตัดสิน เพราะเป็น CCP ข้อ 8.9.4.2 ระบุว่าห้ามปล่อย ต้องไปเข้าข้อ 8.9.4.3
ทางออก นำผลิตภัณฑ์ทั้งช่วงกลับมาผ่านเครื่องที่ซ่อมและทดสอบแล้วอีกรอบ ซึ่งเข้าข่ายการแปรรูปต่อเพื่อลดอันตราย พร้อมบันทึกผู้อนุมัติ
บันทึก ใบบันทึกต้องมีลักษณะของปัญหา สาเหตุ และผลที่ตามมา ตามข้อ 8.9.2.4 แล้วจึงเข้าสู่การพิจารณาปฏิบัติการแก้ไขตามข้อ 8.9.3

จุดที่ตัดสินขนาดความเสียหายคือความถี่ของการทดสอบ ถ้าทดสอบทุกสองชั่วโมง ของที่ต้องกันคือสองชั่วโมงของการผลิต ถ้าทดสอบทุกกะ ของที่ต้องกันคือทั้งกะ นี่คือเหตุผลที่ข้อ 8.5.4.3 กำหนดว่าความถี่ของการเฝ้าระวังที่ CCP ต้องเพียงพอที่จะกันและประเมินผลิตภัณฑ์ได้ทัน

เอกสารสารสนเทศที่ข้อกำหนดกำหนดให้จัดทำในลำดับนี้

  • การมอบหมายและอำนาจของผู้ประเมิน — ข้อ 8.9.1
  • วิธีชี้บ่ง ประเมิน และแก้ไขผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมกลไกทบทวนการแก้ไข — ข้อ 8.9.2.1
  • ผลการประเมินเมื่อ OPRP ไม่ผ่านเกณฑ์ — ข้อ 8.9.2.3
  • บันทึกที่มีลักษณะปัญหา สาเหตุ และผลที่ตามมา — ข้อ 8.9.2.4
  • การควบคุมและการอนุมัติจัดการผลิตภัณฑ์ที่อาจไม่ปลอดภัย รวมถึงการตอบกลับจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย — ข้อ 8.9.4.1
  • ผลการประเมินเพื่อปล่อยผลิตภัณฑ์ — ข้อ 8.9.4.2
  • การตัดสินสถานะผลิตภัณฑ์พร้อมระบุผู้มีอำนาจอนุมัติ — ข้อ 8.9.4.3

สี่คำถามที่ควรตอบได้

หนึ่ง ครั้งล่าสุดที่ค่าหลุด ของถูกกันย้อนไปถึงจุดไหน และเหตุผลของจุดนั้นคืออะไร — ที่มาคือข้อ 8.9.2.1 กับ 8.5.4.3

สอง ใครเป็นคนตัดสินว่าปล่อยหรือไม่ปล่อย และเอกสารไหนให้อำนาจคนนั้น — ที่มาคือข้อ 8.9.1

สาม ถ้าเป็น OPRP ที่ไม่ผ่านแล้วปล่อยผลิตภัณฑ์ไป หลักฐานที่ใช้ยืนยันคืออะไร และมาจากแหล่งไหนที่ไม่ใช่บันทึกการเฝ้าระวังตัวนั้น — ที่มาคือข้อ 8.9.4.2

สี่ ของที่ปล่อยไม่ได้ถูกจัดการอย่างไร และใครเซ็นอนุมัติ — ที่มาคือข้อ 8.9.4.3

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐาน ISO 22000:2018 ฉบับจริงเป็นหลัก

อบรมการควบคุมความไม่สอดคล้องและการจัดการผลิตภัณฑ์ที่อาจไม่ปลอดภัย

Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตร ISO 22000 และ FSSC 22000 ทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ดูตารางอบรม   สอบถามรายละเอียด

ชุดบทความตีความ ISO 22000:2018
การวิเคราะห์อันตรายตามข้อ 8.5.1 ถึง 8.5.2.3 — ข้อมูลตั้งต้นถึงอันตรายที่มีนัยสำคัญ
CCP กับ OPRP ต่างกันตรงไหน — ตีความข้อ 8.5.2.4 และ 8.5.4
Validation กับ Verification ต่างกันอย่างไร — ข้อ 8.5.3 กับ 8.8
ผลิตภัณฑ์ที่อาจไม่ปลอดภัย จัดการอย่างไร — ลำดับการดำเนินงานข้อ 8.9.1 ถึง 8.9.4 — บทความนี้
การแก้ไข กับ การปฏิบัติการแก้ไข ต่างกันตรงไหน — ข้อ 3.9 3.10 และ 8.9.3
การถอนคืนและเรียกคืนผลิตภัณฑ์ — ข้อ 8.9.5 และการทดสอบเรียกคืนจำลอง

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand